โชคดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!จนท.กู้รถกระบะกลางแม่น้ำโขง หลังแก๊งรถยนต์ข้ามชาติ ทิ้งของกลางเผ่นหนี

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

 

วันที่ 4 พ.ค.60   จากกรณีกลางดึกวันที่ 3 พ.ค.60 เจ้าหน้าที่บูรณาการจับกุมเรือแพขนานยนต์ และรถยนต์กระบะของกลาง ที่คนร้ายทำจมลงในแม่น้ำโขง บ้านนาข่าท่า หมู่ 8 ต.พะทาย อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ซึ่งอยู่กลางชุมชน ซึ่งเป็นท่าน้ำของขบวนการค้ารถยนต์ข้ามชาติ ใช้ลักลอบข้ามฝั่งเป็นประจำ ภายหลังถูกเจ้าหน้าที่กดดันและตรวจยึดบ่อยครั้ง

โชคดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!จนท.กู้รถกระบะกลางแม่น้ำโขง หลังแก๊งรถยนต์ข้ามชาติ ทิ้งของกลางเผ่นหนี

    

ท่านี้จึงถูกลดความสำคัญลง จึงเบนหาท่าน้ำแห่งใหม่ และคิดว่าเจ้าหน้าที่ชะล่าใจย้อนเอารถยนต์มาลงอีกครั้งแต่ก็ถูกสกัดจับ ด้วยความรีบร้อนกลุ่มคนร้ายเกือบ 20 คน พยายามจะขนรถลงท่า

โชคดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!จนท.กู้รถกระบะกลางแม่น้ำโขง หลังแก๊งรถยนต์ข้ามชาติ ทิ้งของกลางเผ่นหนี

แต่พลาดทำให้รถพุ่งลงแม่น้ำโขงจมลง และทิ้งเรือแพขนาดใหญ่เผ่นหนีเอาตัวรอด ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

โชคดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!จนท.กู้รถกระบะกลางแม่น้ำโขง หลังแก๊งรถยนต์ข้ามชาติ ทิ้งของกลางเผ่นหนี

ในช่วงบ่ายเจ้าหน้าที่ได้ทำการกู้รถของกลางขึ้นจากแม่น้ำโขง ใช้เวลาอยู่หลายชั่วโมง สามารถนำรถดังกล่าวขึ้นมาได้อย่างทุลักทุเล ตรวจสอบเป็นรถยนต์กระบะตอนเดียว โตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน บฉ 3566 มุกดาหาร 

โชคดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!จนท.กู้รถกระบะกลางแม่น้ำโขง หลังแก๊งรถยนต์ข้ามชาติ ทิ้งของกลางเผ่นหนี

ซึ่งเจ้าหน้าที่รู้สึกแปลกใจ เนื่องจากออเดอร์ส่วนใหญ่จะเป็นรถกระบะยกสูง 4 ประตู เน้นยี่ห้อโตโยต้าเป็นอันดับต้นๆ ตามด้วยรถฟอร์จูนเนอร์ หากไม่ได้จริงๆก็เอายี่ห้ออื่นแต่ต้องเป็นกระบะ 4 ประตูเท่านั้น

โชคดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!จนท.กู้รถกระบะกลางแม่น้ำโขง หลังแก๊งรถยนต์ข้ามชาติ ทิ้งของกลางเผ่นหนี

จึงสันนิษฐานว่ารถกระบะตอนเดียวตันนี้ ออเดอร์น่าจะนำไปใช้ในการบรรทุกของในป่ามากกว่า หลังตรวจสอบไม่พบเอกสารใดๆ

โชคดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!จนท.กู้รถกระบะกลางแม่น้ำโขง หลังแก๊งรถยนต์ข้ามชาติ ทิ้งของกลางเผ่นหนี

จะประสานขนส่งจังหวัดเพื่อติดต่อเจ้าของรถว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับขบวนการนี้หรือไม่ รวบรวมของกลางทั้งหมดนำมาเก็บรักษาไว้ที่ ร้อย ตชด.237 เพื่อส่งมอบให้ สภ.ท่าอุเทน ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ข่าว/ภาพ ประทีป วชิระธัญญากุล/กันต์ ธนาอัครชล ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ นครพนมรายงาน