- 10 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หาดบ้านแก้ง ต.กุดเมืองฮาม อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นหาดที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูลที่ไหลผ่าน จ.ศรีสะเกษ ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน จ.ศรีสะเกษและคณะ ได้เดินทางมาดูสภาพการเตรียมการรับนักท่องเที่ยวในช่วงเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้จะถึงนี้ ปรากฏว่า จากการที่ขณะนี้สภาพอากาศของ จ.ศรีสะเกษค่อนข้างร้อนจัด ทำให้มีบรรดานักท่องเที่ยวชาว จ.ศรีสะเกษและจังหวัดใกล้เคียงรวมทั้งนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจำนวนมากพากันมานั่งในแพอาหารที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าสร้างยื่นเข้าไปในแม่น้ำมูลเพื่อให้บริการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มแก่นักท่องเที่ยว ที่พากันมาพักผ่อนและเล่นน้ำคลายร้อนกัน โดยมีการนำเอาวงดนตรีมาแสดงบนแพให้นักท่องเที่ยวได้ชมพร้อมทั้งรับประทานอาหารไปด้วย อาหารที่ได้รับความนิยมมากจะเป็นปลาเผา ต้มปลา ก้อยไข่มดแดง ส้มตำ แมลงทอด บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนานคึกคักมาก
ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า จากการดูสภาพความพร้อมของร้านอาหารต่างๆ แล้วพบว่า แพอาหารได้มีการสร้างใหม่ให้มีความคงทนแข็งแรงมากกว่าเดิม โดยมีการนำเอาถังน้ำมันขนาด 200 ลิตรและเหล็กมาเป็นโครงสร้างของแพแทนที่จากเดิมที่สร้างแพด้วยไม้ไผ่ ขณะนี้มีแพอาหารจำนวนประมาณ 250 แพ และร้านอาหารประมาณ 12 ร้าน ซึ่งตนได้ฝากขอความร่วมมือจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและนักท่องเที่ยวให้ช่วยกันรักษาความสะอาด ไม่ให้ทิ้งเศษอาหารลงไปในแม่น้ำมูลเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมให้ดีเช่นเดิม หากสกปรกรกรุงรังจะทำให้สถานที่ท่องเที่ยวทางน้ำแห่งนี้อาจจะไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวเล่นน้ำเช่นเดิม ส่วนด้านราคาอาหารก็ได้เตือนร้านจำหน่ายอาหารทุกร้านไม่ให้ขายอาหารราคาแพงเกินไป เพราะจะเป็นการฉวยโอกาสเอาเปรียบนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้
ทางด้าน นางลัดดาวัลย์ ศรีแก้ว อายุ 42 ปี เจ้าของร้านอาหารเจ๊บาง หาดบ้านแก้ง กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ตนได้ทำแพอาหารเพิ่มขึ้นมาอีกจำนวน 20 แพ จากเดิมที่มีอยู่เพียง 30 แพ รวมเป็น 50 แพ เพื่อให้เพียงพอต่อการรองรับให้บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งในช่วงนี้เข้าสู่ช่วงหน้าร้อนและปิดภาคเรียน ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเล่นน้ำคลายร้อนจำนวนมาก ขณะนี้ตนและบรรดาเจ้าของแพอาหารกำลังได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากว่า มีนักท่องเที่ยวที่เข้ามานั่งแพและสั่งอาหารเครื่องดื่มรับประทานแล้ว หลบหนีขึ้นฝั่งไปโดยไม่จ่ายค่าอาหารจำนวนมาก เดือนละประมาณ 5 – 10 ราย รวมเป็นเงินรายละประมาณ 1,000 – 1,500 บาท เดือนละประมาณ 10,000 บาทเศษ พวกตนจึงได้แก้ไขปัญหาโดยเมื่อนำอาหารและเครื่องดื่มไปส่งให้ครบหมดแล้วก็จะขออนุญาตเก็บเงินค่าอาหารทันที เพื่อความสะดวกทั้ง 2 ฝ่าย แม้ว่าจะขอเก็บเงินแล้ว แต่ก็ยังคงสามารถนั่งรับประทานอาหารและเล่นน้ำต่อไปได้จนกว่าจะเลิกเล่นน้ำไปเอง
ศิริเกษ หมายสุข ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ศรีสะเกษ
