- 20 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 20 เม.ย. 2560 ประเพณีชักเย่อเกวียนพระบาทของชาวบ้านตำบลตะปอน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เป็นประเพณีโบราณกว่า70 ปีแล้ว ที่บรรพบุรุษชาวจันทบุรี สืบสานต่อๆกันมา โดยจะจัดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีที่มาที่ไปของประเพณีนี้อยู่ว่า ในอดีตเกิดโรคห่าขึ้นภายในหมู่บ้าน ทำให้มีผู้คนล้มตายกันเป็นจำนวนมาก ถึงขนาดว่านำศพคนแรกไปฝัง กลับมาบ้านคนต่อไปก็ตายอีก รักษาอย่างไรก็ไม่หาย จึงมีพระแนะนำให้เอาผ้าพระบาทออกแห่ แห่โดยตีฆ้อง กลอง โหม่ง และแห่ไปตามหมู่บ้าน เมื่อชาวบ้านเห็นและได้ยินเสียงขบวนแห่ ก็จะยกมือสาธุ บ้านไหนมีคนป่วยก็เอาผ้าพระบาทขึ้นไปทำพิธี จากการแห่ผ้าพระบาทในครั้งนั้นก็ทำให้เกิดความมหัศจรรย์ขึ้น เกิดฝนตกและโรคระบาดหายไป ทำให้ชาวบ้านเกิดศรัทธา จึงมีการสืบทอดประเพณีติดต่อกันมาทุกปี แต่ผ้าพระบาทนั้นมีอยู่เพียงผืนเดียว เวลาชาวบ้านมารับผ้าไปก็จะแย่งกันเอาไป ต่างคนต่างอยากได้ไปทำบุญที่หมู่บ้านตนก่อน ทำให้เกิดการชักเย่อกันขึ้น จึงเป็นที่มาของการชักเย่อเกวียนพระบาท ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นการละเล่นแบบสนุกๆ ไม่มีใครโกรธกัน ทำให้เกิดการสืบทอดการชักเย่อมาแล้วกว่า 70 ปี โดยแบ่งเป็น 2 ฝ่าย ชาย-หญิง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเปรียบกัน ผู้ชักเย่อจะต้องชนะ 2 ใน 3 และชาวบ้านยังเชื่ออีกว่าถ้าแห่ผ้าพระบาทปีละ 3 ครั้ง จะทำให้ไม่เจ็บไม่ป่วย
สำหรับวิธีการแข่งขันชักเย่อเกวียนพระบาท เป็นการนำเชือกผูกติดกับเกวียนทั้งสองด้าน (ด้านหัวกับด้านท้าย) บนเกวียนจะมีผ้าพระบาทห่อเป็นม้วนแล้วผูกไว้บนเกวียน และคนตีกลองอยู่ด้านบน แบ่งผู้เล่นออกเป็นสองฝ่าย กรรมการจะส่งสัญญาณให้เริ่มการแข่งขันด้วยการ นับ 3-2-1 ตามเสียกลอง ครบ3ครั้ง เริ่มการแข่งขัน เมื่อเริ่มการแข่งขัน แต่ละฝ่ายต่างช่วยกันออกแรงดึงเชือกกันเต็มที่ เพื่อให้ล้อเกวียนเข้ามาอยู่ในฝั่งของตนเอง ส่วนรอบข้างจะมีชาวบ้าน คอยนั่งเชียร์ออกเสียงสั่งการกันสุดฤทธิ์ บางคนมายืนคุมติดขอบสนามคอยสั่งการชักเย่อจนนึกว่าตัวเองเป็นผู้เล่นเสียเอง แถมช่วยพัดวีให้ผู้แข่งขันคลายร้อน คลายเหนื่อย บางทีมดึงเชือกไป-มาพอเหนื่อยก็กดเชือกแช่ลงพื้นเป็นการคุมไม่ให้เกวียนเคลื่อนตัว ส่วนด้านบนเกวียนคนตีกลองก็คอยตีกลองรัวเป็นจังหวะเร่งเร้า สร้างบรรยากาศให้ดูตื่นเต้น เร้าใจ ซึ่งปีนี้เทศบาลตำบลตะปอน จัดแข่งขันเกวียนพระบาทขึ้น โดยมีสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี ให้การส่งเสริม สนับสนุน นางนภสร โศรกศรี วัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี บอกว่า เป็นประเพณีหนึ่งเดียวในประเทศไทย และหนึ่งเดียวในโลก จึงต้องการส่งเสริมให้เกิดการสืบสานประเพณีนี้ อีกทั้งยังต้องการให้มีการเผยแพร่ไปเพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวด้วยโดยปีนี้ มีผู้แข่งขันกว่าสิบทีม ทั้งทีมเด็กๆเยาวชน ทีมประชาชนชาย ประชาชนหญิง ทีมผู้สูงอายุ กับทีมผู้สื่อข่าวจันทบุรี-ตราด ซึ่งแชมป์ในปีนี้คือ ทีมชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน รองแชมป์ ทีมเด็กรอบวัด ส่วนทีมหญิง แชมป์คือทีมเลขาโอ๊ต รองแชมป์ ทีมหลวงพี่แป๊ก สำหรับทีมผู้สื่อข่าวจันทบุรี-ตราด ผลัดกันแพ้-ชนะกับทีมผู้สูงอายุตำบลตะปอนคนละเซ็ท ตกลงครองแชมป์ร่วมกัน
การแข่งขันชักเย่อเกวียนพระบาทจะ แตกต่างไปจากการแข่งขันชักเย่อทั่วๆไป มีเทคนิคการชักให้ชนะ นอกจากการใช้แรงดึง ชักเหมือนชักเย่อทั่วๆไปแล้ว ยังมีเทคนิคการตรึงพื้นที่ ในยามที่จะเพลี่ยงพล้ำ ด้วยการกดเชือกลงกับพื้น ดึงให้แน่น ในช่วงนี้ผู้แข่งขันจะผ่อนคลายด้วยการดื่มน้ำ พักเหนื่อย พูดคุย ปรึกษาหารือกัน แถมยังมีกองเชียร์คอยมาให้น้ำ บีบนวด พัดวีให้คลายเหนื่อย และต้องมีโค้ด ทำหน้าที่ในการสังเกตสถานการณ์ว่า ใครได้เปรียบ เสียเปรียบ จะต้องทำอย่างไร ซึ่งกำหนดเวลาในการแข่งขันจะใช้เวลา 10นาที ครบ10นาที ล้อเกวียนอยู่ใกล้ฝั่งใคร ฝ่ายนั้นจะเป็นผู้ชนะ ได้รับถ้วยและเงินรางวัลไปครอง การแข่งขันชักเย่อเกวียนพระบาท นอกจากจะได้อานิสงส์ ผู้แข่งขันมีสุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บ ไม่ป่วยแล้ว ยังเป็นการสร้างความรัก ความสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่คณะ และสืบสานกันมาจนทุกวันนี้ ผู้สูงอายุที่มาร่วมแข่งขัน หลายรายอายุมากกว่า 80ปี แต่ยังมีสุขภาพแข็งแรงมาก เพราะอานิสงส์ของการแข่งขันชักเย่อเกวียนพระบาททุกปีนั่นเอง
ภาพ/ข่าว พูลศักดิ์ บุญลอย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดตราด
