- 05 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 5 พ.ค. 2560 พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย สวป.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีพบชายฉกรรจ์เดินถือปืนยาวลงจากรถ เข้าไปในบ้านเลขที่ 1792/42 ถนนหลังวัดท่าโพธิ์ ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ท่าทางมีพิรุธ จึงขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย จึงสั่งการให้ ร.ต.อ.สุรชัย ตันจรูญ รอง สวป.หัวหน้าสายตรวจรถยนต์ 191 ร.ต.อ.ชนาธิป ชีถนอม รอง สวป.พร้อมกำลังตำรวจและ อส.ตร.เดินทางไปตรวจสอบพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อิซูซุ สีน้ำเงิน ทะเบียน บบ-1125 นครศรีธรรมราช จอดอยู่หน้าบ้านหลังดังกล่าว จึงซุ่มสังเกตการณ์อยู่ใกล้ ๆ
จนกระทั้งชายเจ้าของรถยนต์กระบะเดินออกจากบ้านกลับมาที่รถ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นภายในรถพบกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 35 นัด แมกกาซีน 9 มม. 1 อัน บรรจุกระสุนขนาด 9 มม.อีก 8 นัด กระสุนปืนลูกซอง 3 นัด กระสุนปืนขนาด .32 จำนวน 1 นัด มีดปลายแหลมขนาดต่าง ๆ 5 เล่ม อุปกรณ์การเสพยาบ้า-ยาไอซ์ 1 ชุด จากการสอบถามเจ้าของรถกระยะคันดังกล่าวทราบชื่อนายวิทยา สินวิสุทธิ์ หรือ “เอิน หัวทะเล” อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 2 ต.นาเคียน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถามถึงอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด นายวิทยา หรือเอิน ปฏิเสธไม่ทราบเรื่องอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัดตามที่ตำรวจกล่าวถึง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่านายวิทยา หรือเอิน ได้นำอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัดไปซุนซ่อนไว้ในบ้าน 1792/42 ถนนหลังวัดท่าโพธิ์ ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช อย่างแน่นอน จึงไปเคาะประตูเรียกเจ้าของบ้าน จนกระทั้งมีนายจตุพร สัญสำราญ หรือ “กร ท่าโพธิ์” อายุ 29 ปี เจ้าของบ้านมาเปิดประตู เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสอบถามถึงอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด นายจตุพร หรือกร จึงนำอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด ที่วางพิงอยู่ในบ้านบริเวณประตูหน้าบ้าน
นายจตุพร หรือกร กล่าวให้การว่าในขณะที่ตนนอนอยู่กับภรรยาในบ้าน นายวิทยา หรือเอิน เพื่อนที่รู้จักกันได้มาเคาะประตูบ้านและนำอาวุธปืนลูกซองกระบอกดังกล่าวมาฝากไว้ โดยบอกว่าบริเวณปากซอยด้านนอกมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจตราพลุกพล่าน กลัวจะถูกตำรวจตรวจค้นจับกุม ซึ่งตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ เลย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวดำเนินคดีกับนายวิทยา หรือเอิน ในข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับ พกพาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไปในสถานที่สาธารณะ หรือหมู่บ้านโดยผิดกฎหมาย พกพาอาวุธมีดไปในสถานที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ในขณะที่นายจตุพร หรือกร แจ้งดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ในเบื้องต้นนายวิทยา หรือเอิน ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนายจตุพร หรือกร ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวนายวิทยา หรือเอิน และนายจตุพร หรือกร สองผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาสอบสวนขยายผลที่โรงพัก โดยเชื่อว่ากระสันปืนขนาด 9 มม.รวม 43 นัด พร้อมแมกกาซีน 1 อัน แต่ไม่พบอาวุธปืน 9 มม. คาดว่านายวิทยา หรือเอิน น่าจะซุกซ่อนไว้ที่ไหนสักแห่ง อย่างไรก็ตามนายวิทยา หรือเอิน ปฏิเสธที่จะบอกว่าอาวุธปืน 9 มม.อยู่ที่ไหน ซึ่งตำรวจจะได้สอบสวนสืบสวนขยายผลต่อไป โดย ทาง พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและ อส.ตร.ทำการตรวจปัสสาวะของผู้ต้องหาทั้งสอง ผลการตรวจพบปัสสาวะมีสีม่วง โดยมีสารเสพติดแอมเฟตามันอยู่ในกระเลือด จึงแจ้งข้อหานายวิทยา หรือเอิน และนายจตุพร หรือกร ดำเนินคดีเพิ่มเติมในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า-ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งมอบพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช
พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัยกล่าวว่า ด้วยในห้วงระยะนี้ มีการระบาดของยาเสพติดเป็นอย่างมากในหมู่วัยรุ่น อีกทั้งมีการประทุษร้ายชีวิตร่างกายด้วยอาวุธเกือบทุกกรณี ทั้งอาวุธมีด และอาวุธปืน จากการตรวจสอบพบข้อมูลว่าการพกพาอาวุธปืน อาวุธมีดล้วนแล้วแต่เป็นพฤติกรรมของบุคคลที่เกี่ยวข้องยาเสพติดทั้งสิ้น
ทาง พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช จึงได้มีมาตรการในเชิงรุก โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกโรงพักกวดขันปราบปรามยาเสพติด และอาวุธทุกชนิด รวมทั้งสิ่งผิดกฎหมายอื่น ๆ โดยวางกรอบการปฏิบัติให้ทุกโรงพักมีผลการปฏิบัติตามที่กำหนด เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าทมที่ โยเฉพาะในส่วนของ สภ.เมือง จะต้องมีผลงานการจับกุมอาวุธปืนและอาวุธสงครามไม่ต่ำกว่าเดือนละ 18 ราย และคดียาเสพติด เดือนละไม่ค่ำกว่า 370 ราย ซึ่งเป็นตัวเลข สภ.เมือง สามารถกวดขันจับกุมได้เกินเป้าหมายที่กำหนด จึงเป็นตัวบ่งชี้เรื่องการแพร่ระบาดของยาเสพติด อาวุธปืน มีดในพื้นที่ สภ.เมือง ยังมีตัวเลขที่สูงและเป็นปัญหาที่น่าตกใจ
“ในส่วนของเขตเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช ทาง พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ์ ผกก.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้มอบหมายจากให้ตนเป็นผู้รับผิดชอบ จึงต้องดำเนินการป้องกัน ปราบปรามและป้องปรามในเชิงรุก โดยระดมกำลังตำรวจสายตรวจรถยนต์ และ จยย.และ ชุดปฏิบัติการ อส.ตร. ออกปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชม. รวมทั้งการตรวจสอบสถานบริการ บุคคลต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย การลักลอบเล่นพนัน และการค้าประเวณี ทั้งนี้เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน”สวป.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวในที่สุด
ภาพ/ข่าว นวรัตน์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
