- 24 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 เมษายน 2560 ที่ห้องประชุมศรีปราชญ์ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีคณะกรรมการผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม และรายงานผลการดำเนินงานในรอบเดือนที่ผ่านมา เพื่อร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไข
สำหรับการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำเดือนเมษายน 2560 เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนครศรีธรรมราช ในห้วงเดือนมีนาคม 2560 ที่ผ่านมาผู้แทนจากสำนักงาน ปปส.ภาค 8 รายงานว่า สถานการณ์ด้านการจับกุมคดียาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีคดียาเสพติดรวม 1,207 คดีสามารถจับผู้ต้องหาได้ 1,275 คน พบว่าชนิดยาเสพติดที่มีการจับกุมมากที่สุด ได้แก่ ยาบ้า จำนวน 554 คดี คิดเป็นร้อยละ 45.89 รองลงมา ได้แก่ พืชกระท่อม 551 คดี คิดเป็นร้อยละ 45.65 ไอซ์ จำนวน 61 คดีคิดเป็นร้อยละ 5.0 5 และกัญชา จำนวน 36 คดีคิดเป็นร้อยละ 2.98 ตามลำดับ อำเภอที่มีการจับกุมมากที่สุด 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง ทุ่งสง ท่าศาลา ชะอวด และอำเภอทุ่งใหญ่ ส่วนอำเภอที่มีคดียาเสพติดน้อยที่สุดได้แก่อำเภอลานสกา ในขณะที่สถิติผลการจับกุมคดีที่มีการกระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่าข้อหาที่มีการจับกุมมากที่สุด ได้แก่ ข้อหาเสพ 410 คดี รองลงมาข้อหาครอบครอง 402 คดี ข้อหาผลิต 192 คดี ข้อหาครอบครองเพื่อจำหน่าย 189 คดี และข้อหาจำหน่าย 12 คดี ส่วนสถานการณ์ด้านการค้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่ามีพื้นที่ที่มีปัญหาด้านการค้าอยู่ในระดับที่ต้องให้ความสำคัญ คือ อำเภอเมือง ทุ่งสง ร่อนพิบูลย์ ปากพนัง และอำเภอท่าศาลา โดยพบว่าชนิดยาเสพติดหลักที่มีการค้าในพื้นที่ ได้แก่ พืชกระท่อม ยาบ้า ไอซ์ และกัญชา ตามลำดับ โดยกลุ่มเครือข่ายการค้าที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ส่วนมากเป็นรายกลางและรายย่อย ที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง เช่น จังหวัดสุราษฎร์ ภูเก็ต กรุงเทพฯ และภาคใต้ตอนล่าง ในการจัดหาและลำเลียงยาเสพติดเข้ามาสู่พื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
ในที่ประชุมยังสรุปอีกว่ากลุ่มนักค้ารายกลางซึ่งประกอบธุรกิจอื่นๆ บังหน้า และมีความเชื่อมโยงธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น หวยใต้ดิน การพนัน แรงงานต่างด้าว และของหนีภาษี เป็นต้น ส่วนกลุ่มนักค้ารายย่อย ซึ่งพบว่ามีการกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ และกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง โดยกลุ่มนี้รับยาเสพติดมาจากนักค้ารายกลาง และทำหน้าที่เป็นการกระจายยาเสพติดไปยังกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นกลุ่มผู้เสพในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเมือง ทุ่งสง ปากพนัง ร่อนพิบูลย์ และท่าศาลา ส่วนสถานการณ์ด้านการผลิตพืชเสพติดโดยเฉพาะพืชกระท่อมยังคงเป็นพืชเสพติดที่มีการลักลอบปลูกเป็นจำนวนมาก กระจายอยู่เกือบทุกพื้นที่ และบางส่วนยังคงเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และการนำมาใช้ในพื้นที่โดยส่วนมากมักเป็นในกลุ่มของผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้ใช้แรงงานภาคเกษตร โดยเชื่อว่าเป็นสมุนไพรมีสรรพคุณทางการรักษาโรค และกลุ่มผู้ใช้แรงงานโดยเชื่อว่าสามารถทํางานได้มากขึ้น และปัญหาที่พบมากในปัจจุบัน คือ การนำพืชกระท่อมไปแปรรูป และนำไปเป็นส่วนผสมของเครื่องดื่ม 4x100 ซึ่งในขณะนี้กลุ่มเด็กและเยาวชนและกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ทั้งภาคการประมง และในภาคการเกษตร นิยมเสพกันอย่างแพร่หลาย และจากการจัดการผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่ามีการลักลอบนำพืชกระท่อมมาจากพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างมาจำหน่ายให้แก่กลุ่มลูกค้าในพื้นที่ด้วย”
ภาพ/ข่าว นวรัตน์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
