- 28 เม.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเช้าวันที่ 28 เม.ย. 2560 นายประกาญจน์ เพ็งสกุล อายุ 72 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป บ้านเลขที่ 68/2 หมู่ 10 ต ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เดินเข้าร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าวขอความเป็นธรรมให้กับบุตรชายชื่อพลทหารเอกภาพ เพ็งสกุล อายุ 23 ปี เป็นพลทหารประจำการอยู่ค่ายทหารวชิราวุธ นครศรีธรรมราช เนื่องจากพลทหารเอกภาพ ถูกนายสุเพลินทิพย์ บุญมา และนางบุญหลาย บุญมา สองสามีภรรยา บ้านเลขที่ 303 หมู่ 2 ต.โคกหาร อ.เขาพนม จ.กระบี่ ได้ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เขาพนม จ.กระบี่ กล่าวหาว่าพลทหารเอกภาพ ลูกชายของตนว่าพราก น.ส.รัชนี (นามสมมุติ) บุตรสาวพาหลบหนี โดยล่าสุดทางพนักงานสอบสวน สภ.เขาพนม จ.กระบี่ มีหมายเรียกมาที่บ้านขอให้พลทหารเอกภาพ เพ็งสกุล บุตรชายไปพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว
นายประกาญจน์ เพ็งสกุล เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ไปสู่ขอนางสาวรัชนี บุตรสาวของนายสุเพลินทิพย์ บุญมา และนางบุญหลาย บุญมา และตกลงหมั้นหมายกันแล้วเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2559 ด้วยเงินสด 10,000 บาท และสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท 1 เส้น และตกลงจะแต่งงานกันเมื่อลูกชายตนปลดจากเกณฑ์ทหาร ซึ่งตนมีบันทึกเป็นหลักฐานในการตกลงแต่งงานกันที่บ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแล้ว พร้อมทั้งมีภาพถ่ายวันหมั้นและการบันทึกตกลงกันที่บ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านไว้เป็นหลักฐานทุกขั้นตอน แต่จู่ ๆ มีหมายเรียกจาก สภ.เขาพนม จ.กระบี่ มาที่บ้าน แจ้งให้พลทหารเอกภาพ บุตรชายตน เนื่องจากฝ่ายพ่อแม่ของ น.ส.รัชนี แจ้งความดำเนินคดีกับพลทหารเอกภาพ บุตรของตนในข้อหาพรากผู้เยาว์ โดยระบุว่าแจ้งความที่ สภ.เขาพนม จ.กระบี่ ตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค. 2559 ในข้อหาพรากผู้เยาว์ ทั้งๆที่ได้หมั้นหมายตกลงนัดวันแต่งงานกันแล้ว
“ที่ผ่านมาหลังการหมั้นหมายนางสาวรัชนีกร บุญมา ว่าที่ลูกสะใภ้ได้มาอาศัยอยู่ที่บ้านของตนมาตลอด และเล่าให้ตนฟังว่าพ่อแม่มีปัญหาเรื่องเงินใช้จ่าย จึงบังคับให้ตนไปแต่งงานกับผู้ชายอื่น แต่ น.ส.รัชนี ไม่ยินยอมเพราะรักกับพลทหารเอกภาพ บุตรชายตน และจะแต่งงานกันหลังพลทหารเอกภาพ ปลดประจำการจะไม่ยอมแต่งงานกับผู้ชายอื่น ๆ อย่างเด็ดขาด ซึ่งตอนนี้นางสาวรัชนี ยังอาศัยอยู่ที่บ้านของตนไม่ยอมกลับไปบ้านเพราะกลัวจะโดนพ่อแม่บังคับให้แต่งงานกับผู้ชายคนอื่น”
ในข้อเท็จจริงหากพ่อแม่ฝ่ายผู้หญิงเบี้ยวไม่ยอมแต่งงานตามที่ตกลงหมั้นหมายกันไว้ เขาจะต้องคืนเงิน 10,000 บาทพร้อมสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาทแก่ตน แต่กลับเล่นแง่กฎหมายแจ้งความกล่าวว่าหาพลทหารเอกภาพว่าพรากผู้เยาว์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ที่สำคัญหลังหมั้นหมายว่าที่ลูกสะใภ้ก็มาอาศัยอยู่บ้านตนและประกาศไม่ยอมแต่งงานกับผู้ชายอื่นอย่างเด็ดขาด ตนไม่รู้จะแก้ปัญหานี้อย่างไร จึงมาปรับทุกข์ขอความเป็นธรรมผ่านสื่อและขอให้ฝ่ายโจทย์ถอนแจ้งความพลทหารเอกภาพ ลูกชายของตน รวมทั้งได้แต่งงานอยู่กันฉันสามีภรรยากับนางสาวรัชนีกร ตามกำหนดการที่ตกลงหมั่นหมายกันไว้ และอยากให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยแก้ปัญหาให้พลทหารเอกภาพด้วย เนื่องจากตนและบุตรชายไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้วหวังว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจะยื่นมือเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนี้ต่อไป นายประกาญจน์ เพ็งสกุล กล่าวในที่สุด.
ภาพ/ข่าว นวรัตน์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ นครศรีธรรมราช
