ใครจะเดือดร้อนก็ช่างมัน!!ว่าที่ ร.ต.ต.อ้างแทงค์ส่งน้ำประปาหมู่บ้านรุกล้ำที่ตัวเอง ตัดระบบส่งน้ำ ทำนับ1,000 ชีวิตเดือดร้อนแสนสาหัส

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

จากกรณีที่เมื่อเย็นวานนี้ (24 เม.ย.)ได้มีชาวบ้านในท้องที่หมู่ 4 บ้านสะพานราง ต.กะหรอ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช รวมกว่า 300 ครัวเรือน เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช มณฑลทหารบกที่ 41 และสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือกรณีมีผู้อ้างว่าที่ดินที่ตั้งแทงค์ส่งน้ำประปาหมู่บ้าน เป็นพื้นที่ของตัวเอง และอ้างว่าได้มีการยื่นฟ้องร้องต่อสู้คดีในชั้นศาลจนชนะคดี จึงได้ติดป้ายประกาศสั่งห้ามผู้ใดเข้าในพื้นที่ ข่มขู่ว่าหากไม่เชื่อฟังหรือฝ่าฝืนเข้าไปในพื้นที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีในข้อหาบุกนรุก ก่อนจะตัดระบบส่งน้ำประหมู่บ้านทันที สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในที่ใช้น้ำประกาหมู่บ้านหมู่ 4 ต.กะหรอ และหมู่บ้านใกล้เคียงอีก 2-3 หมู่บ้านเป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา เด็กเล็ก คนชรา และผู้พิการ ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคมานาน 3-4 วันแล้ว 

ใครจะเดือดร้อนก็ช่างมัน!!ว่าที่ ร.ต.ต.อ้างแทงค์ส่งน้ำประปาหมู่บ้านรุกล้ำที่ตัวเอง ตัดระบบส่งน้ำ ทำนับ1,000 ชีวิตเดือดร้อนแสนสาหัส

ใครจะเดือดร้อนก็ช่างมัน!!ว่าที่ ร.ต.ต.อ้างแทงค์ส่งน้ำประปาหมู่บ้านรุกล้ำที่ตัวเอง ตัดระบบส่งน้ำ ทำนับ1,000 ชีวิตเดือดร้อนแสนสาหัส

ผู้สื่อข่าวงานว่า พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบ.มทบ. 41 ได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหารพร้อมสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อตรวยสอบข้อเท็จจริง พบว่าพื้นที่ริมถนนลาดยางสายวัดคงคาวดี ในหมู่ 4 ต.กะหรอ ริมถนนด้านซ้ายมือก่อนถึงวัดมีมีการสร้างแทงค์ส่งน้ำประปาขนาดใหญ่สูงจากพื้นดินประมาณ 20-25 เมตร ปัจจุบันมีนำคำพิพากษาศาล 2 แผ่นมาติดที่รั้วตาข่ายเหล็กแทงค์น้ำประปา พร้อมป้ายสีขาวขนาด 40x50 ซม. ข้อความตัวหนังสือสีแดงว่า “ห้ามบุคคลใด ๆเข้าไปในพื้นที่ดินแปลงนี้ หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ลงชื่อ ว่าที่ ร.ต.ต. พร้อมลายเซ็น “ ออกไปไม่มากนักเป็นบ้านเพิ่งสร้างใหม่ 1 หลังทราบว่าของ ร.ต.ต. คนที่อ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดิน ถัดไปเป็นส่วนยางพาราต่อด้วยบ้านพักครูเก่าของโรงเรียนวัดคงคาวดี ซึ่งปัจจุบันได้ย้ายโรงเรียนวัดคงคาวิดีไปอยู่ที่ใหม่ จากนั้นก็จะเป็นวัดคงคาวดี โดยถนนสายดังกล่าวยาวเข้าไปสุดเขตถนนภายในวัดพอดี

ใครจะเดือดร้อนก็ช่างมัน!!ว่าที่ ร.ต.ต.อ้างแทงค์ส่งน้ำประปาหมู่บ้านรุกล้ำที่ตัวเอง ตัดระบบส่งน้ำ ทำนับ1,000 ชีวิตเดือดร้อนแสนสาหัส

ใครจะเดือดร้อนก็ช่างมัน!!ว่าที่ ร.ต.ต.อ้างแทงค์ส่งน้ำประปาหมู่บ้านรุกล้ำที่ตัวเอง ตัดระบบส่งน้ำ ทำนับ1,000 ชีวิตเดือดร้อนแสนสาหัส

จากการสอบถามชาวบ้านโดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมานาน 40-50 ปี ได้ความว่าเดิมพื้นที่ทั้งหมดเป็นพื้นที่วัดนางชี แต่ได้ถูกทิ้งร้างไว้หลายปี ต่อมาจึงมีการสร้างวัดขึ้นมาใหม่ชื่อ “วัดคงคาวิดี” และมีการตัดถนนผ่ากลางที่ดินวัดและทางวัดได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่สร้างโรงเรียน บ้านพักครู อาคารกองทุนหมู่บ้า และแทงค์ส่งน้ำประปา  อบต. กะหรอ ในขณะที่บ้านของวาที่ ร.ต.ต.ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินอยู่ไกลออกไปกว่า 2 กม. และเขาได้ย้ายไปอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มานานหลายปีแล้ว เพิ่งกลลับมาเมื่อประมาณ 1 ปีเศษ โดยได้อ้างว่าที่ดินทั้งหมดเป็นของตัวเอง โดยมีเอกสาร สค. 1 เป็นหลักฐาน จึงมีการเกิดกรณีพิพาทกับเจ้าของสวนยางรายหนึ่ง ทราบว่าว่าที่ ร.ต.ต.ชนะคดี จึงนำคำสั่งศาลมาเป็นหลักฐานอ้างว่าที่ดินทั้งหมดทั้งสองฝั่งถนนเป็นของตัวเองทั้งหมด ยกวัดเว้นภายในรั้ววัดคงคาวดี เท่านั้น จากนั้นจึงทำการสร้างบ้านขึ้น 1 หลังใกล้กับแทงค์ส่งน้ำประปาหมู่บ้าน

ใครจะเดือดร้อนก็ช่างมัน!!ว่าที่ ร.ต.ต.อ้างแทงค์ส่งน้ำประปาหมู่บ้านรุกล้ำที่ตัวเอง ตัดระบบส่งน้ำ ทำนับ1,000 ชีวิตเดือดร้อนแสนสาหัส

ใครจะเดือดร้อนก็ช่างมัน!!ว่าที่ ร.ต.ต.อ้างแทงค์ส่งน้ำประปาหมู่บ้านรุกล้ำที่ตัวเอง ตัดระบบส่งน้ำ ทำนับ1,000 ชีวิตเดือดร้อนแสนสาหัส

 จากนั้นว่าที่ ร.ต.ต.คนดังกล่าวได้ยื่นข้อเสนอให้ทาง อบต.กะหรอ ทำเรื่องขอเช่าที่ดินตัวเองเพื่อใช้เป็นสถานที่ตั้งแทงค์ส่งน้ำประปา ซึ่งทางนายก อบต.กะหรือได้เสนอเรื่องในที่ประชุมสภา โดยทางสภา อบต.กะหรอ ไม่อนุมัติให้เช้าที่ดินเพราะเป็นที่รับรู้กันมานานว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินวัดนางชี ที่ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นวัดคงคาวดี จนล่าสุดว่าที่ ร.ต.ต.คนดังกล่าวได้เดินทางกลับมาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้นำคำสั่งศาลและป้ายห้ามผู้ใดบุกรุกเข้าไปในสถานที่ดังกล่าว หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ก่อนจะทำการตัดระบบส่งน้ำประปาหมู่บ้าน จนชาวบ้านหมู่ 4 ต.กะหรือ และหมู่บ้านข้างเคียงได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส พยายามรวมตัวกันไปเปิดระบบส่งน้ำประปา แต่ว่าที่ ร.ต.ต.ที่อ้างเป็นเจ้าของที่ดินได้นุ่งผ้าถุง ไม่สวมเสื้อ ออกมายืนริมถนน โดยด้านหลังเหน็บวัตถุคล้ายอาวุธปืนด้วย ชาวบ้านจึงไม่กล้าเข้าไปเปิดระบบส่งน้ำ จึงรวมตัวกันเดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเนียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช และมณฑลทหารบกที่ 41 รวมทั้งสมาคมสื่อมวลชลจังหวัดนครศรีธรรมราช  ในขณะที่ว่าที่ ร.ต.ต.คนดัง  กล่าว รีบเดินทางกลับจังหวัดชายแดนภาคใต้ทันที

ใครจะเดือดร้อนก็ช่างมัน!!ว่าที่ ร.ต.ต.อ้างแทงค์ส่งน้ำประปาหมู่บ้านรุกล้ำที่ตัวเอง ตัดระบบส่งน้ำ ทำนับ1,000 ชีวิตเดือดร้อนแสนสาหัส

                แกนนำที่ร่วมเดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมคนหนึ่ง กล่าวว่า ชาวบ้านทั้งตำบลรับรู้กันว่าที่ดินในบริเวณดังกล่าวเป็นที่ดินวัดนางชีที่เป็นวัดร้าง และต่อมามีการสร้างวัดขึ้นมาใหม่เปลี่ยนชื่อเป็นวัดคงคาวดี  ทางวัดอนุญาตให้สร้างโรงเรียน บ้านพักครู และอนุญาตให้ อบต.สร้างอาคารกองทุนหมู่บ้านและแทงค์ส่งน้ำประปาหมู่บ้าน แต่จู่ ๆ ว่าที่ ร.ต.ต.ที่เคยมีบ้านอยู่ห่างออกไปกว่า 2 กม. มาอ้างว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงดังกล่าว โดยมีเอกสารสิทธิ์ สค. 1 เป็นหลักฐาน จนเกิดการพิพาทที่ดินกับชาวบ้านคนหนึ่งและชนะคดี  แต่กลับนำคำสั่งศาลมาอ้างว่าที่ดินทั้งหมดซึ่งไม่ได้เป็นที่ดินกรณีพิพาทที่ฟ้องร้องต่อศาลเป็นที่ดินของตัวเองทั้งหมด มันเป็นไปได้อย่างไร ในขณะนี้บ้านเดือดร้อนอย่างหนักเพราะถูกตัดระบบส่งน้ำ เป็นการกระทำที่ไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสของชาวบ้านนับ 1,000 ชีวิตนับว่าเขากล่ากระทำตัดน้ำชาวบ้าน..เขาเลือดเย็นมากจริง ๆ

ใครจะเดือดร้อนก็ช่างมัน!!ว่าที่ ร.ต.ต.อ้างแทงค์ส่งน้ำประปาหมู่บ้านรุกล้ำที่ตัวเอง ตัดระบบส่งน้ำ ทำนับ1,000 ชีวิตเดือดร้อนแสนสาหัส

ใครจะเดือดร้อนก็ช่างมัน!!ว่าที่ ร.ต.ต.อ้างแทงค์ส่งน้ำประปาหมู่บ้านรุกล้ำที่ตัวเอง ตัดระบบส่งน้ำ ทำนับ1,000 ชีวิตเดือดร้อนแสนสาหัส

ชาวบ้านทั้งหมดจึงขอเรียกร้องให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการแก้ไขปัญหา โดยขอให้ตรวจสอบแนวเขตที่ดินของวัดนางชีเดิมให้ชัดเจน รวมทั้งตรวจสอบว่าที่ดินที่มีการพิพาทฟ้องร้องกับชาวบ้านเป็นที่ดินจุดใด มีแนวเขตชัดเจนแค่ไหน รวมมาถึงที่ดินวัดนางชีเดิมที่เคยอนุญาตให้สร้างโรงเรียน บ้านพักครู อาคารกองทุ่นหมู่บ้านและแทงค์ส่งน้ำประปาหมู่บ้านด้วยหรือไม่ และเป็นคนละแปลงไม่เกี่ยวข้องกันก็ขอให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย แต่หากตรวจสอบพบว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน ขอให้ตรวจสอบว่ามีการออกเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และออกทับที่ดินเดิมของวัดซึ่งถือเป็นที่ธรณีสงฆ์ได้อย่างไร

ใครจะเดือดร้อนก็ช่างมัน!!ว่าที่ ร.ต.ต.อ้างแทงค์ส่งน้ำประปาหมู่บ้านรุกล้ำที่ตัวเอง ตัดระบบส่งน้ำ ทำนับ1,000 ชีวิตเดือดร้อนแสนสาหัส

ใครจะเดือดร้อนก็ช่างมัน!!ว่าที่ ร.ต.ต.อ้างแทงค์ส่งน้ำประปาหมู่บ้านรุกล้ำที่ตัวเอง ตัดระบบส่งน้ำ ทำนับ1,000 ชีวิตเดือดร้อนแสนสาหัส

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 09.00 น.วันที่ 25 เม.ย.2560 นี้ พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบก.มทบ. 41 พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมและเจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราชพร้อมคณะจะเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยความจำเป็นเร่งด่วนคือการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการขาดแคบนน้ำ ซึ่งถือเป็นสิ่งสาธารณูปโภคพื้นฐานจะใช้อำนาจ ม.444 สั่งปิดระบบส่งน้ำประปาให้ชาวบ้านได้ใช้ทันที  ส่วนการตรวจสอบความถูกเกี่ยวกับแนวเขตที่ดินจะต้องตรวจสอบและดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งจะดำเนินการใน 2 ส่วน ประกอบด้วย 1.ที่ดินดังกล่าวเป็นแปลงเดียวกับกรณีพิพาทฟ้องร้องกีบชาวบ้านหรือไม่  2.หากมีการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทั้งหมดเป็นการออกทับที่ดินวัดหรือที่ธรณีสงฆ์ และเป็นการออกเอกสารสิทธิ์ถูกตามตามกฎหมายหรือไม่  และหากพบว่ามีการรุกล้ำที่ดินวัดจะสรุปนำไปนำเสนอให้มีการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ต่อไป. ซึ่งจะนำเสนอข่าวความคืบหน้าในเรืองนี้ต่อไป.

ใครจะเดือดร้อนก็ช่างมัน!!ว่าที่ ร.ต.ต.อ้างแทงค์ส่งน้ำประปาหมู่บ้านรุกล้ำที่ตัวเอง ตัดระบบส่งน้ำ ทำนับ1,000 ชีวิตเดือดร้อนแสนสาหัส

ใครจะเดือดร้อนก็ช่างมัน!!ว่าที่ ร.ต.ต.อ้างแทงค์ส่งน้ำประปาหมู่บ้านรุกล้ำที่ตัวเอง ตัดระบบส่งน้ำ ทำนับ1,000 ชีวิตเดือดร้อนแสนสาหัส

ภาพ/ข่าว นวรัตน์ อินทศิลา    ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์  จ.นครศรีธรรมราช