- 03 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมสุราษฎร์ธานีเขต 1 และ ปฎิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานียืนยันในเบื้องต้นพบว่าโรงเรียนบ้านห้วยโศกไม่ได้จ่ายเงินแก่นักเรียนยากจนที่ผ่านหลักเกณฑ์ใน 3 ปีที่ผ่านมาจริง โดยทั้ง 3 ปีมียอดเงินรวม 168,000 บาท แต่ทางผู้บริหารสามารถนำเงินไปทำกิจกรรมอย่างอื่นแทนได้ พร้อมระบุให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายคาดใช้เวลา15วันจะสรุปผลการสอบส่งให้ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดต่อไป
จากรณีครูประจำชั้นโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่การศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานีสุดทนครูใหญ่อมเงินทุนการศึกษานักเรียนยากจนติดต่อกันมา 3 ปีซ้อน คณะกรรมศึกษายื่นหนังสือร้องไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบแต่เรื่องไม่คืบ จนตัดสินใจนำเด็กนักเรียน เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อตัวแทนสภาทนายความภาค 8 และสมาคมนักข่าวจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพื่อเร่งติดตามช่วยเหลือเด็กนักเรียนยากจนที่กำลังลังเดือดร้อนหนัก
ต่อมาตัวแทนสภาทนายความ ภาค 8 ได้เดินทางเข้าขอข้อมูลจากนายพิชิต ตู้บันเทิง รองหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีถึงกรณีดังกล่าวมีการร้องเรียนเข้ามายังศูนย์ดำรงธรรมหรือไม่ นายพิชิตได้กล่าวยืนยันว่ามีโรงเรียนในพื้นที่ตำบลช้างขวา อำเภอกาญจนดิษฐ์ ได้มีการร้องเรียนขอความเป็นธรรมเข้ามา 2 เรื่อง ประกอบด้วย พฤติกรรมทุจริตการปรับปรุงโครงการก่อสร้างอาคารโรงเรียน และ เรื่อง ยักยอกเงินทุนการศึกษานักเรียนยากจน ในปี 2557 ,2558,และปี 2559 รายละ 500 ถึง 1,000 บาทจริง แต่เกินอำนาจของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่จะดำเนินการได้ จึงได้เสนอเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการ ต่อมานายศุภวัชร ศักดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้กำกับดูแลศูนย์ดำรงธรรม ได้ส่งหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและสำนักงานพื้นที่เขตการศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 ที่เป็นต้นสังกัดและเป็นผู้บังคับบัญชาให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดได้เซ็นหนังสือฉบับดังกล่าว เลขที่ 758/60 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2560 ส่งไปให้ทั้ง 2 หน่วยงาน และให้แจ้งผลกลับมายังจังหวัดสุราษฎร์ธานีภายในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้
ล่าสุดเช้าวันนี้( 3 พฤษภาคม 2560) นายชุมพล ศรีสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่เขตการศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 และ ปฎิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์แก่ผู้สื่อข่าวที่เข้าไปติดตามความคืบหน้าที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานีเขต 1 ถนนดอนนก เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีว่าจากกรณีการร้องเรียน นายโกวิทย์ หีดนาคราม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยโศก หมู่ที่ 8 ต.ช้างขวา อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ในเรื่องพฤติกรรมการทุจริตการปรับปรุงโครงการก่อสร้างอาคารโรงเรียน และ เรื่อง ยักยอกเงินการศึกษานักเรียนยากจน ที่ร้องผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น ขณะนี้ได้รับหนังสือที่ส่งมาจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา
และเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2560 ตนได้มอบหมายให้ นายธนาวุธ รักษ์หนู รองผู้อำนวยการฯ นายภิญโญ ไม้ทองงาม นิติกร และ นายชูศักดิ์ แก้วรุ่ง ฝ่ายแผน ลงพื้นที่สืบหาข้อเท็จจริง โดยเด็กนักเรียนที่ยากจนที่จะได้รับการจัดสรรรับเงินนั้นทางครอบครัวจะต้องมีรายได้ไม่เกิน 40,000 บาทต่อปี และผ่านตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ สพฐ. กำหนด นักเรียนในโรงเรียนบ้านห้วยโศกมีนักเรียนผ่านหลักเกณฑ์ได้รับการจัดสรรรับเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนตั้งแต่ชั้นประถมจนถึงชั้นมัธยม ในปีการศึกษา 2557 จำนวน 41 คน เป็นเงินจำนวน 63,000 บาท ในปีการศึกษา 2558 จำนวน 43 คน เป็นเงินจำนวน 68,000 บาท และในปีการศึกษา 2559 จำนวน 38 คน เป็นเงินจำนวน 37,000 บาท รวมทั้ง 3 ปี เป็นยอดเงินจำนวน 168,000 บาท โดยข้อมูลในเบื้องต้นพบว่า 3 ปีที่ผ่านมาทางโรงเรียนไม่ได้จ่ายเงินสดให้แก่เด็กนักเรียนจริง แต่ทางโรงเรียนก็สามารถนำไปแปรเปลี่ยนไปทำกิจกรรมอย่างอื่นได้โดยไม่ต้องให้เงินสดแก่เด็กนักเรียน แต่จะต้องคำนึงถึงประโยชน์ของเด็กและให้เด็กนักเรียนได้รับประโยชน์มากที่สุด
หลังจากนี้ตนจะได้มีคำสั่งแต่งตั้ง นายธนาวุธ รักษ์หนู รองผู้อำนวยการฯ เป็นหัวหน้าคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริง หากพบว่ามีข้อมูลความผิดหรือว่าใช้จ่ายเงินไม่เป็นไปตามทางราชการที่กำหนดหรือว่าไม่ตกไปถึงมือนักเรียนจริงๆก็จะตั้งกรรมการดำเนินการทางวินัยต่อไป ส่วนที่มีผู้วิตกกังวลว่าผู้อำนวยการโรงเรียนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินเป็นสามีภรรยากันนั้นจะมีการช่วยเหลือกันปรับเปลี่ยนบัญชีของโรงเรียนตนขอยืนยันว่าตนได้จัดเก็บหลักฐานข้อมูลต่างๆไว้แล้ว หากจะมีการแก้ไขข้อมูลนั้นคงจะไม่เป็นผล และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 15 วันและจะสรุปผลเสนอไปยังศูนย์ดำรงธรรมเพื่อดำเนินการต่อไป ซึ่งในเบื้องต้นยังไม่มีการโยกย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนออกจากพื้นที่แต่ขอยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ในส่วนเรื่องการทุจริตการก่อสร้างปรับปรุงอาคารเรียนขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง และจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
ในขณะที่ทางครูผู้ร้องได้ระบุว่าทางโรงเรียนมีการระดมคนมาทำงานที่ห้องฝ่ายการเงินทั้งกลางวันและกลางคืนหลังตกเป็นข่าวดัง ซึ่งเป็นสิ่งผิดปกติจากการทำงานทั่วไปของเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน จึงอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงตรวจสอบ เนื่องจากเกรงจะมีการช่วยเหลือแก้ไขบัญชีให้ผู้บริหารพ้นผิดจากทั้ง 2 กรณี
ภาพ/ข่าว น.ส ณัฐธิดา เริ่มฤกษ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี
