- 25 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
กำหนดแนวทางอนุรักษ์พันธุ์ปลา และ สัตว์น้ำในบึงขุนทะเล หารือเพื่อหาทางออกร่วมระดมความคิดเห็นชาวบ้าน
เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 60 ที่ผ่าน นายอดุล มีถาวร ประธานกลุ่มวิสาหกิจท่องเที่ยวบึงขุนทะเล เปิดเผยว่า จากที่ผู้สื่อข่าวได้นำเสนอรายงานข่าวออกไปเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ผู้มีส่วนรับผิดชอบหลายฝ่ายตื่นตัวออกมาจัดเวทีเพื่อหาทางออกร่วมกัน พร้อมมีข้อเสนอแนะให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการออกกฎและกติกาการใช้ประโยฃน์ทรัพยากรร่วมกัน ที่ห้องประชุม ชั้น 2 ศูนย์บริการสาธารณสุข ที่ 4 บึงขุนทะเล มีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือ จำนวน 45 คน ประกอบด้วย นายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี ประมงจังหวัด ประมงอำเภอและข้าราชการ สมาชิกสภาเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี รองปลัดแทนนายกขุนทะเล สารวัตรกำนัน ต.วัดประดู่ สารวัตรกำนันแทนกำนัน ต.ขุนทะเล ปลัดอำเภอฯ ปลัดเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.วัดประดู่ กรรมการชุมชน กรรมการชุมชน เจ้าหน้าที่เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ผู้ประกอบอาชีพประมงและประชาชน ในที่ประชุมมีมติตกลงร่วมกันเพื่อสร้างในจิตสำนึก อนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำไว้ประกอบอาชีพในการดำรงชิวิตเหมือนที่ผ่านมา ประธานกลุ่มวิสาหกิจท่องเที่ยวบึงขุนทะเล กล่าว
ประธานกลุ่มวิสาหกิจท่องเที่ยวบึงขุนทะเล ยังกล่าวด้วยว่า ในที่ประชุมมีมติร่วมให้ผู้ดำรงอาชีพประมง ดำรงอาชีพตามปกติในวิถีชีวตชุมชนเดิม ไม่จับสัตว์น้ำใพื้นที่อนุรักษ์พื้นที่หมู่ที่ 3 ต.ขุนทะเลบริเวณใกล้วัด และบริเวณริมเขื่อนภูมิทัศน์บึงขุนทะเลตามสภาพห่างไปไม่น้อยกว่า 50-100 เมตร ตลอดแนว ไม่ใช้สารพิษและกระแสไฟฟ้าในการจับสัตว์น้ำ ให้มีหัวหน้ากลุ่มหรือคณะทำงานเพื่อกำหนดเครื่องมือประมง ประธานกลุ่มวิสาหกิจท่องเที่ยวบึงขุนทะเล กล่าว
ชาวบ้านคนหนึ่งซึ่งไม่เปิดเผยชื่อและอาศัยทำกินอยู่กับอาชีพประมงพื้นบ้านบริเวณบึงขุนทะเล เล่าว่า ปลาบึกมีอยู่ในบึงขุนทะเลมานานมากแล้ว ระยะหลังๆมานี้ชาวบ้านพบปลาบึกน้อยมาก จึงได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มอนุรักษ์ มีวัตถุประสงค์อนุรักษ์สัตว์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณบึงขุนทะเลแห่งนี้ รวมถึงปลาบึกด้วย วันนี้ถึงจะมีการสร้างกฎและกติกาออกมาใช้ร่วมกันแล้ว แต่เป็นเรื่องแปลกที่ไม่มีใครพูดถึงปลาอีกชนิดหนึ่งเช่น ปลาบึก ที่ประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานีเอามาให้กลุ่มอนุรักษ์บึงขุนทะเลปล่อย เพื่อเพราะและขยายพันธ์ุ อยู่ในบึงนี้ด้วย เมื่อหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา มีคนนอกชุมชนนำเครื่องมือห้ามจับสัตว์น้ำมาใช้ล่าปลาบึกในบึงขุนทะเล และปลาบึกจำนานมากกว่า 15 ตัวๆละหลายร้อยกิโลกรัมถูกไล่ล่าอย่างทารุณโหดร้าย โดยไม่มีใครลุกขึ้นมาปกป้องหรือวางกฎระเบียบอะไรกับปลาขนาดใหญ่เหล่านั้น ปกติชาวบ้านที่ทำอาชีพประมงพื้นบ้านอยู่บริเวณบึงขุนทะเลแห่งนี้ ตนกับเพื่อนๆทุกตนก็รู้ว่ามีปลาบึกอาศัยอยู่ในแหลงน้ำของบึงขุนทะเล แต่ไม่มีใครกล้าจับมากินเป็นอาหารเพราะเป็นปลาในโครงการที่ภาครัฐนำมาปล่อยเพื่อขยายพันธ์ุก่อนที่จะสูญหายจากบึงขุนทะเลไป ชาวบ้านกล่าว
นายธีรกิจ หวังมุฑิตากุล นายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า การประชุมหาทางออกเรื่องการจับสัตว์น้ำในบึงขุนทะเล ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ติดต่อด้วยกันจำนวนหลายหมู่บ้านชาวบ้าน ประชาชนมาใช้ประโยชน์ร่วมกัน จึงต้องหารือกันเพื่อให้เข้มงวดและกวดขัน ดูแลเครื่องมือที่ชาวบ้านเอามาใช้ไม่ให้ผิดกฎหมาย ต้องสร้างจิตสำนึก ซึ่งในที่ประชุมสรุปมีนโยบายให้พื้นที่แห่งนี้เป็นที่พักสัตว์น้ำ ปกติในหมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 5 ของ ต.มะขามเตี้ย ก็เป็นแนวเขตอนุรักษ์อยู่แล้ว และมีข้อตกลงร่วมกันคือ อวนที่ชาวบ้านนำมาใช้จับสัตว์น้ำเช่นปลาก็ต้องมีตาใหญ่อย่างน้อย 5 เซ็นติเมตร และ ไม่อนุญาตให้นำยาฆ่าแมลงหรือสารอันก่อใหเกิดเป็นอันตรายต่างๆกับมนุษย์และสัตว์อื่นๆมาเบื่อปลาในบึง ห้ามนำไฟฟ้ามาช็อตปลา และมีการทำข้อตกลงร่วมกันกับให้ผู้ใช้ประโยชน์ร่วมในบึงขุนทะเล ให้มาพบปะหารือแลกเปลียนกันทุกๆ 1 เดือน เพื่อมาประชุมปรึกษาหารือและให้ความคิดเห็น ต่อกรณีกำหนดเป็นแนวอนุรักษ์พันธุ์ปลา และ สัตว์น้ำในบึงขุนทะเล นายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี กล่าว
ข่าว/ภาพ นายสมชาย สังข์สนธ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี รายงาน
