- 12 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่12 เมษายน 60 เวลา13.30 น. ร.ต.อ.ทิฐินันท์ ศรีเชียงหวาง รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายเข้าไปขโมยทรัพย์สิน ภายในร้านนวดแผนไทย เลขที่553/11 ถนนอัศวมิตร ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยตำรวจสายตรวจ191 ในที่เกิดเหตุเป็นร้านนวดแผนโบราณห้องแถวสองชั้น พบนางนวพร จึงเจริญ อายุ42ปี พร้อมกับลูกสาววัย15 ปี อยู่ในการอาการตกใจถึงกับเข่าอ่อนลง พาตำรวจไปชี้จุดที่ประตูหลังร้าน ที่ลูกสาวพบคนร้ายขณะปิดประตู ก่อนจะออกจากร้านไป ทรัพย์สินที่หายไปมีกล่องเงินสี่เหลี่ยมผืนผ้า ราคา10,000 บาท ที่อยู่ในตู้ไม้ภายในร้าน ข้างในมีพระเครื่องจำนวน100 องค์ มูลค่า30,000 บาท เลสข้อมือทองคำน้ำเหนัก 2 บาท จำนวน1 ราคา40,000 บาท
นอกจากนี้กระเป๋าสะพายผ้ายีนส์ ที่วางอยู่ข้างตู้ไม้ ข้างในมีเงินสดจำนวน2,000 บาท ,พระเครื่องเหลี่ยมทอง 2 องค์ มูลค่า20,000 บาท และ พระเครื่อง3 องค์ ไม่ได้เหลี่ยมทอง และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโมบาย ที่ชาร์จอยู่ข้างเครื่องซักผ้าหลังร้าน ราคา4,300 บาท รวมมูลค่า106,300 บาท นางนวพร จึงเจริญ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ออกไปดูเขาถมที่ดินว่าจะสร้างบ้าน ที่อยู่ซอยหลังร้านนวดของตน ซึ่งลูกสาวได้อยู่ที่ร้าน แล้วได้มีชายอายุประมาณ 45ปี สวมเสื้อแขนสั้นสีดำ นุ่งกางขายาว ขี่รถจยย. แบบหญิง มาจอดบริเวณแถวร้านนวดของตน แล้วเดินไปทางด้านหลังร้าน โดยลูกสาว กำลังปิดประตูหลังร้าน ชายคนดังกล่าว ก็ได้ดึงประตูเอาไว้ ทำให้ลูกสาวของตนตกใจ แล้วสอบถามร้านขายขนมซาลาเปา อยู่ที่ไหน ลูกสาวจึงได้บอกว่า ถนัดไปอีก2ร้าน แล้วลูกสาวก็ได้ปิดประตูหลังร้าน ก่อนที่ลูกสาวจะออกจากร้านไปหาตน แล้วเล่าเรื่องดังกล่าวให้ฟัง
จากนั้นตนกลับมาถึงร้านประตูหน้าร้านเปิดออก จึงได้สำรวจทรัพย์สิน ปรากฏว่าได้หายไป แล้วได้มาดูลูกกุญแจประตูหน้าร้าน ที่เก็บไว้ในลิ้นกล่องหน้าร้าน โดยไม่ได้อยู่ในสภาพเหมือนเดิน คาดว่าคนร้าย ได้มาเปิดกล่องเจอ จึงได้เอากุญแจไขประตูเข้าไปในร้าน แล้วทำการขโมยทรัพย์ดังกล่าวไป โดยสงกรานต์ปีนี้ตนเองพร้อมกับลูกคงไม่ได้ไปเที่ยวไหนแน่ ร.ต.อ.ทิฐินันท์ ศรีเชียงหวาง เปิดเผยว่า คนร้ายในตอนแรกมาดูเป้าหมายร้านนวด แต่บังเอิญเจอลูกสาวผู้เสียหาย แต่ยังไม่กล้าลงมือก่อเหตุ หลังจากลูกสาวผู้เสียหายออกจากร้านนวดไป แล้วไปเจอลูกกุญแจในลิ้นชักกล่องหน้าร้าน จึงได้ไขประตูเข้าไปในร้านอย่างง่ายดาย แล้วทำการขโมยทรัพย์สินไปใช้เวลาไม่ถึง10 นาที เนื่องจากผู้เสียหายพร้อมลูกสาวเดินกลับมาถึงร้านใช้เวลาประมาณ 10 นาที โดยจะให้ตำรวจชุดสืบสวน ตรวจกล้องวงจรปิด ที่อยู่ใกล้บริเวณร้าน เพื่อเป็นเบาะแส ในการติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว กฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อุดรธานี
