- 22 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2560 นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายแพทย์สุนทร ยนต์ตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ มอบพวงหรีด เพื่อแสดงความอาลัยและขอบคุณครอบครัวนางบุญส่ง เงาแสง อายุ 72 ปี หรือที่ชาวกาฬสินธุ์รู้จักกันในนามกำนันบุญส่ง ซึ่งเป็นกำนันคนแรกของจังหวัดกาฬสินธุ์ และเจ้าของร้านอาหารอีสานลาบก้อยชื่อดังในจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจตีบเมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา
และตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่บ้านเลขที่ 68 ม.5 บ้านเปือย ต.ยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผู้บริจาคดวงตารายแรกของโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เพื่อส่งต่อสภากาชาดไทยต่อไป โดยสามารถนำไปปลูกถ่ายให้กับผู้พิการทางสายตา ได้มองเห็นเป็นปกติได้ถึง 2 คน นายแพทย์สุนทร ยนต์ตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ด้วยโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ได้เล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็นในการพัฒนาการขอรับบริจาคอวัยวะ เพื่อเชื่อมโยงสอดคล้องกับเขตสุภาพที่ 7 กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจากสถิติสภากาชาดไทยปี 2558 มีผู้ลงทะเบียนรอรับอวัยวะ(ทุกอวัยวะ) จำนวน 5,018 ราย แต่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะเพียง 463ราย (ร้อยละ9.22) และแม้ว่าในปี 2558 จะมีผู้บริจาคสมองตายสูงสุดคือ 206 ราย แต่จำนวนคนไข้รอรับอวัยวะเพิ่ม ก็มีจำนวนมากขึ้นด้วยเช่นกัน
สำหรับอุปสรรคที่สำคัญของการปลูกถ่ายอวัยวะ คือ การขาดแคลนอวัยวะที่จะนำไปปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักและส่งผลให้ผู้รอรับอวัยวะเสียชีวิตก่อนได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ ดังนั้นโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จึงได้จัดตั้งศูนย์ขอรับบริจาคอวัยวะขึ้น เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 และได้จัดทำโครงการ “หนึ่งคนให้ หลายคนรับ จงรักภักดีต่อพ่อหลวง” เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2559 และได้เชิญบุคลากรทางการแพทย์ทุกโรงพยาบาลในจังหวัดกาฬสินธุ์ และหน่วยงานราชการในจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าร่วมการอบรมและได้เริ่มดำเนินการเรื่อยมา โดยมีการออกหน่วยขอรับบริจาคอวัยวะ ร่วมกับหน่วยรับบริจาคโลหิต ซึ่งมีจำนวนผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ จนถึงปัจจุบันรวม 322 คน แต่ยังไม่มีผู้แสดงความจำนงเสียชีวิต สำหรับผู้บริจาครายแรกนี้ ได้แก่ ท่านกำนันบุญส่ง เงาแสง โดยหลังจากที่ท่านเสียชีวิต ครอบครัวและญาติ ได้แจ้งเจตจำนงบริจาคดวงตา เพื่อบริจาคให้กับศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ได้นำไปปลูกถ่ายให้กับผู้พิการทางสายตา เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีและชาวกาฬสินธุ์ต่างชื่นชมจำนวนมาก ด้านนายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขอแสดงความชื่นชมผู้วายชนม์และครอบครัว และขออนุโมทนาในมหากุศลของผู้วายชนม์ในการบริจาคอวัยวะในครั้งนี้ และขอประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจว่าการบริจาคอวัยวะเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์จำนวนมาก ที่รอความหวังว่าจะหายจากความทุกข์ทรมาน ได้ใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา ถือเป็นมหากุศล และคณะแพทย์จะรับเอาอวัยวะจากผู้บริจาคได้ก็ต่อเมื่อผู้บริจาคเสียชีวิตแล้วจากภาวะสมองตายเท่านั้น เมื่อแพทย์ทำการผ่าตัดนำเอาอวัยวะไปปลูกถ่ายแล้ว จะตกแต่งร่างของของผู้เสียชีวิตให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย แล้วส่งคืนให้ญาติไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป ขณะที่นางบุษบากร อัครเศรษฐัง อายุ 50 ปี ลูกสาว กล่าวว่า คุณแม่บุญส่งล้มป่วยฉับพลันด้วยโรคหัวใจตีบ ส่งต้องเร่งนำส่งโรงพยาบาล แต่อาการไม่ดีขึ้น ซึ่งทางครอบครัวต้องทำใจเพราะต้องเป็นไปตามวาระของมนุษย์ที่หนีไม่พ้นอยู่แล้ว จึงขอทำความดี ทำบุญกุศล เพื่อคุณแม่บุญส่งเป็นครั้งสุดท้ายโดยการบริจาคดวงตา เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ส่วนความเชื่อที่บอกว่าหากบริจาคดวงตาแล้วชาติหน้าเกิดมาจะไม่มีดวงตานั้น ทางครอบครัวไม่เชื่อ เพราะทางพระพุทธศาสนาสอนไว้ว่าหากบริจาคอวัยวะยิ่งถือเป็นมหากุศล และเมื่อเกิดมาตัวเปล่าก็ต้องกลับไปตัวเปล่า
ภาพ/ข่าว ชมพิศ ปิ่นเมือง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาฬสินธุ์
