คำตัดสินสุดท้าย!!!สังคมรอคำตอบ คดีสองตายายเก็บเห็ด!!ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษา 2พ.ค. นี้

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2560 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ รายงานว่า จากกรณี นายอุดม และ นางแดง ศิริสอน อายุ 48 ปี สองสามีภรรยา หมู่ที่ 4 บ้านโนนสะอาด อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าจับกุมและส่งตัวให้ตำรวจ ดำเนินคดี ในข้อหาร่วมกันบุกรุก แผ้วถาง ก่อสร้าง ทำไม้ ยึดถือครอบครอง หรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการกระทำให้เสื่อมสภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต,ทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปโดยไม่มีรอยตรารัฐบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต

คำตัดสินสุดท้าย!!!สังคมรอคำตอบ คดีสองตายายเก็บเห็ด!!ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษา 2พ.ค. นี้ คำตัดสินสุดท้าย!!!สังคมรอคำตอบ คดีสองตายายเก็บเห็ด!!ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษา 2พ.ค. นี้

คดีนี้ตำรวจ สภ.ยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อทำการสอบสวนตามพยานหลักฐาน และได้ส่งสำนวนไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ จากนั้นหลังอัยการส่งฟ้อง ศาลชั้นต้นได้นัดพร้อม เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2554 ซึ่งขณะนี้ นายอุดมและนางแดง ศิริสอน สองสามีภรรยา เป็น ผู้ต้องหา มีอายุ 48 ปี ได้ให้การรับสารภาพในศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นจึงสั่งลงโทษจำเลยทั้งสองคน โดยไม่การสั่งสืบเสาะและพินิจจำเลยตามความผิด พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 แต่เนื่องจากการกระทำเป็นความผิดหลายกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ที่ร่วมกันแผ้วถาง ก่นสร้าง ทำไม้ฯ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งมีโทษหนักตามกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกคนละ 11 ปี และฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 19 ปี ร่วมจำคุก 30 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกคนละ 15 ปี และริบของกลางทั้งหมดกับให้จำเลยทั้งสองคน คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของจำเลยทั้งสองออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติที่เข้าไปครอบครองด้วย

คำตัดสินสุดท้าย!!!สังคมรอคำตอบ คดีสองตายายเก็บเห็ด!!ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษา 2พ.ค. นี้

คำตัดสินสุดท้าย!!!สังคมรอคำตอบ คดีสองตายายเก็บเห็ด!!ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษา 2พ.ค. นี้

ต่อมาหลังทนายผู้ต้องหาประกันตัว ได้ยื่นอุทธรณ์ ภาค 4 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 ซึ่งศาลอุทธรณ์ ได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2555 แก้ให้เป็นลงโทษาจำคุก 14 ปี 12 เดือน ซึ่งผู้ต้องหา ได้ให้ทนายฎีกาคำสั่งและยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2555 และศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2560 เวลา 09.00 น. สำหรับคดีนี้ เนื่องจากเป็นคดีที่สื่อให้ความสนใจและมีการนำเสนอข่าวอย่างกว้างขวางนั้น ซึ่งตามขั้นตอนวิธีการพิจารณาคดีอาญา “มาตรา 176 กรณี จำเลยรับสารภาพชั้นพิจารณาของศาล” ในมาตรา 176 วรรคแรก วางหลักเอาไว้ว่า ในชั้นพิจารณา ถ้าจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจะพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไปก็ได้ เว้นแต่คดีที่มีข้อหาในความผิดซึ่งจำเลยรับสารภาพนั้นกฏหมายกำหนดอัตราโทษาอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้นศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจะเลยได้กระทำผิดจริง ตามข้อเท็จจริง อัยการได้ส่งฟ้องตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 69 ในกรณีความผิดตามมาตรานี้ ถ้าไม้ที่มีไว้ในครอบครองเป็น (1) ไม้สัก ไม้ยาง หรือไม้หวงห้ามประเภท ข. หรือ (2) ไม้อื่นเป็นต้นหรือเป็นท่อนอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างรวมกันเป็นยี่สิบต้นหรือท่อนหรือรวมปริมาตรไม้เกินสี่ลูกบาศก์เมตร ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษาจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงสองแสนบาท ซึ่งในศาลชั้น ปรากฏว่าผู้ต้องรับสารภาพ(เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2560) โทษจำคุกขั้นต่ำไม่ถึง 5 ปี ศาลสามารถทำคำพิพากษาและอ่านคำพิพากษาคดีได้ทันทีเพราะไม่จำเป็นต้องมีการสืบพยาน ตามวิธีการพิจารณาคดีตามประมวลกฎหมายอาญา

คำตัดสินสุดท้าย!!!สังคมรอคำตอบ คดีสองตายายเก็บเห็ด!!ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษา 2พ.ค. นี้

คำตัดสินสุดท้าย!!!สังคมรอคำตอบ คดีสองตายายเก็บเห็ด!!ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษา 2พ.ค. นี้

ภาพ/ข่าว ชมพิศ ปิ่นเมือง   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค   สำนักข่าวทีนิวส์  จ.กาฬสินธุ์