กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย อีสาน เตรียมเคลื่อนไหว บุกยื่นหนังสือถึงพล.อ.เปรม หลังกว่า 7 หมื่นรายไม่มีรายชื่อไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐ

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

อุบลราชธานี – กลุ่ม ผรท.จ.อุบลราชธานี รวมตัวกันกำหนดท่าที เตรียมเคลื่อนไหว หลังพบว่า ผรท.ในภาคอีสาน กว่า 70,000 ราย ไม่มีรายชื่อในการช่วยเหลือจากรัฐบาล ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2560 ซึ่งไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขที่รัฐกำหนดขึ้น ทั้งนี้จะเดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นคนแรก

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2560 ที่บ้านโคกใหญ่ ต.นาจะหลวย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย หรือ ผรท.จ.อุบลราชธานี กว่า 150 คน รวมตัวกันหารือเพื่อกำหนดท่าทีการเคลื่อนไหว หลัง ผรท.ในภาคอีสาน จำนวนกว่า 70,000 ราย ซึ่งเป็น ผรท.ในกลุ่มที่ 4 จาก 5 กลุ่ม ที่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จนทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดแบ่งกลุ่มเอาไว้ ซึ่งกลุ่มที่ 4 นี้ เป็นกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือค่าประกอบอาชีพเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนสำหรับผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 66/23 และไม่ได้รับการช่วยเหลือที่อยู่ในมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2560 ที่มีมติที่อนุมัติการขอรับเงินสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ให้กับ ผรท.จำนวน 6,183 ราย รายละ 225,000 บาท เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,391,175,000 บาท

 

กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย อีสาน เตรียมเคลื่อนไหว บุกยื่นหนังสือถึงพล.อ.เปรม หลังกว่า 7 หมื่นรายไม่มีรายชื่อไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐ

กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย อีสาน เตรียมเคลื่อนไหว บุกยื่นหนังสือถึงพล.อ.เปรม หลังกว่า 7 หมื่นรายไม่มีรายชื่อไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐ

 นายอภินันท์ จันทร์สมาน หรือสหายปรีดา อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 ม.12 ต.นาจะหลวย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี แกนนำผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า สาเหตุที่ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ในกลุ่มที่ 4 จำนวนมากกว่า 70,000 ราย ทั่วประเทศ ที่ไม่มีรายชื่อในการได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลในครั้งล่าสุดนี้ เนื่องจากทางรัฐบาลได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการคัดกรอง ที่ตนมองว่าไม่เป็นธรรมกับ ผรท.ทั้งหมด ซึ่งหลักเกณฑ์ที่ไม่เป็นธรรม อาทิ การกำหนด พ.ศ.เกิดที่ให้เฉพาะบุคคลที่เกิดใน พ.ศ.2509 หรือก่อนนั้น รวมถึงผู้ที่ได้ดำรงตำแหน่งทางราชการ อาทิเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ อบต. ซึ่งมองว่าการได้ตำแหน่งเหล่านี้มา เป็นการได้มาทีหลัง ก็เข้าร่วมกับกลุ่มคอมมิวนิสต์ เป็นต้น จึงทำให้ ผรท.จำนวนมากในภาคอีสาน ได้เข้าหลักเกณฑ์ในการพิจารณาช่วยเหลือ ซึ่งส่วนใหญ่เป็น ผรท.กลุ่มที่ 4 และ กลุ่มที่ 5   สหายปรีดา กล่าวต่ออีกว่า หลังจากนี้จะได้เดินทางไปร่วมหารือกลุ่มแกนนำ ผรท.ภาคอีสาน เพื่อกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหว โดยจะทำหนังสือเพื่อขอให้มีการทบทวนพิจารณาหลักเกณฑ์ ของ ผรท.อีกครั้ง โดยจะยื่นไปยัง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ พร้อมกับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และกองทัพภาคที่ 2 ส่วนกรอบเวลาในการเดินทางไปยื่นหนังสือกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จะได้มีการหารือกันอีกครั้ง

กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย อีสาน เตรียมเคลื่อนไหว บุกยื่นหนังสือถึงพล.อ.เปรม หลังกว่า 7 หมื่นรายไม่มีรายชื่อไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐ

กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย อีสาน เตรียมเคลื่อนไหว บุกยื่นหนังสือถึงพล.อ.เปรม หลังกว่า 7 หมื่นรายไม่มีรายชื่อไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐ

 

 นอกจากนี้ประเด็นที่ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ที่มีความกังวลมากที่สุดคือตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2560 คือการช่วยเหลือค่าประกอบอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนสำหรับผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ในครั้งนี้จะเป็นการให้เงินสนับสนุนเป็นครั้งสุดท้าย แต่ทั้งที่ความจริงยังมีผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย อีกจำนวนมาก ที่ยังคงไม่ได้รับการช่วยเหลือตามเจตนารมณ์คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 66/23 แต่หากการยื่นหนังสือเพื่อขอให้ทบทวนหลักเกณฑ์และเปลี่ยนเงื่อนไข ไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทางกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย จ.อุบลราชธานี จะได้มีการกำหนดท่าทีการเคลื่อนไหวในรูปแบบอื่นต่อไปอีกครั้ง ซึ่งจากผลการหารือกันของกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.)จ.อุบลราชธานี ได้ข้อสรุปและเห็นพ้องต้องกัน จึงได้แยกย้ายกันเดินทางกลับ

ภาพ/ข่าว จิรวัฒน์ บุญจอง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อุบลราชธานี

กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย อีสาน เตรียมเคลื่อนไหว บุกยื่นหนังสือถึงพล.อ.เปรม หลังกว่า 7 หมื่นรายไม่มีรายชื่อไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐ