- 02 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 2 พ.ค. 2560 นางวีณา ศรีเบญจรัตน์ อายุ 56 ปี ปัจจุบันมีธุรกิจส่วนตัวที่จังหวัดชัยภูมิเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากว่ามีบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อบริษัทแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่ ต.หัวทะเล มีโปรเจคการทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ดีมากเริ่มจากหาสมัครเป็นสมาชิกเป็นตัวแทนของบริษัทไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ สามารถชักชวนคนที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจมาเป็นลูกค้า ถ้ามีที่มาของรายได้ชัดเจนและกำหนดความต้องการเงิน ทุน หมุนเวียนก็จะทำการซื้อทรัพย์ให้โดยผ่านธนาคารพาณิชย์ โดย สัญญาว่าจะให้เงินทุนจากมูลค่าทรัพย์ 40% โดยขอเอกสารที่สำคัญต่างๆ 10 ชุดและทำเรื่องซื้อทรัพย์จากโครงการที่บริษัทแห่งหนึ่งกำหนด โดยบอกว่าเป็นทรัพย์ที่เหมาโครงการมาทำให้ได้ราคาถูกกว่าราคาประเมิน มาก และสามารถคุยกับธนาคารเพื่อให้ได้ตีราคาทรัพย์ได้สูงกว่าปกติโดยลูกค้าต้องรู้กันกับทางบริษัท พูดทุกอย่างให้ตรงกับที่บริษัทกำหนด
บริษัททำเรื่องกู้ให้ทุกธนาคารแล้วแต่จะผ่านกี่ธนาคารโดยทำประเมินให้โอน เมื่อเรียบร้อยจะจ่ายให้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ 40% เมื่อนำเงินไปลงทุนได้กำไรก็นำมาผ่อนชำระค่างวดผ่อนไปเรื่อย ๆ เท่ากับได้บ้านฟรีโดยไม่ต้องสนใจสภาพบ้านเพราะถ้าไม่อยู่อาศัยทางบริษัทจะหาผู้เช่าให้ได้ค่าเช่าช่วยค่าผ่อนชำระด้วยโดยเจ้าของทรัพย์จ่ายค่าบริการ 20% ของค่าเช่าบ้าน และสมาชิกที่นำลูกค้าดังกล่าวมาจนผ่านขั้นตอนดังกล่าวเรียบร้อยโอนเสร็จเรียกว่าเคสผ่าน จะได้รับค่าแนะนำ 3% และสามารถสร้างทีมในการแนะนำได้ โดยเบื้องต้นทาง สคบ.ได้ตรวจและรับเรื่อง และได้ประสานไปทางตำรวจภูธรภาค 3 ให้ตรวจสอบเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว นางวีณา ศรีเบญจรัตน์ ผู้ได้รับความเสียหาย กล่าวว่า ได้รับความเดือดร้อนโดยที่ทางบริษัทไม่ได้คืนเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจจำนวน 40 % ตามได้ที่ตกลงกันไว้และไม่สามารถติดต่อทางบริษัทได้อีกเลย ซึ่งเจ้าตัวได้บอกว่าโดนหลอกให้กู้เงินเพื่อลงทุน และในตอนนี้ยังต้องเป็นหนี้อยู่ในการผ่อนผันบ้านที่ลงทุนกู้ไปจำนวน 2 ล้านกว่าบาท ซึ่งยังต้องผ่อนบ้านทุกเดือนในราคา 32,000 บาท จึงขอแจ้งหน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบพฤติกรรมดังกล่าวของบริษัทแห่งนี้
ก่อนที่จะลุกลามจนเกิดวิกฤตเช่นเมื่อปี 2540 และขอให้ตรวจสอบธนาคารพาณิชย์ต่างๆและแจ้งเรื่องร้องเรียนไปยังธนาคารกสิกรสำนักงานใหญ่ให้ช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย ที่บริษัทแห่งนี้ในจังหวัดนครราชสีมา สามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้น่าจะมีส่วนรู้เห็นเรื่องนี้หรือไม่ เพราะผิดสังเกตมากจากหลักฐานที่ส่งมาลูกค้าโวยวายกับสภาพบ้านธนาคารไม่น่าจะปล่อยให้กู้มาได้ ส่วนตัวยังไม่เห็นบ้าน ยังไม่ได้กุญแจบ้าน ทางบริษัทรู้แล้วว่า แจ้งความเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2560 พยายามติดต่อให้ไปรับกุญแจบ้านเพราะกลัวโดนแฉ ซื้อบ้านแต่ยังไม่เห็นบ้านและยังไม่ได้รับมอบบ้านซึ่งผิดปกติวิสัยการซื้อขายบ้านซื้อทั่วไปอย่างน้อยก็ขอให้เคสของดิฉันที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งต้มตุ๋นนี้เป็นรายสุดท้ายเพราะเท่าที่ทราบกำลังมีเหลืออีกหลายร้อยรายที่ส่งเอกสารต่างๆให้บริษัทแห่งนี้ ทำสัญญากู้เงินและกำลังถึงขั้นตอนโอนบ้านและคนเหล่านี้ต้องตกเป็นเหยื่อเช่นกัน นางวีณากล่าว
ภาพ/ข่าว ศุภชัย อรชร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครราชสีมา
