มหากาพย์น้ำประปา หมู่บ้านสะพานราง เจ้าของที่ยื่นคำขาดขอค่าที่ 1.5 แสนบาทขาดตัว นายกอบต.หลั่งน้ำตา ไม่รู้จะช่วย 300 ครัวเรือนขาดน้ำอย่างไร

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

จากกรณีที่มีชาวบ้านในท้องที่หมู่ 4 บ้านสะพานราง ต.กะหรอ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช รวมกว่า 300 ครัวเรือน เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช มณฑลทหารบกที่ 41 และสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือกรณีมีผู้อ้างว่าที่ดินที่ตั้งแทงค์ส่งน้ำประปาหมู่บ้าน เป็นพื้นที่ของตัวเอง และอ้างว่าได้มีการยื่นฟ้องร้องต่อสู้คดีในชั้นศาลจนชนะคดี จึงได้ติดป้ายประกาศสั่งห้ามผู้ใดเข้าในพื้นที่ ข่มขู่ว่าหากไม่เชื่อฟังหรือฝ่าฝืนเข้าไปในพื้นที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีในข้อหาบุกรุก ก่อนจะตัดระบบส่งน้ำประหมู่บ้านทันที สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในที่ใช้น้ำประปาหมู่บ้านหมู่ 4 ต.กะหรอ และหมู่บ้านใกล้เคียงอีก 2-3 หมู่บ้านเป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา เด็กเล็ก คนชรา และผู้พิการ ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคมานาน 3-4 วันได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ตามที่เสนอข่าวมาแล้วนั้น

มหากาพย์น้ำประปา หมู่บ้านสะพานราง เจ้าของที่ยื่นคำขาดขอค่าที่ 1.5 แสนบาทขาดตัว นายกอบต.หลั่งน้ำตา ไม่รู้จะช่วย 300 ครัวเรือนขาดน้ำอย่างไร

วันนี้(25 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวงานว่าจากการที่ พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบ.มทบ. 41 พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะเดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและช่วยเหลือชาวบ้านแต่เนื่องจาก พล.ต.อาคม พงศษ์พรหม ผบ.มทบ. 41 ติดภารกิจต้อนรับ พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ผช.ผบ.ทบ. เดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยด้านกำลังพลและด้านกิจการพลเรือน ในพื้นที่ ทภ.4 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและรับทราบปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายของกองทัพบกและรัฐบาล จึงมอบหมายให้ ร.อ.ลือชา เผือกผ่อง ตำแหน่ง รอง ผบ. กองเรือนจำ มทบ. 41 หัวหน้าชุด ชป.มทบ. 41 พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ นำเสนอ ผบ.มทบ. 41 พิจารณาดำเนินการต่อไป

โดยคณะของ ร.อ.ลือชา เผือกผ่อง ได้เดินทางลงตรวจสอบบริเวณสถานที่ตั้งแทงค์ส่งน้ำประปาหมู่บ้าน พบว่าพื้นที่ริมถนนลาดยางสายวัดคงคาวดี ในหมู่ 4 ต.กะหรอ ริมถนนด้านซ้ายมือก่อนถึงวัดมีมีการสร้างแทงค์ส่งน้ำประปาขนาดใหญ่สูงจากพื้นดินประมาณ 20-25 เมตร ปัจจุบันมีนำคำพิพากษาศาล 2 แผ่นมาติดที่รั้วตาข่ายเหล็กแทงค์น้ำประปา พร้อมป้ายสีขาวขนาด 40x50 ซม. ข้อความตัวหนังสือสีแดงว่า “ห้ามบุคคลใด ๆเข้าไปในพื้นที่ดินแปลงนี้ หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ลงชื่อ ว่าที่ ร.ต.ต. พร้อมลายเซ็น “ ออกไปไม่มากนักเป็นบ้านเพิ่งสร้างใหม่ 1 หลังทราบว่าของ ร.ต.ต. คนที่อ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดิน ถัดไปเป็นส่วนยางพาราต่อด้วยบ้านพักครูเก่าของโรงเรียนวัดคงคาวดี ซึ่งปัจจุบันได้ย้ายโรงเรียนวัดคงคาวิดีไปอยู่ที่ใหม่ จากนั้นก็จะเป็นวัดคงคาวดี โดยถนนสายดังกล่าวยาวเข้าไปสุดเขตถนนภายในวัดพอดี

มหากาพย์น้ำประปา หมู่บ้านสะพานราง เจ้าของที่ยื่นคำขาดขอค่าที่ 1.5 แสนบาทขาดตัว นายกอบต.หลั่งน้ำตา ไม่รู้จะช่วย 300 ครัวเรือนขาดน้ำอย่างไร

หลังจากนั้นเข้าพบผู้บริหาร ฯและสมาชิกสภา อบต.กะหรอ อ.นบพิตำ พร้อมกำนัน ผู้ใหญาบ้านในพื้นที่เพื่อข้อทราบข้อมูลพร้อมปัญหา อุปสรรคในเบื้องต้น ในขณะที่ชาวบ้านนับ 100 คนพร้อมพระภิกษุสงฆ์วัดคงคาวดี (วัดนางชี) ที่ทราบข่าวถือป้ายเรียกร้องขอความช่วยเหลือและแห่เดินทางมารวมตัวกันในศาลาเอนกประสงค์ของ อบต.กะหรือ จนแน่นศาลา  โดยคณะผู้บริหาร อบต.กะหรอ และผู้นำท้องถิ่นรวมทั้งชาวบ้านให้ข้อมูลตรงกันว่าแต่ละคนอาศัยอยู่ในพื้นที่มานาน 40-50 ปี และทราบกันดีว่าพื้นที่ทั้งหมดที่มีปัญหาเดิมเป็นพื้นที่วัดนางชี แต่ได้ถูกทิ้งร้างไว้หลายปี ต่อมาจึงมีการสร้างวัดขึ้นมาใหม่ชื่อ “วัดคงคาวิดี” และมีการตัดถนนผ่ากลางที่ดินวัดและทางวัดได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่สร้างโรงเรียน บ้านพักครู อาคารกองทุนหมู่บ้า และแทงค์ส่งน้ำประปา  อบต. กะหรอ ในขณะที่บ้านของว่าที่ ร.ต.ต.ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินอยู่ไกลออกไปกว่า 2 กม. และเขาได้ย้ายไปอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มานานหลายปีแล้ว เพิ่งกลับมาเมื่อประมาณ 1 ปีเศษ โดยได้อ้างว่าที่ดินทั้งหมดเป็นของตัวเอง โดยมีเอกสาร สค. 1 เป็นหลักฐาน จึงมีการเกิดกรณีพิพาทกับเจ้าของสวนยางรายหนึ่ง ทราบว่าว่าที่ ร.ต.ต.ชนะคดี จึงนำคำสั่งศาลมาเป็นหลักฐานอ้างว่าที่ดินทั้งหมดทั้งสองฝั่งถนนเป็นของตัวเองทั้งหมด ยกวัดเว้นภายในรั้ววัดคงคาวดี เท่านั้น และทำการสร้างบ้านขึ้นในพื้นที่  1 หลังใกล้กับแทงค์ส่งน้ำประปาหมู่บ้าน

มหากาพย์น้ำประปา หมู่บ้านสะพานราง เจ้าของที่ยื่นคำขาดขอค่าที่ 1.5 แสนบาทขาดตัว นายกอบต.หลั่งน้ำตา ไม่รู้จะช่วย 300 ครัวเรือนขาดน้ำอย่างไร

 

จากนั้นว่าที่ ร.ต.ต.คนดังกล่าวได้ยื่นข้อเสนอให้ทาง อบต.กะหรอ ทำเรื่องขอเช่าที่ดินตัวเองเพื่อใช้เป็นสถานที่ตั้งแทงค์ส่งน้ำประปา ซึ่งทางนายก อบต.กะหรือได้เสนอเรื่องในที่ประชุมสภา โดยทางสภา อบต.กะหรอ ไม่อนุมัติให้เช่าที่ดินเพราะเป็นที่รับรู้กันมานานว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินวัดนางชี ที่ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นวัดคงคาวดี จนล่าสุดว่าที่ ร.ต.ต.คนดังกล่าวได้เดินทางกลับมาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้นำคำสั่งศาลและป้ายห้ามผู้ใดบุกรุกเข้าไปในสถานที่ดังกล่าว หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ก่อนจะทำการตัดระบบส่งน้ำประปาหมู่บ้าน จนชาวบ้านหมู่ 4 ต.กะหรือ และหมู่บ้านข้างเคียงได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส พยายามรวมตัวกันไปเปิดระบบส่งน้ำประปา แต่ว่าที่ ร.ต.ต.ที่อ้างเป็นเจ้าของที่ดินได้นุ่งผ้าถุง ไม่สวมเสื้อ ออกมายืนริมถนน โดยด้านหลังเหน็บวัตถุคล้ายอาวุธปืนด้วย ชาวบ้านจึงไม่กล้าเข้าไปเปิดระบบส่งน้ำ จึงรวมตัวกันเดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช และมณฑลทหารบกที่ 41 รวมทั้งสมาคมสื่อมวลชลจังหวัดนครศรีธรรมราช  ในขณะที่ว่าที่ ร.ต.ต.คนดัง  กล่าว รีบเดินทางกลับจังหวัดชายแดนภาคใต้ทันที

มหากาพย์น้ำประปา หมู่บ้านสะพานราง เจ้าของที่ยื่นคำขาดขอค่าที่ 1.5 แสนบาทขาดตัว นายกอบต.หลั่งน้ำตา ไม่รู้จะช่วย 300 ครัวเรือนขาดน้ำอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางเจ้าหน้าที่พยายามจะโทรศัพท์ติดต่อกับว่าที่ ร.ต.ต. ที่อ้างเป็นเจ้าของที่ดิน ที่เดินทางกลับไปในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ว่าที่ ร.ต.ต.คนดังกล่าว ไม่ยอมรับสายแม้จะโทรศัพท์ไปหลายครั้ง จึงเปลี่ยนใจโทรศัพท์ไปหาภรรยาของว่าที่ ร.ต.ต.คนดังกล่าว แต่ได้รับคำยืนยันว่าหากจะให้เปิดน้ำประปาให้ชาวบ้านใช้ทาง อบต.กะหรอ จะต้องนำเงินมาช่วยค่าเช่าที่จำนวน 150,000 บาท จึงจะยอมเปิดน้ำประปาให้ชาวบ้านได้ใช้ตามปกติ

 

มหากาพย์น้ำประปา หมู่บ้านสะพานราง เจ้าของที่ยื่นคำขาดขอค่าที่ 1.5 แสนบาทขาดตัว นายกอบต.หลั่งน้ำตา ไม่รู้จะช่วย 300 ครัวเรือนขาดน้ำอย่างไร

ทางด้านนายมนัสพงศ์ สุทธิเดช นายก อบต.กะหรอ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส เขาไม่ยอมเปิดน้ำประปาให้ชาวบ้านใช้  ในข้อเท็จจริงเป็นที่รับรู้กันมานานว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่วัดนางชี และทาง อบต.กะหรอ ได้ขอใช้พื้นที่สร้างอาคารกองทุนหมู่บ้าน แทงค์ส่งน้ำประปาหมู่บ้าสน และมีการไถเกลี่ยเพื่อสร้างที่ทำการ อบต.กะหรอ ใหม่ แต่ในวันนี้เขาอ้างว่าเขามี  ส.ค. 1 จนมีกรณีพิพาทกับชาวบ้านคนหนึ่ง และได้ฟ้องศาลต่อสู้คดีกันจนมีคำพิพากษาให้เขาชนะคดี และเจ้าหน้าที่ดินได้เข้ามารังวัดแนวเขตตามที่เขาชี้ส่งผลให้แนวเขตกินพื้นที่ของวัดรวมทั้งที่ตั้งกองทุนหมู่บาน แทงค์น้ำประปาหมู่บ้านเข้าไปด้วย

  “ตนสงสารชาวบ้านเป็นอย่างมากเพราะจนถึงวันนี้เขาไม่ยอมเปิดน้ำให้ชาวบ้านใช้ จะให้ อบต.กะหรอ ใช้เงินเช่าที่ดังกล่าว  ทั้ง ๆ ที่พื้นที่ดังกล่าว อบต.กะหรอ ขอใช้มานานหลายสิบปีแล้ว และทุกคนต่างรับรู้กันในทิศทางเดียวกันว่าที่ดินเป็นที่ดินของวัด เรื่องนี้มันเป็นไปได้อย่างไร..? ตนเชื่อว่าปัญหาเกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่ที่ดินเข้ามารังวัดที่ตาม สค. 1 ซึ่งแนวเขตไม่ชัดเจนวัดตามที่เขาชี้บอกจนทำให้ที่ดินวัดเดิมรวมอยู่ในที่ สค. 1 ด้วย ตนอยากจะเรียกร้องให้หน่วยงานระดับสูงสั่งให้มีการรื้อคดีนี้มาพิจารณาตรวจสอบกันใหม่ หรืออย่างน้อยให้ดำเนินการตรวจสอบรังวัดใหม่ให้ชัดเจนโดยด่วน  หากปล่อยให้เรื่องคาราคาซังอยู่อย่างนี้ทาง อบต.กะหรอ ไม่รู้จะหาทางแก้ปัญหานี้เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอย่างไร นับวันชาวบ้านยิ่งทวีความเดือดร้อนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ “ นายมนัสพงศ์ กล่าว.

มหากาพย์น้ำประปา หมู่บ้านสะพานราง เจ้าของที่ยื่นคำขาดขอค่าที่ 1.5 แสนบาทขาดตัว นายกอบต.หลั่งน้ำตา ไม่รู้จะช่วย 300 ครัวเรือนขาดน้ำอย่างไร

ภาพ/ข่าว นวรัตน์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ นครศรีธรรมราช