ล้มตายเอง ไม่ได้ถูกฆาตกรรม!!ผู้การฯกาฬสินธุ์ยันวัยรุ่น 16 ปี รถเฉี่ยวเสียหลักพุ่งชนกำแพง  หลักฐานชัดเป็นอุบัติเหตุ

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

จากกรณีนายสิทธิพงษ์ จันทร์ประสิทธิ์ อายุ 45 ปี และนางชิน จันทร์ประสิทธิ์ อายุ 46 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 231ม.1 ต.หนองแวง อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์เข้าร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ เพื่อขอความเป็นธรรม เนื่องจากเชื่อว่านายประชารักษ์ จันทร์ประสิทธิ์ อายุ 16 ปี ลูกชาย ถูกทำร้ายร่างกายก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกำแพงจนเสียชีวิต เนื่องจากมีบาดแผลคล้ายรอยถูกของมีคมฟันที่บริเวณโหนกแก้มซ้าย และบาดแผลฉกรรจ์ที่ท้ายทอย ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา โดยมีนายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ น.ส.ชุลีพร สมศรี ผอ. กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ นายไชยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ นายวิชาญ แท่นหิน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กาฬสินธุ์รับเรื่อง

ล้มตายเอง ไม่ได้ถูกฆาตกรรม!!ผู้การฯกาฬสินธุ์ยันวัยรุ่น 16 ปี รถเฉี่ยวเสียหลักพุ่งชนกำแพง  หลักฐานชัดเป็นอุบัติเหตุ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2560 พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังจากนายสิทธิพงษ์ จันทร์ประสิทธิ์ และนางชิน จันทร์ประสิทธิ์ บิดามารดา นายประชารักษ์ จันทร์ประสิทธิ์ อายุ 16 ปี เข้าร้องทุกข์ เนื่องจากติดใจกับการเสียชีวิตของลูกชาย ซึ่งทางผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ก็ได้กำชับให้เร่งดำเนินการ ซึ่งตนในฐานะผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ ก็ได้สั่งการไปยังผู้กำกับการสภ.สมเด็จ และพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ให้เร่งตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งและให้รื้อคดีขึ้นมาใหม่ โดยพบว่าในวันเกิดเหตุมีกลุ่มวัยรุ่น 2 กลุ่มขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามกันจริง จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามตัวนายสุวรรณ ศิลาพัฒน์ อายุ 24 ปี และนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี (นายธนากร บุตรวัง) พร้อมรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า MSXสีเหลือง-ดำ ทะเบียนไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน

ล้มตายเอง ไม่ได้ถูกฆาตกรรม!!ผู้การฯกาฬสินธุ์ยันวัยรุ่น 16 ปี รถเฉี่ยวเสียหลักพุ่งชนกำแพง  หลักฐานชัดเป็นอุบัติเหตุ

 

พล.ต.ต.มนตรี กล่าวต่อว่า โดยจากการตรวจสอบรถจักรยานยนต์พบร่องรอยบริเวณแฮนด์ พักเท้า บังโคลน และอีกหลายจุดขูดกับถนน เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้จากการตรวจร่างกายนายสุวรรณ และนายเอ ยังพบบาดแผล และรอยถลอกที่เกิดจากอุบัติเหตุตามร่างกายหลายแห่ง โดยนายสุวรรณ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนและนายเอ ได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปเที่ยว โดยนายเอนั่งซ้อนท้าย หลังจากนั้นได้พากันกลับมาถึงฝั่งตรงข้ามหน้าปั้มน้ำมัน ปตท.สมเด็จ จึงเห็นนายปองพล หรือไนท์ สารบรรณ์ ซึ่งเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน เกาะกลุ่มอยู่กับเพื่อนๆ ประมาณ 3-4 คน โดยมีนายประชารักษ์ จันทร์ประสิทธิ์ อายุ 16 ปี ผู้ตายรวมอยู่ด้วย จากนั้นเมื่อนายปองพลเห็นตนก็กลัวว่าจะทำร้าย จึงต่างคนต่างขี่รถจักรยานยนต์หนี มุ่งหน้าไปทาง อ.สมเด็จ ซึ่งตนและนายเอ ก็ได้ขี่รถไล่ตามรถของนายปองพล แต่ไล่ไม่ทัน จึงขี่รถกลับบ้านปกติ แต่ระหว่างทางนายประชารักษ์ ซึ่งกำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่ช่องซ้ายสุดมองมาเห็นตน ตกใจนึกว่าพวกตนจะทำร้าย จึงเร่งเครื่องหนีเปลี่ยนขึ้นมาอีกเลนท์อย่างกะทันหัน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวถนนแคบจึงทำให้ล้อหลังรถจักรยานยนต์ของนายประชารักษ์มาเฉี่ยวกันกับล้อหน้าของตน ทำให้รถของตนล้มไถลไปกลับพื้นถนน ส่วนรถของนายนายประชารักษ์ เสียหลักลงไหล่ทางพุ่งชนกำแพงทางเข้าบ้านพักของชาวบ้าน จากนั้นตนและนายเอ ซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยพากันขี่รถแยกย้ายกันกลับบ้าน เนื่องจากคิดว่านายประชารักษ์ ไม่ได้รับอันตราย

พล.ต.ต.มนตรี กล่าวอีกว่า ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าเป็นการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ไม่ได้ถูกทำร้ายก่อนเสียชีวิต และไม่ได้ขี่รถพุ่งชนกำแพงเอง แต่เป็นการเฉี่ยวชนกันก่อน เพราะตรวจสอบรถทั้งสองคันก็มีร่องรอยการเฉี่ยวชนกันจริง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหานายสุวรรณขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงความตาย พร้อมกับตั้งคณะกรรมการสอบสวนพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีไม่ละเอียดรอบครอบในกรแสวงหาพยานใกล้ที่เกิดเหตุ ส่วนกรณีที่ญาติระบุว่ามีบาดแผลคล้ายรอยถูกของมีคมฟันที่บริเวณโหนกแก้มซ้าย และบาดแผลฉกรรจ์ที่ท้ายทอยนั้น เท่าที่สอบสวนก็เป็นสาเหตุจากศีรษะชนกำแพงอย่างแรงจนเสียชีวิต ซึ่งล่าสุดตำรวจก็ได้ชี้แจงกับญาติ และหายติดใจกับสาเหตุการเสียชีวิตแล้ว

ล้มตายเอง ไม่ได้ถูกฆาตกรรม!!ผู้การฯกาฬสินธุ์ยันวัยรุ่น 16 ปี รถเฉี่ยวเสียหลักพุ่งชนกำแพง  หลักฐานชัดเป็นอุบัติเหตุ

ด้านนางชิน จันทร์ประสิทธิ์ อายุ 46 ปี มรดานายประชารักษ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ และศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ที่ทำให้เกิดความกระจ่างชัด แม้ลูกชายจะเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต แต่ก็ทำให้ทราบว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุนั้นคืออะไร ไม่ได้ขี่รถพุ่งชนกำแพงเอง แต่เป็นการเฉี่ยวชนกันจนเสียหลักชนกำแพง อย่างไรก็ตามต่อไปอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุดำเนินการให้ละเอียดรอบครอบมากกว่านี้เพราะคนที่ตายไปจะได้รับความเป็นธรรม

 

ข่าว/ภาพ ชมพิศ ปิ่นเมือง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาฬสินธุ์