- 03 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 3 พ.ค. 2560 ที่บ้านเลขที่ 13 ม.4 บ้านแก่งหิน ต.วังตะเคียน อ.เขาสมิง จ.ตราด ของนายสมศักดิ์ วิทาเวช อายุ 62 ปี และนางสุทัศน์ สุขวิเศษ อายุ 52 ปี สองสามีภรรยาอาชีพเลี้ยงกบขาย โดยทำเป็นฟาร์มเลี้ยงกบเล็กๆในพื้นที่1 ไร่เศษ มีบ่อเลี้ยงกบก่อด้วยอิฐฉาบปูนซิเมนต์ เรียงรายอยู่รอบตัวบ้าน ร่มรื่นด้วยผลไม้ต่างๆ ทั้งมังคุด ทุเรียน สองตายายอยู่กันอย่างพอเพียง ช่วยกันทำฟาร์มเลี้ยงกบโดยไม่ต้องเสียเงินจ้างแรงงานมาช่วย ในบ่อเลี้ยงกบ มีบ่อสำหรับพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ จำนวน 3บ่อ เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กบป่า กบทุ่งนาที่จับมาจากในพื้นที่บ้านแก่งหิน ตำบลวังตะเคียน นอกจากนี้ยังมีแม่พันธุ์เป็นกบที่ซื้อมาจากตลาด เป็นกบสายพันธุ์กบบลูฟ๊อกซ์ โดยนำมาผสมพันธุ์กับพ่อพันธุ์กบพื้นเมือง หลังจากนั้นจึงเพาะเลี้ยงเป็นกบเนื้อ ส่งขายให้ลูกค้า ที่สั่งซื้อกันเป็นจำนวนมาก โดยขายกบเนื้อในราคาขายปลีก กก.ละ 100บาท และราคาขายส่งกก.ละ 80 บาท
นายสมศักดิ์ เล่าให้ฟังว่ากบลูกผสมระหว่างกบพื้นเมืองกับกบพันธุ์บลูฟ๊อกซ์ เป็นกบตัวใหญ่ น้ำหนักดี ตกตัวละ ครึ่งกก.-800กรัม ถ้าขายปลีกจะได้ราคาตัวละกว่า 50บาท ใช้เวลาเลี้ยงตั้งแต่เป็นลูกอ๊อดจนจับขายได้ รวม 5เดือนพอดี โดยให้กินอาหารเม็ดสำเร็จสำหรับเลี้ยงปลาดุก แทนการกินอาหารสำหรับเลี้ยงกบเพราะมีราคาถูกกว่า แต่เลี้ยงได้ผลดี และทำให้กบเนื้อไม่คาวโตเร็ว เนื้อแน่น นายสมศักดิ์ บอกว่า หลังผสมพันธุ์กบจนแม่พันธุ์วางไข่แล้ว จะเลี้ยงในระยะลูกอ๊อด ซึ่งในช่วงนี้จะขายลูกอ๊อดได้ด้วย โดยขายในราคากก.ละ 200บาท จะมีลูกอ๊อดประมาณ 300-400ตัว และเมื่อพ้นระยะการเป็นลูกอ๊อดไปแล้ว จะเป็นการเลี้ยงแบบลูกกบขนาดต่างๆ อาทิ ขนาด2เซนติเมตร ราคัวละ 1.50บาท ขนาด 5 ซม.ตัวละ 2บาท ขนาด เท่าหัวแม่มือตัวละ 3บาท และขนาดน้ำหนัก20-25ตัว/กก. ราคาตัวละ 5บาท เมื่อกบโตกว่านี้จะเลี้ยงเป็นกบเนื้อชั่งขายเป็นกก.ๆละ 100บาท ในแต่ละวันจะมีลูกค้าสั่งซื้อกันมาก ทั้งสั่งซื้อแบบลูกอ๊อดและแบบกบขนาดต่างๆ เพื่อไปเลี้ยงต่อ ส่วนกบเนื้อจะมีพ่อค้าสั่งซื้อไปวางขายและส่งร้านอาหารกันมาก โดยสรุปแล้วในแต่ละวันจะขายกบขนาดต่างๆได้วันละหลักร้อยถึงหลักหมื่นตัว มีรายได้เฉลี่ยจากการเลี้ยงกบ ขั้นต่ำกว่าสามหมื่นบาทและขั้นสูงเหยียบแสนบาทเลยทีเดียว
นายสมศักดิ์ เล่าให้ฟังว่าก่อนหันมาเลี้ยงกบ ตนเองเป็นคนชอบกินกบ จึงเที่ยวจับกบจากทุ่งนา และป่าบริเวณหลังหมู่บ้าน มาเลี้ยงไว้ เมื่อจับกบได้มากและกินไม่หมด จึงคิดจะเลี้ยงกบไว้กินเองไม่ต้องไปเที่ยวจับให้เสียเวลา แต่กบขยายพันธุ์เร็วมาก จึงได้สร้างบ่อเลี้ยงกบเพิ่ม และคิดจะทำเป็นฟาร์มเลี้ยงกบขาย เนื่องจากเห็นว่ากบตามธรรมชาติจะถูกจับกันมากขึ้นและจะหายากลงทุกวัน เพื่อต้องการอนุรักษ์พันธุ์กบท้องนาด้วย ขณะเดียวกันก็มีรายได้จากการขายกบที่เลี้ยงไว้ แต่หลังจากมีคนรู้จักและมาติดต่อขอซื้อทั้งกบเนื้อและลูกกบจึงเพิ่มจำนวนบ่อเลี้ยงกบจนเต็มพื้นที่ และได้พัฒนาสายพันธ์กบท้องนากับกบพันธุ์บลูฟ๊อกซ์ จนมีคุณภาพดี เป็นที่นิยมของท้องตลาดในขณะนี้ นายสมศักดิ์และนางสุทัศน์ สองตายาย บอกว่า ใช้ชีวิตพอเพียง เลี้ยงกบสร้างรายได้และอนุรักษ์พัฒนากบทุ่งนาจนประสบความสำเร็จก็เริ่มต้นจากเป็นคน”ชอบกินกบนั่นเอง “ เพราะกบทำอาหารได้หลายอย่าง ทั้งยำกบ แกงกบ ต้มยำกบ และผัดกระเพรา เป็นต้น
ภาพ/ข่าว พูลศักดิ์ บุญลอย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดตราด
