- 26 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 26 เม.ย. 2560 นายจำรัส เชื้อแป้ง อายุ 46 ปี เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและเป็น Young Smart Farmer อาสาสมัครเกษตรประจำหมู่บ้าน และ นางนงลักษณ์ สิงห์แอ้ดซ์ “ป้าขาว” อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20/2 หมู่ 1 บ้านลำประดา ต.ลำปะดา อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ซึ่งเป็นเกษตรกรมีอาชีพทำนา เปิดเผยว่าได้รับการแนะนำส่งเสริมจาก นายเอกรัตน์ นาถ้ำทอง เกษตรอำเภอบางมูลนาก เรื่องการปลูกพืชใช้น้ำน้อยรวมถึงได้รับยอดพันธุ์มันญี่ปุ่น-มันไข่ จากสำนักงานเกษตรจังหวัดพิจิตร ครอบครัวละ 20 ยอด เมื่อ 2-3 ปีก่อน จากนั้นจึงนำมาขยายพันธุ์ เริ่มปลูกจาก 1 ไร่ จนถึงทุกวันนี้ขยายแปลงปลูกมันญี่ปุ่น-มันไข่ เป็น 2 แปลง แปลงละ10ไร่ ซึ่งจะลงมือปลูกในช่วงหน้าแล้งใช้เวลา 60-70 วัน แรงงานก็จ้างเพื่อนบ้านแทบทุกขั้นตอน ใช้เวลา 2เดือนเศษสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตออกขายสู่ตลาดได้
นางนงลักษณ์ “ป้าขาว” เกษตรกรที่ละทิ้งการทำนาปรังหันมาปลูกมันญี่ปุ่น เล่าว่า การลงทุนในปีแรกประมาณ 50,000 บาท (ซื้อเครื่องอุปกรณ์เครื่องสูบน้ำและการให้น้ำแบบหยด ) พื้นที่ 1 ไร่ถ้าปลูกมันญี่ปุ่น-มันญี่ปุ่นสีม่วง-มันญี่ปุ่นแครอท จะได้ผลผลิตประมาณ 3,000 กิโลกรัม ขายปลีกกิโลกรัมละ 30 บาท ขายส่งกิโลกรัมละ 20 บาท แต่ถ้าเป็นมันไข่จะได้ผลผลิต 4,000-4,500 กิโลกรัม ขายปลีกกิโลกรัมละ 15 บาท ขายส่งกิโลกรัมละ 8 บาท ทุกวันนี้เข้าสู่ปีที่ 4แล้วในช่วงฤดูแล้งก็จะปลูกมันทั้ง 2 ชนิด 1 ปีปลูกได้ 2 รุ่น คิดรายรับหักรายจ่ายแล้วปลูกมันญี่ปุ่น-มันไข่ พื้นที่ 1 ไร่ มีกำไรเหลือเงินเกือบ 30,000 บาท ซึ่งดีกว่าการทำนาปรังหลายเท่าตัว “ป้าขาว” เกษตรกรวัย 65 ปี เล่าเพิ่มเติมว่าทุกวันนี้ปลูกมันญี่ปุ่น-มันไข่ สลับกับการทำนาซึ่งตนเองมีอยู่ 36 ไร่ ในช่วงฤดูฝน นาทั้ง 36ไร่ ก็จะให้ลูกชายปลูกข้าวนาปี แต่พอถึงหน้าแล้งก็จะแบ่งพื้นที่นา 20 ไร่ ปลูกมันญี่ปุ่น-มันไข่ ซึ่งก็ปรากฏว่า การสลับระหว่างการปลูกข้าวกับการปลูกมันที่มีการไถกลบ ต้นมันกลับกลายเป็นว่าสร้างปุ๋ยธรรมชาติให้กับนาข้าวได้เป็นอย่างดี ส่วนการปลูกมันญี่ปุ่นที่ทางราชการแนะนำส่งเสริม ก็ปรากฏว่าเพื่อนบ้านหลายคนยังไม่กล้าจะลงมือทำอย่างจริงจัง แต่ก็มีลงมือปลูกมันญี่ปุ่น-มันไข่แล้ว 4-5 ราย เท่านั้น ส่วนคนอื่นๆ ตนเองก็พยายามชักชวนให้หันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย ลดพื้นที่การทำนาปรัง แต่ก็ดูเหมือนหลายๆคนจะสนใจและกลัวๆกล้าๆ ซึ่งตนเองก็ช่วยได้แค่เพียงขายต้นกล้าที่เป็นยอดมันญี่ปุ่นให้เพื่อนบ้านในราคายอดละ 2- 3 บาท เพื่อนำไปขยายพันธุ์ต่อและบางคนก็มารับจ้างทำนาในไร่มันเพื่อศึกษาเรียนรู้และหารายได้เสริม
“ป้าขาว” บอกอีกว่า ตนเองมีประสบการณ์ปลูกมันญี่ปุ่นมาแล้ว 4 ปี หรือ 8 รุ่น ยืนยันว่ามีกำไรดีกว่าการทำนา 4-5 เท่าตัวอย่างเห็นได้ชัด แต่ปัญหาทุกวันนี้คือยังหาตลาดรับซื้อที่ให้ราคาดีและแน่นอนไม่ได้ ซึ่งอาจเป็นเพราะผลผลิตมีไม่เป็นกอบเป็นกำและไม่ต่อเนื่องเข้าตำราที่ว่า มีน้อยขายยาก มีมากขายง่าย ดังนั้นผลผลิตที่มีตนเอง จึงต้องนำไปขายปลีกตามตลาดนัด ซึ่งได้ราคาดีก็จริงแต่ยังมีความเสี่ยง เพราะอนาคตถ้าผลผลิตมีมากกว่านี้ราคาอาจจะต่ำลง ถ้าขาดขบวนการสร้างเครือข่าย ดังนั้นจึงอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่นอกจากส่งเสริมให้ปลูกควรหันมาให้ความสำคัญเรื่องปริมาณผู้ปลูกและการตลาดควบคู่ไปด้วย สำหรับเพื่อนๆเกษตรกรที่สนใจต้องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือผู้ค้ามันญี่ปุ่น-มันไข่ สามารถติดต่อได้ที่ นายจำรัส เชื้อแป้ง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและเป็น Young Smart Farmer อาสาสมัครเกษตรประจำหมู่บ้าน โทร 084-8151109 , นางนงลักษณ์ “ป้าขาว” โทร 082-8875539
ภาพ/ข่าว สิทธิพจน์ เกบุ้ย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.พิจิตร
