- 02 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่( 2 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ( 1 พ.ค.) ร.ต.อ.ประสิทธิ์ ดำนุ้ย พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุคนผูกคอตายที่บ้านเลขที่ 154/1 ซอยสุวรรณ หมู่ 8 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ..มหาราช และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยไต้เต๊กตึ้ง รีบรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พบศพนางอุษ หรือแดง หุพาทิพย์ อายุ 60 ปี ใช้เชือกไนล่อนผูกคอตายกับขื่อไม้ภายในห้องน้ำหลังบ้าน โดยมีเก้าอี้พลาสติกสีแดงวางอยู่ 1 ตัว สภาพศพใบหน้าและลำคอเขียวช้ำ ไม่พบร่องรอยหรือบาดแอผลถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด แพทย์ระบุว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่เกิน 2 ชั่วโมง โดยมีนายโชตติ หรือหมูด หุพาทิพย์ อายุ 60 ปี สามีของนางอุษ หรือแดง ผู้ตาย พร้อมลูก ๆ ร้องห่มร้องให้ด้วยความเศร้าโสกเสียใจกับการจากไปของนางอุษ หรือแดง ผู้ตาย
จากการสอบสวนปากคำนายโชติ หรือหมูด สามีของนางอุษ ผู้ตาย ให้การว่า ผู้ตายป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามานานหลายปีแล้ว โดยมีอาการเครียด หงอยเหงา เบื่อหน่าย ท้อแท้ ไม่สนุกสนาน นอนไม่หลับ สะดุ้งตื่นกลางดึก และฝันร้ายบ่อยครั้ง ซึ่งตนจะดูแลภรรยาอย่างใกล้ชิด ก่อนเกิดเหตุกับนางอุษ ผู้ตายตนได้นั่งดูโทรทัศน์อยู่ภายในบ้าน ก็พูดคุยกันตามประสาผัวเมียตามปกติ ก่อนที่ตนได้ลุกขึ้นเดินออกจากบ้านไปทำธุระที่บ้านเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กัน เพียงไม่ถึง 30 นาทีก็กลับมาบ้าน แต่ไม่พบภรรยา แต่โทรทัศน์ยังเปิดอยู่ตามปกติ จึงตะโกนเรียกหาแต่ไม่ได้ยินเสียงตอบ จึงคิดว่าภรรยาผู้ตายเดินทางไปทำธุระเกี่ยวกับเรื่องที่นัดหมายกับเพื่อนบ้านจะเดินทางไปกรุงเทพมหานคร จึงเดินตามไปยังบ้านเพื่อนบ้านแต่ไม่พบ ตนเกิดความสงสัยในการหายตัวไป จึงเดินไปเปิดประตูห้องน้ำก็ต้องตกใจสุดขีดเข่าทรุดเกือบเป็นลมเพราะพบร่างของนางอุษ หรือแดง เมียรักห้อยโตงเตงอยู่ภายในห้องน้ำ จึงตะโกนเรียกเพื่อนบ้านให้มาช่วยแก้เชือกนำร่างนางอุษ ลงมาเพื่อส่ง รพ.มหาราช แต่พบว่า เมียรักเสียชีวิตไปก่อนหน้าแล้ว จึงโทรศัพท์แจ้วงเจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบสวนชันสูตรพลิกศพดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่านางอุษ หรือแด ผู้ตาย ตัดสินใจผูกคอตายเพื่อหนีความทุกข์ทรมานจากโรคซึมเศร้า โดยอาศัยช่วงจังหวะที่อยู่บ้านคนเดียวนำเก้าอี้พลาสติกเข้าไปวางในห้องน้ำ ก่อนจะขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ผูกคอตายกับขื่อไม้ในห้องน้ำจนเสียชีวิตอนาถดังกล่าว จึงมอบศพให้นายโชติ หรือหมูด นำศพตั้งบำเพ็ญการกุศลตามประเพณีต่อไป.
ภาพ/ข่าว นวรัตน์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
