จำเป็นเพื่อความมั่นคงของชาติ!!กองทัพเรือ แถลงข่าวจัดซื้อเรือดำน้ำ 3 ลำ ประจำการกองทัพงบ 13,500 ล้านบาท

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.60 พลเรือเอก ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ มอบหมายให้ พลเรือเอก ลือชัย  รุดดิษฐ์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ พร้อมคณะมี พลเรือเอก จุมพล ลุมพิกานนท์ หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา(โฆษกกองทัพเรือ) พลเรือโท พัชระ พุ่มพิเชฏฐ์ รองเสนาธิการทหารเรือ พลเรือตรี กฤษฎาภรณ์ พันธุมโพธิ ผอ.สนง.จัดหายุทโธปกรณ์กองทัพเรือ และพลเรือตรี วิศาล ปัณฑวังกูร ผู้บัญชาการกองเรือดำน้ำ ร่วมแถลงข่าวชี้แจงโครงการจัดหาเรือดำน้ำอย่างเป็นทางการต่อสื่อมวลชน ณ เรือหลวงจักรีนฤเบศร  ท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

จำเป็นเพื่อความมั่นคงของชาติ!!กองทัพเรือ แถลงข่าวจัดซื้อเรือดำน้ำ 3 ลำ ประจำการกองทัพงบ 13,500 ล้านบาท

 

พลเรือเอก ลือชัย  รุดดิษฐ์ กล่าวว่า  จากการที่กองทัพเรือมีหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ที่มีมูลค่ากว่า 24 ล้านล้านบาท และสินค้านำเข้าส่งออกร้อยละ 95 ต้องใช้เส้นทางคมนาคมทางทะเล กองทัพเรือจึงต้องมีการวางแผนพัฒนากำลังรบ เพื่อเตรียมความพร้อมของกำลังทางเรือ ในการปฏิบัติภารกิจดังกล่าว ทั้งนี้ ความต้องการเรือดำน้ำเป็นไปตามการประเมินยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือ ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ อาจกล่าวได้ว่า การจัดหาเรือดำน้ำแท้จริงไม่ใช่ความต้องการของกองทัพเรือเท่านั้น แต่เป็นความจำเป็นของประเทศชาติ เพราะเป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์ของประเทศ และอาวุธทางยุทธการของกองทัพไทย

จำเป็นเพื่อความมั่นคงของชาติ!!กองทัพเรือ แถลงข่าวจัดซื้อเรือดำน้ำ 3 ลำ ประจำการกองทัพงบ 13,500 ล้านบาท

ตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 60 ปี ที่กองทัพเรือแห่งราชนาวีไทย ไม่มีเรือดำน้ำประจำการ ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีเกี่ยวกับเรือดำน้ำมีความก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว นานาประเทศต่างจัดหาเรือดำน้ำเข้าประจำการ และพัฒนาขีดความสามารถด้านนี้อย่างก้าวกระโดด ให้มีศักยภาพที่เพียงพอต่อการคุ้มครองผลประโยชน์ทางทะเลที่มีมูลค่ามหาศาลและเป็นหลักประกันด้านความมั่นคง รวมทั้งมีการวิเคราะห์แล้ว เรือดำน้ำเป็นอาวุธที่ตอบโจทย์การรักษาความมั่นคงทางทะเลและมีความคุ้มค่าอย่างยิ่ง กว่า 60 ปีที่ผ่านมา กองทัพเรือได้สูญเสียขีดความสามารถด้านนี้อย่างสิ้นเชิง ทั้งองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ของกำลังพล ดังนั้นการจัดหาเรือดำน้ำจึงถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อการพัฒนาขีดความสามารถ และการวางรากฐานในการทำสงครามใต้น้ำให้กับกองทัพเรือ 

การดำเนินโครงการจัดหาเรือดำน้ำครั้งนี้ ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 มีการศึกษาเปรียบเทียบข้อเสนอจากบริษัทผู้ผลิตเรือดำน้ำจาก 6 ประเทศทั่วโลก บางประเทศก็ให้เฉพาะตัวเรือไม่มีระบบอาวุธ บางประเทศให้ทั้งตัวเรือและระบบอาวุธ แต่ก็มีราคาสูงอะไหล่ในการซ่อมบำรุงแพงมาก บางประเทศไม่สนับสนุนการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ ซึ่งกองทัพเรือได้พิจารณาคัดเลือกอย่างรอบคอบ โดยยึดหลักการจัดหายุทโธปกรณ์ที่สำคัญ 3 ประการ คือ  ขีดความสามารถและความพร้อมตามความต้องการ ความต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน และความสามารถในการจ่ายได้ ซึ่งข้อเสนอของสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการสร้างเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้า ชั้นหยวน S26T พร้อมระบบอาวุธและระบบสนับสนุนต่าง ๆ รวมทั้งการจัดหลักสูตรการฝึกอบรมให้กับกำลังพล เป็นข้อเสนอที่ตอบโจทย์ได้ตามหลักการในข้างต้นมากที่สุด  

กองทัพเรือ ต้องการเรือดำน้ำอย่างน้อย จำนวน 3 ลำ โดยแนวทางจะใช้ปฏิบัติการหนึ่งลำ เตรียมพร้อมหมุนเวียนหนึ่งลำ และซ่อมตามวงรอบหนึ่งลำ การจัดหาครั้งนี้เป็นการจัดหาลำที่ 1 วงเงิน 13,500 ล้านบาท ใช้งบประมาณที่มีอยู่ของกองทัพเรือ ทั้งนี้ กองทัพเรือจีนยังมีความยินดีที่จะร่วมกับกองทัพเรือในการตรวจยืนยันคุณภาพในทุกขั้นตอนให้มีความเป็นมาตรฐาน ทั้งคุณภาพตัวเรือ และอาวุธประจำเรือ นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมจีน ยืนยันที่จะสนับสนุนด้านอาวุธที่มีความสำคัญต่อการปฏิบัติการทางยุทธการ และการฝึกเพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมาก นับว่าเป็นประโยชน์ต่อความพร้อมในการทำสงครามใต้น้ำอย่างมาก  

เรือดำน้ำแบบ S26T มีข้อดี คือ สามารถซ่อนพรางตัวได้นานกว่า เรือดำน้ำแบบธรรมดาที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ อยู่ใต้น้ำได้นานกว่าถึง 5 เท่า เนื่องจากมีการติดตั้งระบบขับเคลื่อนที่ไม่ใช้อากาศจากภายนอก หรือระบบ AIP (Air Independent Propulsion System) หรือหมายถึงไม่ขึ้นมาหายใจ แต่สามารถเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขณะดำอยู่ใต้น้ำได้ เนื่องจากใช้ออกซิเจนจากถังเก็บที่นำไปกับเรือด้วย ทำให้ได้เปรียบต่อฝ่ายตรงข้าม เพราะสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของกำลังทางเรือฝ่ายตรงข้ามได้

ด้านระบบอาวุธที่มีหลากหลายและรุนแรง โดยทั่วไปอาวุธหลักของเรือดำน้ำ คือ ตอร์ปิโด แต่เรือรุ่นนี้สามารถยิงอาวุธปล่อยนำวิถีใต้น้ำสู่พื้นหรือสู่เป้าหมายบนฝั่ง รวมทั้งยังออกแบบให้สามารถวางทุ่นระเบิด ทำให้กองทัพเรือจะมีขีดความสามารถในการสู้รบเพิ่มมากขึ้นเป็นอย่างมากจากการได้รับอาวุธทั้ง 3 ชนิด

จำเป็นเพื่อความมั่นคงของชาติ!!กองทัพเรือ แถลงข่าวจัดซื้อเรือดำน้ำ 3 ลำ ประจำการกองทัพงบ 13,500 ล้านบาท

ข่าว/ภาพ ณัฐภูมินทร์ - พัชรพล ปานรักษ์  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี