- 11 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 11 เมษายน 2560 จากกรณีที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันติดตั้งสัญญาณดาวเทียมติดตามตัวพะยูนแล้ว จำนวน 1 ตัว เป็นพะยูน เพศผู้ ตั้งชื่อ “ จักรี ” น้ำหนักประมาณ 200 – 250 กม. ซึ่งนอกจากติดตั้งอุปกรณ์ดาวเทียมติดตามตัวที่บริเวณส่วนหางของพะยูนแล้ว ทางทีมสัตว์แพทย์ยังได้มีการวัดขนาด เก็บตัวอย่างเลือด ตัวอย่างดีเอ็นเอ ตรวจสุขภาพทั่วไป ตรวจวัดอัตราการหายใจและการเต้นของหัวใจ เพื่อศึกษาวิจัยวิถีชีวิตของพะยูนเส้นทางการหากิน แหล่งหลับนอน ว่ามีการเคลื่อนย้ายแหล่งหากินไปมาระหว่างถิ่นหรือไม่ และตรวจหาพันธุกรรม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานงานวิจัยสัตว์ทะเลหายากที่มีแหล่งอาศัยฝูงใหญ่ที่สุดในทะเลตรังต่อไป โดยวางเป้าเพื่อประโยชน์ในการวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแหล่งอาศัยของพะยูน และหญ้าทะเลซึ่งเป็นอาหารของพะยูน และสัตว์ทะเลหายากชนิดอื่น ทั้งเต่าทะเล และโลมา ซึ่งมีเป็นจำนวนมากในทะเลตรัง
นายมาโนช วงษ์สุรีย์รัตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม กล่าวว่า จากผลการติดตั้งสัญญาณดาวเทียมติดตามตัวพะยูน “จักรี” ซึ่งดาวเทียมได้ส่งรายงานข้อมูลมาให้ในเวลา 07.00 น.ของทุกวัน รวมจำนวน 4 วันแล้ว พบว่าพะยูน “จักรี” ยังคงว่ายน้ำใช้ชีวิตหากินหลับนอนได้ตามปกติ โดยสายเชือกอุปกรณ์ไม่เป็นอุปสรรคแต่ประการใด โดยในแต่ละวันขณะน้ำทะเลลงพะยูนจะใช้เวลาอยู่ในบริเวณร่องน้ำลึก เพื่อรอเวลาในช่วงที่น้ำขึ้น ก็จะเคลื่อนย้ายตำแหน่งไปหากินบริเวณแหล่งหญ้าทะเลที่เคยหากินอยู่ปกติวันละ 2 ครั้ง คือ ภาคเช้า และภาคบ่าย ซึ่งพบว่าพะยูน “จักรี” ได้ว่ายน้ำเข้าไปกินบริเวณหาดหยงหลำจุดที่ทำการติดตั้ง เมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา จากนั้นเมื่อน้ำทะเลลงพะยูน “ จักรี ” ก็จะว่ายน้ำไปอาศัยอยู่บริเวณหัวแหลมเกาะมุกด์ และพอตกกลางคืนจากสัญญาณดาวเทียมจะพบว่า พะยูนจักรี ก็จะเดินทางไปอาศัยอยู่บริเวณด้านหลังของเกาะกระดาน และย้ายไปนอนอยู่บริเวณร่องน้ำระหว่างเกาะมุกด์กับเกาะกระดาน โดยข้อมูลจากดาวเทียมจะส่งถึงอุทยานฯในเวลา 07.00 น.ของทุกวัน จากนั้นจะใช้เวลาในการปรับแต่งข้อมูลประมาณ 2 ชม. ทางอุทยานฯก็จะส่งไปไว้ที่ กูเกิ้ล เอิร์ท (Google Earth) เพื่อให้สามารถดูข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศ พร้อมทั้งแผนที่ เส้นทาง และผังเมืองซ้อนทับลงในแผนที่ ไนรูปแบบ 3 มิติ ทั้งนี้ ถ้าเราได้ข้อมูลที่มีการทับซ้อนเห็นพฤติกรรมในปริมาณที่มากพอเราก็จะสามารถทำเส้นทางการเดินทางของพะยูนได้อย่างชัดเจนว่า พะยูนจักรี จะเดินทางไปลักษณะอย่างไร สามารถที่จะเอามากำหนดได้ว่า ในพื้นที่ 1ต่อ 50,000 หรือในจำนวน 1 ตร.กม หรือ 625 ไร่ ก็จะสามารถระบุตำแหน่งต่างๆเอาไว้ ให้เห็นชัดเจนว่า แต่ละจุดแต่ละสีที่แตกต่างกันนั้นเป็นเส้นทางที่พะยูนใช้เดินทางประจำ เพื่อประโยชน์ในการกำหนดมาตรการต่อไป
นายมาโนช วงษ์สุรีย์รัตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม กล่าวยืนยันว่า ทุกขั้นตอนที่ทำงานร่วมกับทีมสัตว์ คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการใช้อวนล้อมพบว่าพะยูนมีความฉลาดมาก เรียนรู้เครื่องมืออวน และเลือกที่จะหลบไม่ยอมเข้าใกล้กระแทกให้ติดอวน ทางทีมสัตว์แพทย์ก็จะทำการตรวจสุขภาพทั่วไป ตรวจวัดระดับอัตราการเต้นของหัวใจ การเก็บตัวอย่างเลือด เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ และติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารสัญญาณดาวเทียม ใช้เวลาไม่นานก็แล้วเสร็จ และเครื่องมือที่ติดก็มีมาตรฐาน มีซิลิโคนที่ห่อหุ้มส่วนหางพะยูนอยู่ ไม่เป็นการทำร้ายพะยูน หรือเป็นการทรมานสัตว์อย่างแน่นอน เมื่อปล่อยพะยูนออกไปสู่ธรรมชาติ ข้อมูลตำแหน่งก็จะส่งขึ้นดาวเทียมก็จะทราบตำแหน่งและการใช้ชีวิตประจำวันซึ่งเป็นปกติ โดยทางอุทยานฯได้จัดเรือชุดลาดตระเวนออกไปเฝ้าระวังพะยูนและมีการประชาสัมพันธ์ไปยังชุมชน ชาวประมง และผู้ประกอบการท่องเที่ยว รีสอร์ทห้องพักต่างๆที่มีอยู่บนเกาะมุกด์และเกาะกระดานให้รับทราบร่วมเฝ้าระวังป้องกัน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ซึ่งจะมีเรือผ่านไปมามาก ก็ได้ประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า ทุ่นจะมีลักษณะสีแดง จะโผล่ออกมาให้สามารถมองเห็น ขออย่าเข้าไปใกล้และให้ชะลอความเร็วของเรือ พร้อมทำความเข้าใจไปถึงทุกภาคส่วนว่า งานวิจัยชีวิตพะยูนที่ร่วมกับทีมสัตว์ คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูงขึ้นไป โดยที่ต่างประเทศทั้งออสเตรเลีย และรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งมีพะยูนเช่นเดียวกับเราก็เลือกใช้เทคโนโลยีชนิดเดียวกัน โดยจะใช้เวลาศึกษาไม่เกิน 90 วัน ก็จะแล้วเสร็จ อุปกรณ์ที่ติดไว้ที่หางพะยูนก็จะหลุดเอง โดยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ได้ ประเทศไทยก็จะได้เข้าสู่มาตรการอนุรักษ์พะยูนอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐานสากล โดยคณะทำงานใช้ตัวแทนของพะยูนจำนวน 3 ตัว ที่ต่างพื้นที่กันเป็นตัวแทนของพะยูนที่มีประมาณ 169 ตัว แต่ถ้าจะให้ได้ข้อมูลที่มากพอ ชัดเจน และดีที่สุด จะต้องติดเป็นสิบตัว ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายต่อไป
ภาพ/ข่าว สุนิภา หนองตรุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ตรัง
