- 26 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 26 เมษายน 2560 ณ ดอนปู่ตาบ้าน ต.บ้านว่าน อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ 1,2,4 ได้ร่วมกันทำพิธี “บุญเลี้ยงบ้าน เลี้ยงผีปู่ตา” โดยมีการนำเครื่องเซ่นผีปู่ตา หลายอย่างทั้งไก่ต้มบ่าวสาว(ไก่รุ่นผู้-เมีย) อย่างละ 1 ตัว ขัน 5 ขัน 8 ขันหมากเบ็ง 1 คู่ หมอนหน้าม้า(3 เหลี่ยม) 1 ลูก เหล้า 1 ขวด ยาสูบ 4 มวนใหญ่ (ใช้ใบตองทั้งแผ่นไม่ตัด) หมากพลู 4 คำ กล้วย 2 หวี ข้าวต้ม 4 มัด เงิน 4 บาท มะพร้าว 3 ลูก หมากพิลา(ทับทิม) 3 ลูก ผ้าผืนแพรวา หวี ซ้อง น้ำมัน (หอม) แป้งทาหน้า ก้องแขน (กำไลมือ) ตุ้มหู(ต่างหู) และแหวน โดยมี “เฒ่าจ้ำ” ของหมู่บ้านเป็นคนนำทำพิธี โดยพิธีในครั้งนี้เป็นประเพณีความเชื่อของชาวตำบลบ้านว่านที่ต้องทำพิธีในทุกปีก่อนเข้าสู่ฤดูทำนาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
ปราชญ์ชาวบ้านท่านหนึ่งในพื้นที่ตำบลบ้านว่านให้ความรู้กับผู้สื่อข่าวว่า คำว่าผีปู่ตา หมายถึง ผีเจ้าที่เจ้าทาง ที่เชื่อกันว่าเป็นผู้ทำหน้าที่คุ้มครองหมู่บ้านให้อยู่เย็นเป็นสุขการเลี้ยงปู่ตาก็คือการเลี้ยงสังเวยผีเจ้าที่เจ้าทางประจำหมู่บ้านนั่นเองในภาคอีสานตามหมู่บ้านต่างๆแต่ละท้องถิ่นเราจะเห็นว่ามีศาลเจ้าพ่อหรือตูบปู่ตาประจำอยู่นอกหมู่บ้านเสมอชาวอีสานถือว่าเป็นประเพณีจำเป็นที่จะขาดไม่ได้ถ้าปีใดเผอิญไม่ได้ทำพิธีเลี้ยงปู่ตาหากเกิดเหตุเภทภัยขึ้นแก่ชาวบ้านเขามักจะโทษกันว่าเป็นเพราะไม่ได้เลี้ยงส่งปู่ตาด้วยความเชื่อแบบนี้ชาวบ้านจึงพากันทำประเพณีนี้สืบมาตราบเท่าทุกวันนี้สถานที่ตั้งตูบปู่ตาก็มีแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่นบางท้องถิ่นตั้งอยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้าน บางท้องถิ่นตั้งอยู่ทางทิศใต้หรือทิศอื่นๆ ชาวบ้านทั่วๆไปเรียกว่า “ดอนปู่ตา” หรือ “ดงปู่ตา” เชื่อกันว่าดอนปู่ตาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์ ใครจะไปรุกล้ำหรือตัดต้นไม้ หรือแสดงกิริยาวาจาอันหยาบคายในบริเวณนั้นไม่ได้ ปู่ตาจะทำโทษให้มีอันเป็นไปทันทีผู้เลี้ยงผีปู่ตา ชาวบ้านเรียกว่า “เฒ่าจ้ำ” หรือ “เข้าจ้ำ” หรือ “ตาจ้ำ” หรือ “ขะจ้ำ” ทั้งนี้นิยมเรียกแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นนั้นๆ เมื่อถึงเทศกาลเลี้ยงปู่ตาประจำปี เฒ่าจ้ำมีหน้าที่ในการป่าวเตินหรือประกาศให้ชาวบ้านในท้องถิ่นได้ทราบเพื่อจะได้เตรียมสิ่งของต่างๆ ในการเลี้ยงเซ่น หรือบวงสรวงเชื่อกันว่า ถ้าใครเจ็บไข้ได้ป่วยเพราะไปรุกล้ำหรือล่วงเกินผีปู่ตาจะต้องเชิญเฒ่าจ้ำไปบวงสรวง ก็จะหายเจ็บไข้ได้ป่วยทันตาเห็น การบวงสรวงผู้ทำผิดต้องใช้หมูหรือไก่เป็นเครื่องบวงสรวง ทั้งนี้แล้วแต่เฒ่าจ้ำจะแนะนำ ถ้าใครป่วยหรือมีความจำเป็นที่จะต้องไปบ๋าหรือบนผีปู่ตาก็จะต้องไปเชิญเฒ่าจ้ำให้ไปเหมือนกันตามประเพณีที่เคยนับถือกันมา นิยมกำหนดเอาวันพุธ เดือน 6 ข้างขึ้นหรือข้างแรมก็ได้ พอถึงวันกำหนดเฒ่าจ้ำจะแจ้งให้ชาวบ้านทุกหลังคาเรือนได้ทราบให้เตรียมสิ่งของที่จะนำไปเลี้ยงปู่ตา บางท้องถิ่นนิยมเลี้ยงปีละ 2 ครั้ง คือ วันพุธเดือน 6 และวันพุธเดือนยี่ เชื่อกันว่า ถ้ายังไม่มีการเลี้ยงปู่ตาก็ไม่ควรเริ่มทำไร่ไถนา มิฉะนั้นแล้วจะให้มีอันเป็นไปต่างๆเครื่องเซ่นผีปู่ตา มักเป็นไก่ต้มบ่าวสาว(ไก่รุ่นผู้-เมีย) อย่างละ 1 ตัว บางแห่งใช้หมูต้มทั้งตัว บางแห่งใช้หัวหมู บางแห่งใช้เนื้อสัตว์ที่ล่ามาได้ ขัน 5 ขัน 8 ขันหมากเบ็ง 1 คู่ หมอนหน้าม้า(3 เหลี่ยม) 1 ลูก เหล้า 1 ขวด ยาสูบ 4 มวนใหญ่ (ใช้ใบตองทั้งแผ่นไม่ตัด) หมากพลู 4 คำ กล้วย 2 หวี ข้าวต้ม 4 มัด เงิน 4 บาท มะพร้าว 3 ลูก หมากพิลา(ทับทิม) 3 ลูก ผ้าผืนแพรวา หวี ซ้อง น้ำมัน (หอม) แป้งทาหน้า ก้องแขน (กำไลมือ) ตุ้มหู(ต่างหู) และแหวน ขัน 5 ประกอบด้วย ธูป 5 คู่ ดอกไม้ 5 คู่ เทียน 1 คู่ ใส่พาน (ส่วนมากใช้จานสังกะสี) ขัน 8 ประกอบด้วย ธูป 8 คู่ ดอกไม้ 8 คู่ เทียน 1 คู่ ใส่จานสังกะสี
เมื่อได้เวลาอันสมควร ส่วนมากนิยมกำหนดเอาเวลาก่อนเที่ยง ชาวบ้านนำโดยเฒ่าจ้ำและผู้เฒ่าผู้แก่จะออกไปที่ดอนปู่ตาพร้อมกัน เมื่อถึงจะปูสาดปูเสื่อนำของที่เตรียมไปวางไว้บนตูบ และบริเวณรอบๆ แล้วเฒ่าจ้ำจะเริ่มเซ่นหรือบวงสรวง โดยเริ่มกล่าวว่า “เดือน 5 เดือน 6 มาฮอดแล้ว ลูกหลานสิมาขอเลี้ยงญาพ่อใหญ่ ว่าบ้านของเฮาสิคุ่มซุ่มเย็นบ่ ลูกหลานขอเสี่ยงขอทาย ปีนี้ฝนสิดีบ่ งัวควายสิดีบ่ หมูหมาเป็ดไก่สิดีบ่ ขอให้ไขปากเว่าคือนกอีหลอ ไขคือนกอีแก้ว มาฮอดแล้วให้จาเว่าต่อลูกหลาน” แล้วก็เริ่มเสี่ยงทาย
ภาพ/ข่าว ภัทรวินทร์ ลีปาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดหนองคาย
