- 24 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ชาวประมงพื้นบ้านในอำเภอเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานีกว่า 20 ครัวเรือนทุกข์หนัก หลังเจอบิลค่าน้ำประปาภูมิภาคสุราษฎร์ธานีเรียกเก็บหลังละกว่า 3,000 บาทจนถึง 20,000 บาท วอนนายกตู่ช่วยด่วน
เช้าวันนี้ที่ (24 เมษายน 2560 ) ที่หมู่บ้านชาวประมงพื้นบ้านบ้านคลองทองหลวง ม.5 ต.คลองฉนาก อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานีกว่า 20 ครัวเรือนได้ร้องเรียนผู้สื่อข่าวพร้อมชูบิลเรียกเก็บค่าน้ำประปาของประปาภูมิภาคจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่มีการออกบิลมาเรียกเก็บเป็นยอดจำนวนเงินที่สูงถึงเกือบ 20,000 บาท ซึ่งชาวบ้านบอกว่าประชาชนในหมู่บ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำการประมงพื้นบ้านขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนหนักจากบิลค่าน้ำประปาของการประปาภูมิภาคจังหวัดสุราษฎร์ธานีประจำเดือนธันวาคม 2559 มียอดเงินเรียกเก็บที่พุ่งสูงกว่าปกติตั้งแต่ยอด 3,000 เศษจนสูงสุดเกือบ 2 หมื่นบาททั้งที่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมามีอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่เป็นเวลานานเกือบ 1 เดือนชาวบ้านแทบไม่ได้ใช้น้ำชาวบ้านทำเรื่องให้การประปาตรวจสอบเรื่องความผิดปกติของค่าน้ำ แต่ทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าถูกต้องผู้ใช้น้ำต้องไปชำระหนี้และเรียกให้ไปทำสัญญาผ่อนส่งเป็นรายเดือนๆละขั้นต่ำ 500 บาท หากไม่ไปทำตามทางเจ้าหน้าที่จะส่งคนมาถอดมิเตอร์น้ำ สร้างความหวาดวิตกแก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก
โดยนางสาวสุรีพร ชื่นใจ อายุ 34 ปีอยู่บ้านเลขที่ 20 ม.5 ต.คลองฉนาก อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานีกล่าวว่าตนมีอาชีพค้าขายตามตลาดนัดรายได้วันละประมาณ 3-400 บาท บางวันก็ไม่มีรายได้ แต่ที่บ้านถูกเรียกเก็บค่าประปาในเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมาสูงถึง 4,076บาท 49 สตางค์จากปกติ 200 กว่าบาทตนได้ร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแต่เรื่องไม่มีความคืบหน้า ล่าสุดทางทางเจ้าหน้าที่ประปาภูมิภาคสุราษฎร์ธานีได้โทรศัพท์มายพูดจาข่มขู่ว่าชาวบ้านจะสู้อย่างไรไม่มีวันชนะขอให้ไปทำสัญญาผ่อนส่ง หากไม่ไปดำเนินการจะส่งคนมาถอดมิเตอร์น้ำจนทำให้ทุกวันนี้เกิดความหวาดกลัวหากถูกถอดมิเตอร์ก็ไม่มีน้ำใช้และกลัวจะถูกคดีความอีกด้วย
ในขณะที่ นางอำพันธ์ ศักดิ์ศรี อยู่บ้านเลขที่ 252 ม.5 ต.คลองฉนาก อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า บิลค่าน้ำที่ออกมาเดือนธันวาคม 2559 เช่นเดียวกันมียอดสูงถึง 19,253.85 บาท จากก่อนหน้านี้มียอดค่าน้ำเพียงเดือนละ 200 – 300 บาท เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ประปาติดตามทวงถามและข่มขู่ด้วยความกลัวจึงได้ไปทำสัญญาที่เจ้าหน้าที่บังคับให้ผ่อนส่งเดือนละ 1,000 บาท แต่ตนยังไม่มีเงินจ่าย เนื่องจากครอบครัวตนเองประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน และปัจจุบันถูกกฎหมายประมงบังคับเกี่ยวกับอุปกรณ์การใช้จับสัตว์น้ำจึงทำให้รายได้ไม่พอรายจ่าย ทุกวันนี้ต้องตกอยู่ในความทุกข์มีหวาดกลัวจะถูกเจ้าหน้าที่ประปามายกมิเตอร์น้ำ ประกอบกับน้ำประปาก็ไม่ค่อยจะไหลต้องตักน้ำในลำคลองขึ้นมาใช้ไปพลางๆอีกด้วย
ซึ่งในวันนี้มีชาวบ้านนำบิลค่าน้ำประปาประจำเดือนธันวาคม 2559 ที่ทางการประปาภูมิภาคสุราษฎร์ธานีเรียกเก็บมาให้ผู้สื่อข่าวดูประกอบด้วย นางอำพันธ์ ศักดิ์ศรี บ้านเลขที่ 252 ม.5 ต.คลองฉนาก อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี มียอดเรียกเก็บจำนวน 19,253.85 บาท นางสาวสุรีพร ชื่นใจ บ้านเลขที่ 20 ม.5 ต.คลองฉนาก อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ยอดเรียกเก็บ 3,809.80 บาท นายวิโรจน์ คนสัน บ้านเลขที่ 46/1ม.5 ต.คลองฉนาก อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ยอดเรียกเก็บ 6,435.75 บาท นายอรงค์ ศักดิ์ศรี บ้านเลขที่ 25 ม.5 ต.คลองฉนาก อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ยอดเรียกเก็บ 5,741.บาท นายสมพร อินทคชสาร บ้านเลขที่ 21/3 ม.4 ต.คลองฉนาก อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ยอดเรียกเก็บ 3,983.40 บาท นายชั้น ศักดิ์ศรี บ้านเลขที่ 20/1 ม.5 ต.คลองฉนาก อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ยอดเรียกเก็บ 4,330.60 บาท นางสาวพรทิพย์ ศักดิ์ศรี บ้านเลขที่ 19 ม.5 ต.คลองฉนาก อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ยอดเรียกเก็บ 6,522.75 บาท และนางพินิจ ดำคง บ้านเขที่ 34 ม.5 ต.คลองฉนาก อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ยอดเรียกเก็บ 5,350.50 บาท
ชาวบ้านบอกว่ายังมีผู้ที่ถูกเรียกเก็บค่าน้ำประปาเดือนธันวาคม2559 ที่ยอดเรียกเก็บสูงเกินจากปกติในอีกจำนวนกว่า 20 ราย ที่ผ่านมาได้มีการรวมตัวกันร้องเรียนยังสำนักงานประปาภูมิภาคสุราษฎร์ธานีให้มาตรวจสอบความผิดปกติของค่าน้ำ แต่ทางการประปายืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำถูกต้องทั้งหมดทางผู้ใช้น้ำต้องจ่ายตามบิลเรียกเก็บ ไปร้องเรียนยังศูนย์ดำรงธรรมเรื่องก็ยังไม่มีคืบหน้า
ล่าสุดทางการประปาได้ติดตามทวงหนี้ให้ชาวบ้านต้องจ่ายค่าน้ำตามใบเรียกเก็บ พร้อมขอให้ผู้ใช้น้ำไปทำสัญญาผ่อนส่งค่าน้ำประปาอย่างต่ำเดือนละ 500 บาท หากไม่ยินยอมจ่ายทางเจ้าหน้าที่จะส่งคนมายกมิเตอร์น้ำ ซึ่งบางรายกลัวต้องไปทำสัญญาแต่ก็ไม่มีเงินจ่าย ต้องอยู่กันอย่างหวาดผวาไม่มีน้ำใช้ จึงจำเป็นต้องร้องเรียนสื่อให้ช่วยนำเสนอข่าว เพื่อนำความเดือดร้อนของคนในหมู่บ้านไปถึงหู พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยต่อไป
