- 02 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
กลุ่มผู้ประกอบการขับรถตู้สาธารณะ ไม่ประจำทาง (ป้าย 30-36) ในจังหวัดกระบี่ นับ 10 ราย ที่ได้รับความเดือดร้อน จากมาตรการจัดระเบียบรถตู้สาธารณะ ยังคงเดินหน้าเข้ายื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรม เพื่อเรียกร้อง หาแนวทางแก้ไขบรรเทาความเดือดร้อน ผ่อนผันการใช้มาตรการจัดระเบียบรถตู้สาธารณะไม่ประจำทาง
วันที่ 2 พ.ค.60 ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ นายวิจิต ภักดี พร้อมสมาชิกกลุ่มผู้ประกอบการรถตู้ตู้สาธารณะ ไม่ประจำทาง (ป้าย 30-36) ในจังหวัดกระบี่ จำนวน 10 ราย เดินทางเข้ายื่นหนังสือที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ เป็นวันที่ 2 หลังจากเมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนางลัดดาวัลย์ ชิณณะเสถียร ขนส่งจังหวัดกระบี่
ซึ่งวันนี้ได้ขอยื่นเรื่องร้องเรียนความเดือดร้อนจากมาตรการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะ ไม่ประจำทาง ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ ขอความอนุเคราะห์หาแนวทางแก้ไข ปรับใช้ กฎระเบียบ รถตู้สาธารณะ (ป้าย 30-36) โดยมีนายสมปอง รัตนะ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ เป็นผู้รับหนังสือดังกล่าว
นายวิจิต กล่าวว่า ปัจจุบันอาชีพคนขับรถตู้สาธารณะ ไม่ประจำทาง หมวดป้าย 30-36 นั้น ส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาลูกค้าคนไทย ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวแบบส่วนตัว และหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยเฉพาะในจังหวัดกระบี่ อาชีพคนขับรถตู้เป็นอาชีพที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวระดับประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของรายได้ GDP ระดับประเทศของภาคการท่องเที่ยว
ทั้งนี้ ผลกระทบจากที่ภาครัฐมีการใช้มาตรการเข้มงวดในการจับกุม รถตู้สาธารณะ ไม่ประจำทาง หมวดป้าย 30-36 นั้น ทำให้ผู้ประกอบอาชีพขับรถตู้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จึงเรียกร้องให้ทางภาครัฐปรับแก้ โดยเฉพาะ มาตรการกำหนดความเร็ว รถรับจ้างไม่ประจำทาง 10-13 ที่นั่ง จำกัดความเร็วที่ระดับ 90 ซึ่งเป็นระดับความเร็วที่เหมาะสมกับรถขนส่ง รถบัสทั่วไป ซึ่งกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ทำให้ลูกค้าบางกลุ่มหันไปใช้บริการรถรับจ้างที่ไม่ถูกประเภทมากขึ้น จึงขอให้ทบทวนปรับเปลี่ยนระดับความเร็วให้เหมาะสมกับรถตู้บริการเชิงพานิช จากระดับ90 เป็นที่ระดับความเร็ว 100 อีกทั้งปัญหาการใช้ช่องทางเดินรถ ซึ่งบังคับวิ่งเลนซ้ายสุด ทั้งที่ถนน 2-3 ช่องทางจราจร ความปลอดภัยมีจริงหรือไม่ ปัญหาเรื่องการจำกัดเวลาทำงาน ซึ่งไม่สอดคล้องกับลูกค้าที่ใช้บริการ รวมถึงการใช้ความเร็ว ไม่สอดคล้องกับสภาพจราจร ปัญหาการเรียกเก็บภาษี จากกรมสรรพากร ปัญหาการชำระค่าปรับ ซึ่งหากโดนจับที่จังหวัดไหน ก็สามารถดำเนินการจ่ายค่าปรับที่จังหวัดไหนก็ได้ และขอให้หาแนวทางแก้ไขปัญหาคนที่มีรถมากกว่า 1 คัน แต่ไม่เกิน 2-3 คัน ดำเนินการเข้าระบบให้ถูกต้อง การตรวจสอบ GPS ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่ เนื่องจากลูกค้าที่ใช้บริการบางกลุ่มมีอาชีพที่ไม่ต้องการเปิดเผยสถานที่อยู่ ด้านการแต่งกาย รถตู้สาธารณะ ไม่ประจำทาง สามารถใส่เสื้อผ้าที่สุภาพตามความเหมาะสมเพื่อความคล่องตัวในการทำงาน ส่วนด้านการลงสมุดบันทึกการเดินรถนั้นส่งผลกระทบต่อลูกค้าบางกลุ่ม ที่ไม่ต้องการเปิดเผยสถานที่ อีกทั้งเรื่องติดตั้ง wifi ประจำรถ ทำให้เพิ่มต้นทุนค่าใช้จ่ายแก่เจ้าของรถ
ทั้งนี้ จึงอยากให้ทางภาครัฐหาแนวทางแก้ไข มาตรการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าว
ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กระบี่
