- 19 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 18 เม.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองโบราณสุโขทัย เริ่มมีขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 เป็นอย่างน้อย โดยในปี พ.ศ. 2376 “วชิรญาณภิกขุ” หรือสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ามงกุฎฯ ขณะทรงผนวชได้จาริกธุดงค์มายังเมืองโบราณสุโขทัย และพบศิลาจารึกกับพระแท่นมนังคศิลาบาตร ต่อมาภายหลังได้พบว่ามีพระราชหัตถเลขาส่วนพระองค์บันทึกถึง “เสด็จไปเที่ยวประภาษพบแท่นสีลาแห่งหนึ่ง อยู่ริมเนินปราสาทก่อไว้เปนแท่นหักพังลงมาตะแคงอยู่ที่เหล่านั้น ชาวเมืองเขาเครพย์ (เคารพ) สำคัญเป็นสานเจ้า เขามีมวยสมโพธทุกปี” และ “น้ำจากโซกชมพู่มีรสชาติดี รวมถึงโปรดให้ตักน้ำไปถวาย”
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2451 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมารได้เสด็จมาทำการศึกษาตั้งแต่เมืองโบราณกำแพงเพชร สุโขทัย และศรีสัชนาลัย โดยเสด็จมาตามเส้นทางถนนพระร่วง และได้ทรงพระราชวินิจฉัยไว้เบื้องต้น โดยจารึกลงหลักศิลาไว้เป็นที่ระลึกทั้ง 3 เมือง ซึ่งต่อมามีการตีพิมพ์บันทึกพระราชหัตถเลขา “เรื่องเที่ยวเมืองพระร่วง” อันเป็นแนวทางศึกษาประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง นายประครอง สายจันทร์ รักษาการผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร (อพท.4) เปิดเผยว่า นอกจากแนวถนนพระร่วงโบราณที่เชื่อมโยงเมืองมรดกโลกทั้ง 3 แห่ง ในการคมนาคมขนส่งแล้ว ตลอดเส้นทางก็ยังมีเรื่องราวเล่าขานไว้ด้วยตำนาน เริ่มจากเมืองศรีสัชนาลัย ณ “บ้านคุกพัฒนา” ที่พระร่วงเจ้าได้ใช้เท้าเกลี่ยดินจนเกิดเป็นถนนสำหรับใช้วิ่งว่าว ครั้นว่าวขาดหลุดลอยจนต้องวิ่งตาม ก็มาสะดุดหกล้มเป็นรอยที่ลานผาหิน “บ้านนาเชิงคีรี” อ.คีรีมาศ สถานที่ต่างๆเหล่านี้มีตำนานพระร่วงอ้างอิงไว้อย่างน่าทึ่ง และนี่คือ “มรดกพระร่วง” ที่ชวนน่าสนใจ สำหรับชุมชนบ้านคุกพัฒนาที่เป็นจุดเริ่มต้นตำนานพระร่วงวิ่งว่าว อพท.4 ได้เข้าสำรวจตั้งแต่ปี 2555 พบว่าผู้คนยังคงเล่าขานและสืบสานภูมิปัญญาอย่างเหนียวแน่น จึงส่งเสริมให้ชุมชนได้ร่วมกันคิด ร่วมกันออกแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวขึ้นมา ทั้งการเข้าพักโฮมสเตย์ ชมกิจกรรมทำว่าว ประเพณีบวงสรวงบูชาว่าวพระร่วง และจัดประกวดว่าวพระร่วง-พระลือเป็นประจำทุกปี “สิ่งที่เน้นคือต้องส่งเสริมให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง และรวมกลุ่มกันทำ งานจึงจะเดินไปได้ และปัจจุบันชุมชนบ้านคุกพัฒนา ก็เป็นชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนไปแล้ว” ส่วนที่ ต.นาเชิงคีรี อ.คีรีมาศ จาการสำรวจพบว่ายังคงมีสถานที่อ้างถึงตำนานพระร่วง เช่น “เขาพระลือ” ซึ่งถูกพระร่วงเตะกระเด็นมาตกอยู่ที่หน้าเขาหลวง และรอยพระร่วงหกล้มจากการวิ่งว่าว ชาวบ้านเรียกกันว่า “รอยกระโปกพระร่วง” รวมทั้งมี “ปรางค์เขาปู่จ่า” ปรางค์ขอมที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในสุโขทัย และมีแหล่งสกัดหินชนวนคุณภาพดี เนื้อละเอียด ที่อาจใช้สร้างศิลาจารึกหลักสำคัญต่างๆด้วย ปัจจุบันคนในชุมชนก็ยังคงเคารพศรัทธาสถานที่สำคัญ และสืบสานวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมเอาไว้ เช่น ประเพณีสักการะพระแม่ย่า (รูปเคารพโบราณ) การทำลอนตาล น้ำตาลสด น้ำตาลปึก และชุมชนตลอดสองข้างถนนพระร่วงแห่งนี้ ก็ยังมีต้นตาลอยู่อีกมากมาย ดูเป็นภาพที่สวยงาม ซึ่งทาง อพท.4 และ อบต.นาเชิงคีรี จะได้ร่วมกันพัฒนาส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน “มรดกพระร่วง” ในเร็วๆนี้
นายบุญส่ง ชำนาญเสือ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาเชิงคีรี กล่าวว่า อบต.นาเชิงคีรี และ อพท.4 มีแผนขับเคลื่อนในการพัฒนาการท่องเที่ยวให้ไปในทิศทางเดียวกัน โดยภายในปี 2560 จะส่งเสริมความสามารถชุมชนด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวในเขต อบต.นาเชิงคีรี เพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพบุคลากรเตรียมรองรับการท่องเที่ยว รวมทั้งจัดทำแผนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนด้วย อ.เคียง ชำนิ นักประวัติศาสตร์สุโขทัย กล่าวว่า สำหรับแนวถนนพระร่วงอาจแบ่งเป็นสายเหนือ คือ จากสุโขทัยไปศรีสัชนาลัย และสายใต้คือจากสุโขทัยไปกำแพงเพชร รวมระยะทางจากกำแพงเพชรไปศรีสัชนาลัย ประมาณ 123 กม. และสามารถจำแนกจากลักษณะการใช้งานได้สองทางคือ ใช้เป็นคันบังคับน้ำจากหลักฐานจารึกหลักที่ 13 ฐานพระอิศวรเมืองกำแพงเพชร ระบุว่า “อนึ่งท่อปู่พระยาร่วงทำเอาน้ำไปเถิงบางพานนั้น ก็ถมหายสิ้นและเขาย่อมทำนาทางฟ้า แลหาท่อนั้นพบกระทำท่อเอาไปเลี้ยงนา”
และใช้เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงเมืองศรีสัชนาลัยกับกำแพงเพชร โดยมีสุโขทัยเป็นจุดศูนย์กลาง ดังจะพบโอ่ง หม้อ และไหสังคโลกจากเตาหมายเลข 61 กลุ่มเตาเกาะน้อย อ.ศรีสัชนาลัย ซึ่งมีใช้เป็นจำนานมากที่เมืองกำแพงเพชร นั่นแสดงถึงการคมนาคมทางบกด้วยล้อเกวียนนั้นจำเป็นต้องมี ทั้งนี้ พบว่าที่ใกล้แนวถนนพระร่วงที่ ต.นาเชิงคีรี มีปรางค์เขาปู่จ่าที่เป็นปรางค์ขอมยุคแรกๆ สร้างด้วยการก่ออิฐแบบเดียวกับปราสาทแม่บุญตะวันตก (เสียมราฐ) ราว พ.ศ. 1500 นับว่าเป็นปรางค์ที่มีอายุมากที่สุดใน จ.สุโขทัย คือมีอายุราว 900-1,000 ปี การใช้อิฐก่อสร้างเป็นความเชื่อเฉพาะยุคสมัยแห่งความเชื่อในศาสนาฮินดู ต่อมาอาจเกิดวิกฤตการณ์ทางความเชื่อขึ้น จึงทำให้รูปเคารพในศาสนาฮินดูถูกทุบทำลาย และผู้คนหันมานับถือพุทธศาสนาแบบมหายาน ดังจะพบว่ามีการสร้างพระพุทธรูปนาคปรกขึ้น รวมถึงหันมาใช้หินในการก่อสร้างศาสนสถาน ซึ่งใน ต.นาเชิงคีรี พบว่ามีชุมชนโบราณอาศัยอยู่กันมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์แล้ว จาการสำรวจพบเครื่องมือขวานหินขัด กลองมโหระทึก กำไลสำริด รูปเคารพพนัสบดี และยังพบมีแหล่งสกัดหินชนวนเนื้อละเอียดสำหรับใช้สร้างรูปเคารพ แผ่นจารึก รวมถึงชิ้นส่วนประกอบการก่อสร้างศาสนสถานต่างๆด้วย ซึ่งจำเป็นต้องใช้การขนส่งผ่านทางถนนพระร่วง “การที่มีต้นตาลจำนวนมากอยู่สองข้างถนนพระร่วงโบราณ ประกอบกับผู้คนยังคงมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมนั้น ถือเป็นมรดกอันทรงคุณค่า และน่าสนใจอย่างยิ่ง” รักษาการผู้จัดการ อพท.4 กล่าวเสริมอีกว่า อพท.ได้ส่งเสริมให้เครือข่ายประชารัฐทั้งหน่วยงานท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ และชาวบ้านร่วมกันสำรวจศึกษาของดีในท้องถิ่นตัวเอง และหาแนวทางส่งเสริมเป็นกิจการเพื่อการท่องเที่ยว ดึงเม็ดเงินเข้าสู่ท้องถิ่น ขณะที่ตำนานพระร่วงวิ่งว่าวมาตามถนนได้หลงเหลือเรื่องราวสัมพันธ์ เล่าขานในหมู่คนกำแพงเพชรถึงศรีสัชนาลัย และในชุมชนได้พบความสำคัญในการคมนาคมมาตั้งแต่โบราณ ทั้งการเคลื่อนย้ายเครื่องสังคโลก ศิลาแลง และหินชนวน มรดกที่มีอยู่ในชุมชนเป็นต้นทุนที่มีมูลค่า สามารถเอามาต่อยอดได้ สำหรับศักยภาพ ของดีของเด่นในชุมชนนาเชิงคีรี ที่ อพท. เล็งเห็น ได้แก่ การทำน้ำตาลโตนด ทั้งน้ำตาลสดและงบ และยำกรวยตาล รวมถึงผักพื้นบ้านกับของป่า เช่น ผักหวาน และดอกดินที่ใช้ทำขนมได้ นั่นคือมรดกโลกกินได้ พัฒนาต่อยอดเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวได้ หรือเรียกว่า Gastronomy Tourism การท่องเที่ยวเชิงอาหาร ส่วนสถานที่ต่างๆที่มีอ้างถึงในตำนาน และบันทึกทางประวัติศาสตร์ เช่น เรื่องเที่ยวเมืองพระร่วง รวมถึงน้ำจากโซกชมพู่ ซึ่งรัชกาลที่ 4 มีพระราชหัตถเลขาชมว่าน้ำกินดี อีกทั้งชุมชนยังมีการค้นพบแหล่งตัดหินชนวน “เขาหินชุ” ขนาดใหญ่ ที่มีความสำคัญในการใช้ก่อสร้างเมืองสุโขทัย รวมถึงแหล่งตัดศิลาแลงที่ชาว ต.สารจิตร อ.ศรีสัชนาลัย สำรวจพบเมื่อไม่นานมานี้ นั่นคือต้นทุนสำคัญแห่ง “มรดกพระร่วง” ก็จะมีการส่งเสริมเป็นกิจกรรมท่องเที่ยว อันจะนำมาซึ่งรายได้เพื่อหล่อเลี้ยงผู้คนอย่างยั่งยืนในเร็ววันนี้
ภาพ/ข่าว ภูเบศวร์ ฝ้ายเทศ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุโขทัย
