กราบสาธุ!!เพราะศรัทธาจึงแห่พากันร่วมบุญ กลุ่มจิตอาสา ศรัทธาสาธุชนหลั่งไหล มาช่วยกันบูรณะวิหารยอดดอยขะม้อ บ่อน้ำทิพย์

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

ช่วงสายวันนี้ (23 เม.ย.60) ที่บริเวณสำนักสงฆ์ดอยขะม้อบ่อน้ำทิพย์ ได้มีคณะศรัทธาสาธุชน องค์กร กลุ่มผู้มีจิตอาสาต่างๆ จำนวนกว่า 200 คน หลั่งไหลเดินทางมาร่วม ถวายกำลังเป็นทาน มาช่วยกันขนกระเบี้อง อิฐ หิน ปูน ทราย ขึ้นดอยขะม้อที่มีความสูง 1,749 ขั้น เพื่อมุงหลังคาพระวิหารขึ้นสู่ยอดดอยขะม้อ และถวายผ้าป่า อาทิ ชมรมปั่นจักรยานตำบลมะเขือแจ้ , เทศบาลตำบลป่าไผ่ นำโดยนายอัครเดช คัมภีระมนต์ นายกเทศมนตรีตำบลป่าไผ่ ,ห้างบิ๊กซีลำพูน, กลุ่มรถจักรยานยนต์วิบากเอ็นดูโร่,กลุ่มรถยนต์อ๊อฟโรด , กลุ่มน้องๆจากจังหวัดเชียงใหม่ และกลุ่มจิตอาสาๆต่างๆ ใน จ.ลำพูน

กราบสาธุ!!เพราะศรัทธาจึงแห่พากันร่วมบุญ กลุ่มจิตอาสา ศรัทธาสาธุชนหลั่งไหล มาช่วยกันบูรณะวิหารยอดดอยขะม้อ บ่อน้ำทิพย์

โดยคณะผู้บริหารสมาชิกสภาเทศบาล เจ้าหน้าที่ ร่วมกิจกรรมและให้การต้อนรับ อำนวยความสะดวก  เพื่อให้คณะศรัทธาสายบุญและประชาชนทั้งในเขตตำบลมะเขือแจ้และกลุ่มจิตอาสาต่างๆ ร่วมใจกันในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาดอยขะม้อบ่อน้ำทิพย์เพื่อทางวัดจะได้นำไปมุงหลังคาวิหารบนยอดดอย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในเขตตำบลมะเขือแจ้ ก่อนถึงประเพณีตักน้ำทิพย์ดอยขะม้อ ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2560  ซึ่งนอกเหนือจากกลุ่มผู้มีจิตอาสามาร่วมกันพัฒนาดอยขะม้อแล้ว ยังมีผู้ใจบุญนำโรงทานอาหาร และน้ำดื่ม มาเลี้ยงแก่ผู้เข้ากิจกรรมครั้งนี้ด้วย ซึ่งประชาชนทั่วไปที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสร้างบุญร่วมกันได้ที่วัดดอยขะม้อ บ่อน้ำทิพย์ ตำบลมะเขือแจ้ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

กราบสาธุ!!เพราะศรัทธาจึงแห่พากันร่วมบุญ กลุ่มจิตอาสา ศรัทธาสาธุชนหลั่งไหล มาช่วยกันบูรณะวิหารยอดดอยขะม้อ บ่อน้ำทิพย์

กราบสาธุ!!เพราะศรัทธาจึงแห่พากันร่วมบุญ กลุ่มจิตอาสา ศรัทธาสาธุชนหลั่งไหล มาช่วยกันบูรณะวิหารยอดดอยขะม้อ บ่อน้ำทิพย์

ประวัติบ่อน้ำทิพย์ดอยขะม้อ
วัดดอยขะม้อ(บ่อน้ำทิพย์)ต.มะเขือแจ้ อ.เมือง จ.ลำพูน(บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 7 แห่งของประเทศที่ใช้ในพระราชพิธีสำคัญ)(น้ำหมักดินในการทำพระรอดลำพูนในสมัยโบราณ)(1 ใน 3 สถานที่อันเป็นมหามงคล ที่นักปฏิบัติธรรมแต่กาลก่อนมักจะมาปลีกวิเวกบำเพ็ญเพียรภาวนา(คำสั่งหลวงปู่มั่นบอกท่านพ่อลี))เล่าสืบๆ กันมาว่าดอยนี้แต่เดิมเรียกขานกันว่าดอยขะมอก เพราะมีดอกไม้พื้นบ้านที่เรียกว่าดอกขะมอก(ต้นขะมอกหลวง-ขะมอกน้อย) เป็นจำนวนมากบนดอยนี้ภายหลังเพี้ยนมาเป็นดอยขะม้อ จนถึงทุกวันนี้
ก่อนถึงวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 เหนือ(วันวิสาขบูชา) จะมีประเพณีตักน้ำทิพย์จากดอยขะม้อเพื่อนำไปสรงน้ำพระบรมธาตุเจ้าหริภุญชัยเป็นประจำทุกปี น้ำจากบ่อน้ำทิพย์ดอยขะม้อถือได้ว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองลำพูน นอกจากน้ำทิพย์จากดอยขะม้อจะใช้ในการสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัยในเทศกาลแปดเป็งแล้ว ยังมีการใช้น้ำทิพย์แห่งนี้ในงานราชพิธีสำคัญต่าง ๆ ตั้งแต่ครั้งอดีตจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ พระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 6 ปี พ.ศ.2453 ต่อมาในปี พ.ศ.2468 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ก็ได้ใช้น้ำทิพย์จากดอยขะม้อในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกด้วย กระทั่งในรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงสรงน้ำมุรธาภิเษก ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อปี พ.ศ.2493 และมีการใช้น้ำจากดอยขะม้อในพระราชพิธีต่างๆตามโบราณราชประเพณีตลอดมา

กราบสาธุ!!เพราะศรัทธาจึงแห่พากันร่วมบุญ กลุ่มจิตอาสา ศรัทธาสาธุชนหลั่งไหล มาช่วยกันบูรณะวิหารยอดดอยขะม้อ บ่อน้ำทิพย์

น้ำศักดิ์สิทธิ์จากมหานครโบราณ 7 แห่งคือ 1.แม่น้ำป่าสักตำบลท่าราบ(เมืองศรีเทพ) 2.ทะเลแก้วและสระแก้ว เมืองพิษณุโลก 3.น้ำโชคชมภู่น้ำบ่อแก้งน้ำบ่อทองเมืองสวรรคโลก 4. แม่น้ำนครไชยศรี จังหวัดนครปฐม (เมืองนครชัยศรีโบราณ) 5.บ่อวัดหน้าพระลานบ่อวัดเสมาชัยบ่อวัดเสมาเมืองเมือง นครศรีธรรมราช 6.บ่อน้ำทิพย์ดอยขะม้ออำเภอเมืองจังหวัดลำพูน 7.บ่อน้ำวัดธาตุพนมเมืองนครพนม ตามตำนานพระเจ้าเลียบโลกและตำนานท้องถิ่น ได้กล่าวถึงดอยขะม้อไว้ว่าเมื่อครั้งพระพุทธองค์ ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ ได้เสด็จจาริกโปรดเวไนยสัตว์ในที่ต่างๆ และได้มาแวะฉันอาหารบนยอดดอยขะม้อนี้ ก่อนที่จะฉันอาหารพระพุทธองค์ได้เสด็จออกบิณฑบาต และได้เสด็จขึ้นไปจัดแจงแต่งดาบาตรบนยอดดอยแห่งหนึ่งอยู่ทิศเหนือของดอยขะม้อ จัดแจงแต่งดาบาตรนี้ ภาษาเหนือ เรียก “ห้างบาตร” ดอยลูกนั้นจึงเรียกขานกันมาแต่โบราณว่า “ดอยห้างบาตร” เมื่อพระพุทธองค์ห้างบาตรเสร็จก็เสด็จออกบิณฑบาตไปตามหมู่บ้านต่างๆ แล้ว ไปแวะพักฉันอาหารบนยอดดอยขะม้อ เมื่อฉันอาหารเสร็จไม่มีน้ำจะเสวย จึงโปรดให้พระอานนท์ไปตักน้ำยังลำห้วยแห่งหนึ่ง ทางทิศเหนือของดอยขะม้อ พระอานนท์ไปถึงลำห้วยนั้น ลำห้วยก็ตีบตันไปหมด ไม่สามารถตักน้ำได้จึงกลับมากราบทูลพระพุทธองค์ให้ทรงทราบ พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า “ดูก่อนอานนท์ ต่อไปภายภาคหน้าคนทั้งหลายจะเรียกห้วยแห่งนี้ว่า แม่ตีบ” พระอานนท์จึงไปยังลำธารแห่งหนึ่งอยู่ทิศใต้ของดอยนี้ไม่ไกลนัก เมื่อพระอานนท์ไปถึงน้ำในลำธารที่ใสสะอาดบได้มีล้อเกวียนผ่านไป500เล่ม ทำให้น้ำในลำธารขุ่นข้นไปหมด พระอานนท์นั่งรอท่าอยู่เป็นเวลานานน้ำก็ไม่ใสสักที จึงกลับไปกราบทูลพระพุทธองค์ให้ทรงทราบ พระพุทธองค์ตรัสว่า “ดูก่อนอานนท์ ต่อไปภายภาคหน้าคนทั้งหลายจะเรียกลำธารแห่งนี้ว่า แม่ท่า” ภายหลังเพี้ยนไปเป็น “แม่ทา” พระอานนท์จึงไปยังหนองน้ำอีกแห่งหนึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของดอยนี้ เมื่อพระอานนท์ไปถึง พญานาคที่รักษาหนองน้ำนั้นก็บันดาลให้น้ำในหนองแห้งไปหมด พระอานนท์จึงไปกราบทูลพระพุทธองค์ให้ทรงทราบ พระพุทธองค์ตรัสว่า “ดูก่อนอานนท์ต่อไปนี้ภายภาคหน้าคนทั้งหลายจะเรียกหนองน้ำแห่งนี้ว่า หนองแล้ง” เพราะน้ำได้แห้งไปและได้ตรัสกับพระอานนท์ว่าทุกๆแห่งที่เป็นอย่างนี้เป็นเพราะบุพกรรมเมื่อปางก่อนที่พระองค์เคยเกิดมาเป็นพ่อค้าเกวียน ได้แกล้งโคไม่ให้กินน้ำกินหญ้าอันวิบากกรรมนั้นจึงทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

เมื่อพระองค์ชดใช้และอโหสิกรรมแล้วจึงอธิฐานเอานิ้วพระหัตถ์กดลงไปในดิน เป็นเหตุให้พญานาค ผู้คอยดูแลรักษาบนยอดดอยนี้ ดันน้ำขึ้นมาได้ใช้เสวย ขณะนั้นมีพญายักษ์ตนหนึ่งคอยแอบติดตามหวังจะจับพระองค์กินเป็นอาหารเมื่อเห็นพุทธานุภาพจึงกลัว คลานเข้ามาน้อมเกล้าขอรับศีล ๕ เขี้ยวอันใหญ่จึงหลุดกระเด็นออกจากปากแตกกระจัดกระจายไป พระพุทธองค์ให้ศีล ๕ แล้วลูบพระเศียรประทานพระเกศา ๑เส้น ให้บรรจุไว้ในถ้ำบนดอยขะม้อ ให้ร่มขาว ๑ คัน ประทับรอยพระพุทธบาทบนยอดดอย ๑ รอย ที่เชิงดอยอีก ๑ รอย รับสั่งให้พญานาคและพญายักษ์ร่มขาวดูแลรักษารอยพระพุทธบาท พระเกศาธาตุ ซึ่งจะทำให้บ่อน้ำนี้ศักดิ์สิทธิ์ตลอดกาล พร้อมทั้งพยากรณ์ไว้ว่า น้ำบ่อนี้จะใช้สรงพระธาตุกลางเมืองหริภุญชัยและพญายักษ์ร่มขาวจะได้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในภายภาคหน้าแล้วจึงเสด็จต่อไป ดังนั้นตามตำนานจึงเกิดประเพณีตักน้ำทิพย์จากดอยขะม้อเพื่อนำไปสรงพระธาตุเจ้าหริภุญไชย สืบมาจนกระทั่งปัจจุบัน

กราบสาธุ!!เพราะศรัทธาจึงแห่พากันร่วมบุญ กลุ่มจิตอาสา ศรัทธาสาธุชนหลั่งไหล มาช่วยกันบูรณะวิหารยอดดอยขะม้อ บ่อน้ำทิพย์

 

ชัชวาลย์ คำไท้  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดลำพูน รายงาน

ชัด  ราชวงษ์ เรียบเรียง