- 01 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ 1 พ.ค. 60 นายแพทย์วรงค์ รุ่งเรือง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง พร้อมคณะกรรมการสอบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานภายในห้องฉุกเฉิน บริเวณโรงพยาบาลไชโย ตำบลไชโย อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง หลังจากที่ นาง ประยูรวรรณ โพธนาแก่น อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ที่ 5 ตำบลชัยฤทธิ์ อำเภอไชโย เข้าพบผู้อำนวยการโรงพยาลไชโย พร้อมด้วยว่าที่ร้อยโทอรรถชล ทรัพย์ทวี นายอำเภอไชโย เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. ของวันที่ 22 เมษายน 2560 ที่ได้พาบิดา ชื่อ นาย รัง ทัศนา อายุ 86 ปี ที่เจ็บป่วยแน่นหน้าอก เดินทางมาทำการักษาที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลไชโย โดยเคาะประตูพร้อมทั้งตะโกนเรียกแล้วไม่พบเจ้าหน้าที่ จึงได้ตัดสินใจนำตัวบิดาเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลอ่างทอง แต่ได้เสียชีวิตระหว่างทาง จึงเดินทางมาร้องเรียนให้ทางโรงพยาบาลไชโย ปรับปรุงแก้ไขให้ดีกว่านี้ และเรียกร้องให้พ่อของตนเองเป็นคนสุดท้ายในเรื่องที่มาทำการรักษาแล้วไม่พบเจอเจ้าหน้าที่ ด้านโลกสังคมออนไลน์ ต่างมีผู้โฟสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นในแง่ลบของการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ภายในโรงพยาบาลดังกล่าวกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลายคนอยากให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง เข้ามาเร่งแก้ไขปรับปรุงปัญหาการให้บริการในโรงพยาบาลแห่งนี้ในการให้บริการกับประชาชนที่เข้ามารับบริการให้ดีขึ้น
ด้าน นายแพทย์วรงค์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เกิดจากระบบที่ทางโรงพยาบาล ได้ตั้งเอาไว้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางโรงพยาบาลแห่งนี้เคยมีผู้เข้ามาบุกรุกในยามวิกาล ทำให้กลุ่มการพยาบาลมีมติในที่ประชุมให้ล็อคห้องฉุกเฉินในเวลา 02.00 น. ถึงเวลา 06.00 น. ทุกวัน เพื่อความปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกันเมื่อทำการล็อคห้องแล้วก็จะมีกริ่งให้กับผู้ป่วย และญาติผู้ป่วยใช้กดเรียกเจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านใน เผอิญในวันเกิดเหตุเข้าใจว่าญาติผู้ป่วยคงจะรีบร้อนคงไม่ได้สังเกตเห็นกริ่งที่ติดไว้หน้าประตูห้อง ประกอบกับผู้ป่วยมีอาการที่ฉุกเฉินญาติเปิดประตูไม่ออกจึงได้ตัดสินใจนำผู้ป่วยเดินทางไปรักษายังโรงพยาบาลอ่างทอง จนผู้ป่วยได้เสียชีวิตระหว่างทาง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียใจเป็นอย่างมาก
ทางคณะกรรมการหาข้อเท็จจริง ซึ่งประกอบด้วยฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายกฎหมาย และฝ่ายคุณภาพการรักษาพยาบาล เดินทางมาตรวจสอบสถานที่หาข้อเท็จจริง เบื้องต้นได้มีคำสั่งให้ยกเลิกการล็อคประตูห้องฉุกเฉิน โดยจากนี้ไปจะให้เปิดประตู 24 ชั่วโมง เพราะเป็นห้องฉุกเฉินที่ประชาชนจะเดินทางมาเข้ารับรักษาเมื่อใดก็พร้อมที่จะทำการรักษา รวมถึงการตั้งป้ายต่าง ๆ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วย และญาติที่เดินทางเข้ามาใช้บริการ และทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง จะดำเนินการเร่งประชาสัมพันธ์และพัฒนาเพิ่มเติมให้กับผู้ป่วยฉุกเฉินให้ใช้ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน โดยการแจ้งที่สายด่วน 1669 ซึ่งได้รับทราบว่าผู้ป่วยรายนี้ เมื่อมีอาการฉุกเฉินเกิดขึ้นทางญาติได้นำตัวเดินทางมารักษาด้วยตนเอง ในขณะเดียวกันปัจจุบันทางรัฐบาลมีนโยบาย ฉุกเฉินทุกที่ฟรีทุกสิทธิ์ ซึ่งทางผู้ป่วยสามารถแจ้งทางสายด่วน 1669 ให้มารับผู้ป่วยนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพื่อเป็นการป้องกันการสูญเสียกับคนในครอบครัว และจะทำการปรับปรุงระบบการรักษาความปลอดภัยขึ้นใหม่ ซึ่งแต่ก่อนเคยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แต่เนื่องจากโรงพยาบาลแห่งนี้ เป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก ได้รับจัดสรรงบประมาณมาน้อย ตนเองจึงได้มอบนโยบายใหม่โดยไม่ต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่าย แต่ให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก เพื่อพี่น้องประชาชนจะได้เข้ามารับบริการรักษาได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัยต่อไป
ภาพ/ข่าว : กนกศักดิ์ แสงตระการ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อ่างทอง
