เราขอคัดค้าน เอกชนเช่าพื้นที่!!ชาวเกาะสมุยรวมพลังปกป้องแหลมไม้แก่น มรดกผืนสุดท้ายของคนสมุย

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

เมื่อวันที่ 30 เม.ย.60 เวลา10.00น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เขาแหลมไม้แก่น ม.4 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้มีชาวเกาะสมุยกว่า 300 คน มารวมตัวแสดงพลังประกาศเจตนารมย์ ร่วมปกป้องแหลมไม้แก่น คัดค้านกรมธนารักษ์ในการจัดหาผลประโยชน์จากที่ดินราชพัสดุ จำนวน 37-1-85 ไร่ ด้วยการให้เอกชนเช่า ซึ่งไม่เป็นไปตามมติของประชาชนในพื้นที่ที่สรุปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพัฒนาพื้นที่แหลมไม้แก่น โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย และคัดค้านการออกหนังสือสำคัญที่หลวง (นสล.) ไม่ถูกต้องไปทับซ้อนพื้นที่ป่ารัฐบาลบริเวณช่วงปลายแหลมจำนววน 9-3-13.5 ไร่ โดยการแสดงพลังครั้งนี้ ชาวเกาะสมุยขอให้กรมธนารักษ์ทบทวนเรื่องการขอเช่าที่ดินแหลมไม้แก่นของเทศบาลนครเกาะสมุย เพื่อนำมาใช้พัฒนาโครงการอันที่ก่อให้เกิดประโยชน์ให้แก่ประชาชนชาวสมุยอย่างแท้จริง

เราขอคัดค้าน เอกชนเช่าพื้นที่!!ชาวเกาะสมุยรวมพลังปกป้องแหลมไม้แก่น มรดกผืนสุดท้ายของคนสมุย

ผศ.รัตน์ ยืนนาน อุปนายกสมาคมสมุย ตัวแทนชาวเกาะสมุย กล่าวว่า กรมธนารักษ์ได้มีการดำเนินการจัดให้มีการประมูลเช่าที่ดินแหลมไม้แก่น เพื่อให้เอกชนเข้าร่วมทุน โดยอ้างว่าเทศบาลนครเกาะสมุยซึ่งเป็นผู้ขอให้เช่าในครั้งนั้นมีเงินทุนคงจะไม่พอ ซึ่งต้องใช้เงินประมาณ 1 พันล้าน ตามพรบ.การให้เอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 กรมธนารักษ์จึงได้ดำเนินการให้เอกชนเข้ามาร่วมทุน

เราขอคัดค้าน เอกชนเช่าพื้นที่!!ชาวเกาะสมุยรวมพลังปกป้องแหลมไม้แก่น มรดกผืนสุดท้ายของคนสมุย

พอชาวเกาะสมุยทราบข่าวก็มีความเห็นว่าการตัดสินใจของกรมธนารักษ์ครั้งนี้ไม่เป็นไปตามประชามติของชาวเกาะสมุยที่ต้องการให้องค์การปกครองท้องถิ่นร่วมกับชาวเกาะสมุยเข้าไปพัฒนาที่ดินแปลงนี้ ขณะนี้ที่ดินราชพัสดุทุกจุดทุกแห่งได้ถูกเอกชนเช่าไปหมดแล้ว เหลือแหลมไม้แก่นเป็นผืนสุดท้ายของกรมธนารักษ์ ซึ่งขาวเกาะสมุยมีมติว่าควรจะให้ชาวเกาะสมุยเข้าไปใช้ประโยชน์โดยการให้เทศบาลนครเกาะสมุยเข้าไปพัฒนา ใช้ทำพิพิธภัณฑ์ ทำศูนย์แสดงสินค้า และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่จะเป็นปอดหายใจของชาวเกาะสมุยและนักท่องเที่ยว ผศ.รัตน์ ยืนนาน กล่าว

สำหรับที่ดินราชพัสดุ แปลงหมายเลขทะเบียนที่ สฎ.998 (บริเวณแหลมไม้แก่น) ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย ปัจจุบันมีเนื้อที่ประมาณ 37-1-85 ไร่ โดยก่อนหน้านี้กรมโลหกิจได้ซื้อที่ดินมาจากนายห้งหยาว แซ่ลิ้ม เพื่อทำเหมืองแร่มีเนื้อที่ตามทะเบียน 54-1- 59 ไร่ ต่อมาได้รังวัดเพื่อขอออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ( นสล.) ได้เนื้อที่ 54-1-4 ไร่ แบ่งหักเป็นทางหลวงสายบ้านบ่อผุด-บ้านปลายแหลม เนื้อที่ประมาณ 3-2-62.6 ไร่ และบริเวณคัดค้านแนวเขตของที่ดินข้างเคียงตามหลักฐาน น.ส.3 ก. เนื้อที่ประมาณ 13-0-56.4 ไร่ ซึ่งในปีพ.ศ.2559 กรมธนารักษ์ได้กำหนดยุทธศาสตร์โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงแหลมไม้แก่น โดยการเปิดประมูลให้เอกชนเสนอโครงการพัฒนาและเสนอค่าธรรมเนียมให้ทางราชการ

เราขอคัดค้าน เอกชนเช่าพื้นที่!!ชาวเกาะสมุยรวมพลังปกป้องแหลมไม้แก่น มรดกผืนสุดท้ายของคนสมุย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงแหลมไม้แก่นกรมธนารักษ์มีนโยบายพัฒนาตั้งแต่ปีพ.ศ.2548 โดยเปิดประมูลให้เอกชนเป็นผู้เสนอโครงการและผลประโยชน์ตอบแทนมีเอกชนเข้าประมูล 3 ราย ในราคาสูงสุดเพียง 125 ล้านบาท และ 110 ล้านบาทตามลำดับ ต่อมากรมธนารักษ์ยกเลิกผลการประมูล เนื่องจากเห็นว่าราคาประเมินที่ดินในขณะนั้นต่ำกว่าราคาที่ดินตามความเป็นจริง และได้กำหนดราคาประเมินที่ดินใหม่ โดยในปีพ.ศ. 2552 ราคาประเมินที่ดินอยู่ที่ 433 ล้านบาท และคาดการมูลค่าโครงการพัฒนาเกินกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งต้องดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 โดยให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของจังหวัด และกลุ่มจังหวัดที่ต้องการให้จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

 

ภาพ/ข่าว อัญชลีพร โย่งโต ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี