- 04 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 ที่สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองครก หมู่ที่ 8 ต.หนองปรือ อ.รัษฎา จ.ตรัง นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รองผู้ว่าราชการ จ.ตรัง นำคณะเยี่ยมชมกระบวนการผลิตหมอนยางพาราและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับยางพารา ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2559 ภายใต้โครงการเพิ่มมูลค่ายางพารา เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพาราในพื้นที่ภาคใต้ ไม่ให้ถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง ด้วยการเปิดรับซื้อน้ำยางสดวันละไม่ต่ำกว่า 9,000 กิโลกรัม มาแปรรูปเป็นหมอนและที่นอนยางพาราด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรกจำนวน 12,250,000 บาท และยังเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับชาวบ้านในพื้นที่โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้านที่มีรายได้จากการเย็บปลอกหมอนขายให้กับสหกรณ์ฯ ซึ่งหมอนยางพารา 1 ใบจะใช้น้ำยางสดในกระบวนการผลิตประมาณ 2 กิโลกรัมขายราคาใบละ 450-500 บาท โดยแต่ละวันสามารถผลิตได้ประมาณ 400 ใบ และกำลังต่อยอดผลิตเป็นที่นอนขนาดเล็กความหน้า 2 นิ้วครึ่ง หมอนข้างและที่นอนเด็กอ่อน เพื่อ เป็นทางเลือกให้กับกลุ่มลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ
ซึ่งการดำเนินงาน 1 ปีที่ผ่านมาส่งผลให้ราคาน้ำยางสดในพื้นที่ไม่ลดลงต่ำกว่า 60-65 บาทต่อ 1 กิโลกรัม และมีรายได้จากการขายหมอนยางพาราแล้วกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งสหกรณ์ฯ ยังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์หมอนยางพาราเป็นหมอนชาร์โคล มีทั้งแบบผิวเรียบและแบบหนามทุเรียน เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของตลาดและเพื่อสุขภาพของลูกค้า ซึ่งได้รับการตอบรับและการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ จนสามารถส่งไปขายยังประเทศจีนและลาวได้มากขึ้น โดยในปีนี้วางแผนเจาะตลาดแถบยุโรป ญี่ปุ่นและอเมริกา พร้อมพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับของตลาดโลกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแนวโน้มยังไปได้ดี ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางพาราไม่หวั่นวิตกกับราคายางที่ตกต่ำในอนาคตอันใกล้ ส่วนปัญหาที่พบคือในช่วงที่มีฝนตกหนัก เกษตรกรไม่สามารถกรีดยางพาราได้หรือในช่วงฤดูกาลปิดกรีด ทำให้สหกรณ์ฯ มีน้ำยางสดไม่เพียงพอในการผลิตหมอนยางพารา จึงแก้ปัญหาด้วยการสั่งซื้อมาจากจังหวัดต่าง ๆ ที่มีน้ำยางสดอยู่ในพื้นที่ ทำให้สหกรณ์ฯ สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งนายมนัส หมวดเมือง ผู้จัดการสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองครกกล่าวว่า กำลังการผลิต 400 ใบต่อวันสามารถส่งไปขายได้ทั้งในและต่างประเทศ โดยเจาะตลาดใหม่ได้ล่าสุดคือประเทศลาว โดยมีผลกำไรปีที่ผ่านมาจำนวน 20 ล้านบาท ซึ่งได้รับซื้อน้ำยางสดจากเกษตรกรวันละไม่ต่ำกว่า 9,000 กิโลกรัม โดยกำลังขยายไปยังตลาดแถบยุโรป ญี่ปุ่นและอเมริกาด้วย
ภาพ/ข่าว สุนิภา หนองตรุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ตรัง
