รวบแล้ว รอดยาก!! วงจรปิดมัดแน่น ผู้ต้องสงสัยใช้ไม้ทุบหัวชายชราชิงเงิน คาดคนเดียวกับเหตุชิงเงินสดและแหวนเพชรกว่าแสนบาทกลางตลาด

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันที่ 22 เมษายน 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการอำนวยการของ พ.ต.อ.จีรัฐติกุล อรุณจันทร์ภักดี ผกก.สภ.เมืองลำพูน, พ.ต.ท.ดนัย  ใจกล่ำ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองลำพูน, ซึ่งประกอบด้วย พ.ต.ท.เกียรติศักดิ์  จิตรประสาร สว.สส.สภ.เมืองลำพูน, ร.ต.อ.ศตวรรษ มาใจวงศ์ รอง สว.สส.ฯ, ร.ต.ท.สุทัศน์ ปัญญาวงศ์, ร.ต.ท.โมฬี มณีรัตน์ รอง สว.(สส.ฯ), ร.ต.ต.ประเสริฐ เหล่าจันตา, ด.ต.จตุรวัฒน์  เสนาวารี, ด.ต.รัตน์นริศ  เหมืองหม้อ, ด.ต.หญิงปิยะนุช  ทาชะที, ด.ต.ณัชพน  กัญญภัคชัญปภัช, จ.ส.ต.สาธิต  สาธรรม ได้ร่วมกันทำการจับตัว  นายสมบูรณ์  ดงกาฟู อายุ 52 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ที่ 2 ตำบลแม่ใจ อำเภอแม่ใจ  จังหวัดพะเยา  พร้อมด้วยของกลางจำนวน 5 รายการ

รวบแล้ว รอดยาก!! วงจรปิดมัดแน่น ผู้ต้องสงสัยใช้ไม้ทุบหัวชายชราชิงเงิน คาดคนเดียวกับเหตุชิงเงินสดและแหวนเพชรกว่าแสนบาทกลางตลาด

ได้แก่   รถจักรยาน 2 ล้อ ยี่ห้อ Crescendo สีขาว จำนวน 1 คัน เสื้อเชิ้ตแขนยาว สีขาว จำนวน 1 ตัว กางเกงขายาว สีดำ จำนวน 1 ตัว รองเท้าฟองน้ำยาง สีดำ จำนวน 1 คู่ ผ้าปิดจมูก สีขาว จำนวน 1 ผืน โดยกล่าวหาว่า    “ชิงทรัพย์ผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส และพยายามฆ่า”  เหตุเกิดบนถนนเลียบลำเหมืองกลางข้าง รพ.ลำพูน หมู่ที่ 11 ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เมื่อเวลาประมาณ 11.10น.วันที่ 5 เม.ย.2560 ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การภาคเสธฯ คดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก วันเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนฯ ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายชิงทรัพย์เหตุเกิดที่บนถนนเลียบลำเหมืองกลางข้าง รพ.ลำพูน หมู่ที่ 11 ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน จากการตรวจสถานที่เกิดเหตุเกิดเหตุทราบว่าผู้เสียหายคือนายทุน สีคำมา อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 202 หมู่ที่ 2 ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน ถูกของแข็งฟาดที่บริเวณต้นคอ กระดูกคอข้อที่ 5 และ 6 และบริเวณลำคอมีลักษณะบวม  เส้นประสาทเกี่ยวกับทางเดินหายใจขัดข้อง ทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปคือ สร้อยคอทองคำ หนัก 3 บาท จำนวน 1 เส้น และกระเป๋าเงินข้างในบรรจุเงินสด จำนวน 7,000 บาท พร้อมเอกสารบัตรประจำตัวประชาชนและใบขับขี่หลบหนีไป

รวบแล้ว รอดยาก!! วงจรปิดมัดแน่น ผู้ต้องสงสัยใช้ไม้ทุบหัวชายชราชิงเงิน คาดคนเดียวกับเหตุชิงเงินสดและแหวนเพชรกว่าแสนบาทกลางตลาด

ต่อมาจากการสืบสวนติดตามคนร้ายและตรวจสอบดูกล้องวงจรปิด และตรวจสอบในบริเวณที่เกิดเหตุพบว่าช่วงเวลาประมาณ 10.23 น.ของวันที่ 5 เม.ย.60  ผู้เสียหายได้ยืนอยู่ที่ร่มไม้บริเวณที่เกิดเหตุ  จนกระทั่งมีชายสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขายาวสีดำ สวมรองเท้าแตะแบบเปิดส้น  ปั่นรถจักรยานสีขาว แบบญี่ปุ่น ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากอนามัยสีขาว มาจากทางหน้ารพ.ลำพูน แล้วขับผ่านผู้เสียหายไป  จากนั้นจนกระทั่งเวลาประมาณ 10.31 น. คนร้ายได้เดินมายังจุดที่ผู้เสียหายอยู่ แล้วทำทีเป็นพูดคุยกับผู้เสียหาย อยู่ด้านกระบะท้ายรถ  พอเวลาประมาณ 10.55 น.  คนร้ายได้ขึ้นไปนั่งบนกระบะท้าย  แล้วใช้วัตถุลักษณะเป็นท่อนที่พกมาฟาดไปที่ต้นคอของผู้เสียหายล้มลง แล้วทำร้ายผู้เสียหายจนได้รับบาดเจ็บแล้ว ยังวนเวียนในที่เกิดเหตุไปมา  แล้วหลบหนีไป (ภาพจากกล้องวงจรปิด)   หลังจากนั้นได้ลงพื้นที่และตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายก่อนเกิดเหตุ  จากการตรวจสอบทราบว่าคนร้ายได้เข้ามายัง รพ.ลำพูน เมื่อเวลาประมาณ 08.10 น.แล้วนำจักรยานมาจอดไว้ที่ลานจอดรถโดยยังไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย  จากนั้นคนร้ายได้เดินเข้าไปที่รพ.แล้วใช้ผ้าปิดจมูกปิดบังใบหน้าไว้  แล้วเดินวนไปมาอยู่บริเวณหน้าตึก 40 ปี (ตึกสูตินารีเวช) จนกระทั่งได้เดินออกมาก่อเหตุข้างต้น  จากนั้นได้ออกสืบสวนและตรวจสอบกล้องวงจรปิดเรื่อยมา จนทราบว่าคนร้ายได้เดินทางออกมาจากเขตติดต่อระหว่างบ้านหนองปลาขอ ตำบลป่าสัก อำเภอเมืองลำพูน มาตามเส้นทางบ้านแม่สารบ้านตอง ต.เวียงยอง  อ.เมืองลำพูน ขับขี่รถจักรยานมาตามถนนสายในเมือง-ดอยติ ,ผ่านเส้นทางแยกทองอุดมศรี-สะพานท่าขาม เข้าเส้นทางหลังแจ่มฟ้าและผ่านเส้นหลังตลาดสดหนองดอก เลี้ยวซ้ายออกไปทางแยกวัดมหาวันสู่เส้นทางรพ.ลำพูน เชื่อได้ว่าคนร้ายน่าจะพักอาศัยอยู่แถวหมู่บ้านหนองป่าขอ หมู่ที่ 5  ตำบลป่าสัก อ.เมืองลำพูน จึงนำกำลังเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่อยมา  โดยนำภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดเพื่อสอบถามข้อมูล จนเมื่อวันที่ 21 เม.ย.60 ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า  พบชายคล้ายตามภาพถ่ายพักอาศัยอยู่ที่บ้านแถวหมู่บ้านเฟื่องฟ้า บ้านเลขที่ 182/62 หมู่ที่ 4 ตำบลป่าสัก อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน  จึงได้ไปตรวจสอบในหมู่บ้านดังกล่าวพบ นายสมบูรณ์  ดงกาฟู ผู้ต้องสงสัยกำลังยืนอยู่ที่บ้านดังกล่าว และจากการตรวจสอบที่ด้านหลังบ้านพบรถจักรยาน สีขาวตามที่ได้จากกล้องวงจรปิด จากนั้นจึงได้เชิญตัวมาตรวจสอบที่ สภ.เมืองลำพูน และตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับที่ได้จากภาพวงจรปิด ต่อมาได้ให้ นายทุน ผู้เสียหายมาดูตัวผู้ต้องหา นายทุน ชี้ยืนยันว่า นายสมบูรณ์  ดงกาฟู คือคนร้ายที่ทำร้ายร่างกาย และชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำและเงินจำนวน 7,000 บาทของตนเองไปจริง จึงยืนยันให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการจับกุม ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ไปทำการตรวจค้นบ้านพักของนายสมบูรณ์  ดงกาฟู ผู้ต้องหา โดยนายสมบูรณ์ฯ ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจค้นโดยมี นายสมบูรณ์ฯ เป็นผู้นำตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบของกลางดังกล่าว เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้ร่วมกันตรวจยึดสิ่งของดังกล่าวไว้เป็นของกลางพร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ชิงทรัพย์ผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสและพยายามฆ่า” ผู้ต้องหารับทราบข้อกล่าวหาดีแล้ว จึงได้ควบคุมตัวพร้อมด้วยของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธฯ นอกจากนั้นยังเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเคยก่อเหตุขโมยเงินสดแม่ค้าขายไก่สด ตลาดหนองดอกได้เงินสดไป 40.000 บาทพร้อมแหวนเพชร 2 วงมูลค่ารวม 1 แสนบาทเศษ  เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2560 เพราะเป็นบุคคลคนเดียวกันที่ภาพวงจรปิดจับภาคได้ในวันเกิดเหตุ

รวบแล้ว รอดยาก!! วงจรปิดมัดแน่น ผู้ต้องสงสัยใช้ไม้ทุบหัวชายชราชิงเงิน คาดคนเดียวกับเหตุชิงเงินสดและแหวนเพชรกว่าแสนบาทกลางตลาด

ภาพ/ข่าว ชัชวาลย์  คำไท้   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์  จ.ลำพูน