- 16 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้(16 เม.ย. 60) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในชุมชนรอบบึงขุนทะเล ตำบลมะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี นายอดุลย์ มีถาวร ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ท่องเที่ยวบึงขุนทะเล กล่าวว่า เมื่ออาทิตย์ก่อนวันสงกรานต์ที่ผ่านมา มีกลุ่มนักล่าปลาบึกนอกสถานที่นำเครื่องมือล่าปลาเป็นรีโมทพลังเสียงและอวนลากขนาดใหญ่(อวนดำ)ที่ใช้ลากจับปลาในทะเล เข้ามาในบึงขุนทะเลและจับปลาบึกไปแล้วทุกวันถึง 15 ตัว แต่ละตัวมีน้ำหนักประมาณตัวละหลายสิบกิโลกรัม และบางตัวอาจมีน้ำหนักถึง 100 กว่ากิโลกรัม นายอดุลย์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ท่องเที่ยวบึงขุนทะเล กล่าว
นายพรชัย เตี่ยมังกรพันธ์ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59 หมู่ที่ 3 ตำบลมขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี อาชีพธุรกิจส่วนตัว กล่าวว่า นอกจากนักล่าปลาบึกจะนำอุปกรณ์รีโมทพลังเสียงมาใชล่าแล้วยังนำเอาอวนน้ำลึกสูง 6 เมตร มาล้อมจับปลาบึกอีกด้วย ซึ่งปกติปลาบึกที่กรมประมงนำมาปล่อยไว้หลายปีแล้ว ปลาฝูงนี้มีด้วยกันประมาณหลายสิบตัว แยกเป็นฝูงเล็กๆอีกฝูงละ 5-6 ตัว และจะมีถิ่นอาศัยอยู่บริเวณปากแม่น้ำตาปี เมื่อถึงเวลาหน้าปลาบึกออกมาวางไขก็จะมาวางไข่บริเวณต้นน้ำในบึงขุนทะเลแห่งนี้ ตนไม่เห็นด้วยกับการไล่ล่าปลาบึกโดยวิธีนี้ ทางหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องน่าจะลงมาดูแลเรื่องนี้ นายพรชัย กล่าว
บึงขุนทะเลแห่งนี้อยู่ในการดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)สุราษฎร์ธานี กับเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เข้ามาดำเนินการ โดยได้งบประมาณมาจัดภูมิทัศน์จากกรมโยธาและผังเมืองกว่า 200 ล้าน มีโครงการลานออกกำลังการ ถนนรอบบึงขุนทะเล และจุดกลางจัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวบึงขุนทะเล นายพรชัย นักธุรกิจท้องถิ่นกล่าว
ชาวบ้านคนหนึ่งซึ่งผูกพันกับวิถีชีวิตคนบริเวณบึงขุนทะเล เปิดเผยว่า บึงขุนทะเลแห่งนี้เป็นพื้นที่ๆชาวบ้านใช้ประโยชน์ทำประมงพื้นบ้านกันมานานแล้ว ต่อมาหน่วยงานของท้องถิ่นเข้ามาดูแลและมีปลาชนิดต่างๆ รวมถึงเมื่อหลายปีก่อนมีโครงการนำปลาบึกมาปล่อยเพื่อขยายพันธ์ในบึงนี้ด้วย ตนและนักท่องเที่ยวอีกหลายคนมองเห็นพฤติกรรมการจับปลาของคนกลุ่มนี้แล้วไม่น่าจะเป็นชาวบ้านหรือชาวประมงในพื้นที่ดูจากเครื่องมือจับปลา เป็นห่วงว่าอีกไม่นานถ้าให้มีการจับปลาแบบไร้กฎระเบียบ ปลาในบึงขุนทะเลคงจะหมดไปอย่างรวดเร็ว ชาวบ้าน กล่าว
ชาวบ้านคนเดิม กล่าวว่า ปัจจุบันบึงขุนทะเลได้รับงบประมาณมาจากกรมโยธาธิการและผังเมือง เอามาปรับภูมิทัศน์สร้างพื้นที่ให้เป็นปอดของชุมชนรอบบึงขุนทะเล และสถานที่ท่องเที่ยวแห่งอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใจกลางตัวเมืองของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อชาวชุมชนรอบบึงและนักท่องเที่ยวเข้ามา
เห็นภาพการไล่ล่าปลาบึกอย่างโหดร้านทารุณแบบนี้จึงรับไม่ได้แจ้งไปที่หน่วยงานได เช่นประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานีแต่ก็ได้คำตอบเพียง กฎหมายของกรมประมงครอบคลุมไปไม่ถึงทำอะไรไม่ได้ ชาวบ้านกล่าว
นายธีระกิจ หวังมุฑิตากุล นายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ตนก็ยังไม่ทราบรายละเอียดอะไรมานัก ทราบแต่ว่าชาวบ้านออกจับปลาตามธรรมชาติกันเท่านั้น มันเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านในบริเวณรอบบึงขุนทะเล ปลาที่ชาวบ้านมาจับได้เป็นปลาธรรมชาติที่มีอยู่ในบึงดังกล่าว มากว่า 10 ปีแล้วที่ตอนนั้นมีโครงการปล่อยปลาสู่แหล่งน้ำเพื่อขยายพันธ์ หรืออาจมีปลาที่หลุดออกมาจากบริเวณหน้าวัดสมหวังซึ่งอยู่บริเวณใกล้ๆกับบึงขุนทะเล ช่วงนี้น้ำลดชาวบ้านก็ออกหาปลากันตามปกติ แต่เมื่อมีชาวบ้านแจ้งมาตนก็จะไปตรวจสอบดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นในพื้นที่บึงขุนทะเล และจะต้องจัดเวทีเพื่อหาทางออกกันอย่างไร กับชาวบ้านรอบบึงต่อไป นายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี กล่าว
นายสมชาย สังข์สนธ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ รายงาน
