- 03 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 3 พ.ค. 2560ผอ.ร.ร.โต้ไม่ได้อมเงินนักเรียนยากจน แค่แปรเปลี่ยนทำกิจกรรมอย่างอื่นให้กับเด็กนักเรียนทั้งโรงเรียนมีทั้งเป็นค่าจัดทำอาหารเช้าค่าแม่ครัวและเข้ากิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ ในขณะที่ประธานกรรมการสถานศึกษาแฉได้ยื่นเรื่องให้ ผู้อำนวยการเขตการศึกษาตรวจสอบการใช้เงินนักเรียนยากจนผิดประเภทและแต่งตั้งภรรยาตัวเองมาเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินตั้งแต่ 12 ตุลาคม2559แต่เรื่องเงียบ
จากรณีครูประจำชั้นโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่การศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานีสุดทนครูใหญ่อมเงินทุนการศึกษานักเรียนยากจนติดต่อกันมา 3 ปีซ้อน คณะกรรมศึกษายื่นหนังสือร้องไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบแต่เรื่องไม่คืบ จนตัดสินใจนำเด็กนักเรียน เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อตัวแทนสภาทนายความภาค 8 และสมาคมนักข่าวจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพื่อเร่งติดตามช่วยเหลือเด็กนักเรียนยากจนที่กำลังลังเดือดร้อนหนัก
ล่าสุดในช่วงบ่ายวันนี้ว่าที่ร้อยโท สมชาย เรืองจันทร์ นายอำเภอกาญจนดิษฐ์ พร้อมนายอนันต์ ไทยพัฒน์ กำนันตำบลห้วยโศก และนายสมบูรณ ไชยเชนทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ได้เข้าไปสอบถามรายละเอียดเรื่องที่เกิดขึ้นกับ นายโกวิทย์ หีดนาคราม ผอ.โรงเรียนบ้านห้วยโศก และหาข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ โดย นายโกวิทย์ หีดนาครามได้อธิบายแก่นายอำเภอว่า เงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนนั้นตนไม่ได้จ่ายเป็นเงินสดหรือจัดซื้ออุปกรณ์ให้แก่นักเรียนที่มีชื่อผ่านเกณฑ์ แต่เห็นว่าเด็กนักเรียนในโรงเรียนทั้งหมดมีฐานะยากจนเหมือนกันหมด หากจะนำเงินจำนวนดังกล่าวไปให้เฉพาะเด็กนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ก็จะถูกผู้ปกครองที่ไม่ผ่านเกณฑ์ร้องเรียนเอาว่าตนลำเอียงให้เฉพาะกลุ่ม จึงนำเงินไปทำกิจกรรมอย่างอื่นแทน นำไปจัดทำโครงการอาหาร 1 บาทอิ่มท้องสมองใส โดยทำข้าวต้มให้เด็กนักเรียนทั้งโรงเรียนกินในตอนเช้า โดยคิดค่าใช้จ่ายเด็กหัวละ 1 บาท และดำเนินการจ้างแม่ครัวมาทำอาหารและปิดครัวในเวลา 7.40 น. และกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือซึ่งทางโรงเรียนเป็นเจ้าภาพในปีนี้ พร้อมทั้งเป็นค่าเดินทาง ค่ายานพาหนะเข้าค่ายลูกเสือที่ค่ายวิภาวดีรังสิต ซึ่งการนำเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน มาทำให้นักเรียนในโรงเรียนได้รับผลประโยชน์เท่าเทียมกันทุกคน โดยตัวเองไม่ได้แตะต้องเงินแม้แต่น้อยทุกอย่างมีบิลมาหักล้างกลบหนี้ พร้อมระบุการที่มีการออกข่าวว่า ผอ.อมเงินนักเรียนออกมานั้นทำให้สังคมตัดสินว่าตนเป็นคนชั่วและคนไม่ดีจึงขอให้สื่อให้ความเป็นธรรมด้วย
ด้านนายประสารณ์ จันทร์คง ประธานกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านห้วยโศกได้นำหลักฐานสำเนาเอกสารที่ทางคณะกรรมการสถานศึกษา ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังนายชุมพล ศรีสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่เขตการศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 (สพฐ.) ตั้งแต่วันที่ 12ต.ค.2559 เพื่อให้ทางนายชุมพล ศรีสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่เขตการศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 (สพฐ.) ตั้งคณะกรรมตรวจสอบตามข้อร้องเรียนจำนวน 9 ข้อ ที่ประกอบด้วย
1,เรื่อง ผอ.โรงเรียนแต่งภรรยาตนเองทำหน้าที่การเงิน
2, การใช้เงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนในปี 2558 ไปในทางผิดประเภทโดยนำไปจ้างแม่ครัวมาทำอาหาร ดังนั้นจำนวนเงินจึงตกเป็นค่าจ้างแม่ครัวส่วนใหญ่และกิจกรรมนี้จัดได้ไม่กี่วันก็ต้องยุติ
3, การใช้เงินการศึกษาแหล่งเรียนรู้ตามนโยบายรัฐบาลที่ให้มาในปี 2557 ไปผิดประเภทโดยนำเงินจำนวนดังกล่าวเอาไปปลดหนี้ที่โรงเรียนเป็นอยู่
4,การนำเงินดอกผลอาหารกลางวันที่เก็บจากค่าอาหารครู และเก็บจากนักเรียนอนุบาลที่เป็นค่าขนมหวานไปจ้างครูอนุบาลเพิ่ม ทั้งที่ ห้องเรียนมี 3 ห้องและมีครู 3 คนครบห้องเรียน
5, การจัดซื้อจัดจ้างในงานพัสดุไม่เป็นไปตามระเบียบ
6,เหตุทะเลาะวิวาทเรื่องส่วนตัวต่อระหว่าง ผอ.โรงเรียนกับครูในโรงเรียนค่อนข้างจะรุนแรงและบานปลาย โดเหตุเกิดต่อหน้านักเรียนขณะเข้าแถวหน้าเสาธง
7,การประชุมผู้ปกครอง ผอ.มีคำสั่งไม่ให้คณะกรรมการสถานศึกษาเข้าร่วมประชุมและไม่ให้ผู้ปกครองพบปะครูประจำชัน
8, การปิดหูปิดตาครูไม่ให้รหัสผ่านเข้าไปดูข่าว หนังสือราชการที่ทางเขตส่งมาทาง E-OFFICE โดยระบุว่าเป็นนโยบาย ผอ.เขต
9,การติดตั้งกล้องวงจรปิด จำนวน 8 ตัวในราคา 42,000 บาท
หลังจากตนได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายชุมพล ศรีสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่เขตการศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 (สพฐ.) ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2559 เป็นต้นมาแต่เรื่องได้เงียบหายไป จนกระทั้งมีการร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและร้องไปยังตัวแทนสภาทนายความเรื่องจึงแดงและเป็นข่าวดังขึ้น จึงมีการตรวจสอบเรื่องการใช้เงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนไปในทางผิดประเภท แต่เรื่องที่คณะกรรมการสถานศึกษาร้องเรียนไปยังไม่ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบแต่อย่างใด
ภาพ/ข่าว ณัฐธิดา เริ่มฤกษ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษร์ธานี
