ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการติดต่อ นางสุพรรณี สุดรัก อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 ม.11 ต.บ้านนา อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ซึ่งเป็นภรรยาของนายชัยรัตน์ ได้หอบลูก 1 ขวบ มาในที่เกิดเหตุ พร้อมแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า สามีของตน(นายชัยรัตน์) ไม่ได้กลับบ้านตั้งแต่เมื่อคืน แจ้งแค่ว่าจะออกไปส่งลูกน้อง ที่ทำงานแบกไม้ให้กับตน ออกไปตั้งแต่เวลา 19.00 น.วันที่ 28 เมษายน 60 และตนได้โทรหาสามี(นายชัยรัตน์)ให้ซื้อของกินกลับเข้าบ้านมาด้วย เนื่องจากนายชัยรัตน์ จะเข้าไปในตัวอำเภอย่านตาขาวเพื่อหาซื้อของกิน ได้ติดต่อกันเพียงเท่านั้น หลังจากวางสายตนก็รอนายชัยรัตน์ จนเวลาประมาณ 4 ทุ่มก็ยังไม่กลับเข้าบ้านเลยได้โทรหาแต่ไม่มีคนรับสาย โทรตลอดทั้งคืนจนมีคนมาแจ้งว่าพบรถยนต์กระบะซึ่งเป็นของสามีตน ในสวนไร่ผสม ม.2 ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่าตาขาว จ.ตรัง จึงได้เดินทางมาดูในที่เกิดเหตุพร้อมหอบลูกวัย 1 ขวบมาด้วย
อย่างไรก็ตามทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบทรัพย์สินภายในรถยนต์ และ สภาพรถยนต์ แล้วให้ทางญาติเจ้าของรถยนต์ขับออกจากพื้นที่ดังกล่าว เพื่อไปตรวจสอบเพิ่มเติม ที่ สภ.ย่านตาข่าว พร้อมเชิญตัวนางสุพรรณี สุดรัก ภรรยาเจ้าของรถยนต์ เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมกันนี้ได้ประสานทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในท้องที่ ได้เร่งออกตามหาชายเจ้าของรถ และ ลูกน้อง เกรงจะเป็นอันตรายต่อชีวิต ส่วนสาเหตุที่ นายชัยรัตน์ และลูกน้อง ได้ขับรถมาจอดทิ้งไว้ทำไม นั้นทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน ของร.ต.อ.ฉลองชัย ชาปาน ร้อยเวรสภ.ย่านตาขาว เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
ภาพ/ข่าว สุนิภา หนองตรุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ตรัง