- 09 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่เฟซบุ๊คชื่อดัง “ แหม่มโพธ์ดำ “ โพสต์ข้อความโดยมีข้อความว่ากรณีที่ พี่สาวของ” น้องไก่” นักเรียนหญิงชั้น ป. 4 ที่อ้างโดนคุณครูสาวหลอกให้ขโมยเงินพ่อแม่ต่อเนื่องถึง 12 ครั้งรวมเป็น กว่า 400,000 บาท มาซื้อตุ๊กตาสกุชชี่และของใช้อื่น ๆ อาทิ รองเท้า นาฬิกา โทรศัพท์มือถือ ซึ่งคุณครูปุ๋ย ครูโรงเรียนเอกชนใน อ.พรหมคีรี เป็นคนขายและสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ โดยหลังเกิดเหตุได้มีการคุยผ่านไลน์เพื่อเคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งมี “เสธเอ” ญาติของครูปุ๋ยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้คุยผ่านไลน์ในลักษณะข่มขู่คุกคามขอให้ผู้เสียหายยุติการดำเนินคดีกับครูปุ๋ย ในขณะที่ทางโรงเรียนที่ครูปุ๋ย สอนอยู่ได้ให้ครูปุ๋ยออกจากการเป็นครูของโรงเรียนไปแล้ว และเมื่อเย็นวานนี้ (8 พ.ค.) น.ส.น้ำฝน สร้อยจำปา อายุ 27 ปีพี่สาวของน้องไก่ น.ส.มยุรี ศรีนวล ทนายความส่วนตัว ได้นำน้องไก่ เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.เริงชัย ราชกิจจา รอง สว.สอบสวน สภ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช เพื่อดำเนินคดีกับครูปุ๋ย อย่างเป็นทางการ ส่วนการแจ้งความดำเนินคดีกับเสธเอ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ อยู่ระหว่างรอการหารือในหมู่ญาติ ๆ ว่าจะตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดีกับ เสธเอ หรือไม่ ตามที่ได้เสนอข่าวไปตามลำดับแล้วนั้น
วันที่ 9 พ.ค. 2560 ความคืบหน้าล่าสุดหลังคณะผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเสธเอที่ สภ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.ณฐกรณ์ กาญจนาภรณ์ ผกก.สภ.นบพิตำ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ครอบครัวของน้องไก่ ได้เข้ามาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานครั้งหนึ่งแล้วเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2560 วันนี้เป็นการเข้าแจ้งคามครั้งที่ 2 ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นบพิตำ ได้รับเรื่องไว้และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น โดยการแจ้งความดำเนินคดีต้องไปแจ้งความที่จังหวัดจันทบุรี พื้นที่ ๆ เกิดเหตุที่ผู้เสียหายโดยข่มขู่ คุกคาม สำหรับเรื่องที่ผู้เสียหายหวาดกลัวภัยอันตรายนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ข่าว ก็ไม่นิ่งนอนใจ ได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ไปช่วยดูแลในด้านความปลอดภัย ที่บ้านซึ่งเปิดเป็นแผงการผลไม้ โดยล่าสุดตำรวจได้นำตู้แดงไปติดตั้งเพื่อให้ตำรวจสายตรวจเข้าไปตรวจตราอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม.อีกด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการเข้าแจ้งของผู้เสียหายกับตำรวจ สภ.นบพิตำ และได้มีเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ จำนวน 4 นาย นำโดย พ.ต.ท.สิทธิโชค จ่าแก้ว ผอ.ศูนย์ปฎิบัติการคดีพิเศษภาคใต้ กรมสวนสวนคดีพิเศษ ( DSI ) เดินทางมารับทราบข้อมูลด้วย โดย 1 ใน 4 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอกล่าวสั้น ๆ ว่า เสธเอ คนดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจริง เป็นนายทหารระดับนาวาอากาศเอกท่านหนึ่ง หลังคลิปการข่มขู่ถูกเผยแพร่ทางอธิบดีดีเอสไอได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อีเอสไอมารับทราบรายละเอียดข้อมูลจากผู้ปกครองเด็ก เพื่อใช้เป็นหลักฐานดำเนินการความผิดวินัยกับเสธเอต่อไป
ทางด้าน น.ส.สายฝน สร้อยจำปา พี่สาวน้องไก่ ยืนยันจะดำเนินคดีกับเสธเอเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่โทรศัพท์และส่งข้อความไลน์ข่มขู่ คุกคาม โดยเฉพาะคำพูดว่าที่ “มีอะไรให้รีบเคียร์กันซะ เสธเอจัดการแน่ นครศรีธรรมราชบ้านใครให้รู้เสียบ้าง” โดยการแจ้งความที่ สภ.นบพิตำ ทั้งสองครั้งพนักงานสอบสวนรับแจ้งความและลงบันทุกึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น พนักงานสอบสวนแนะนำว่าหากจะแงความดำเนินคดีหลังจะต้องแจ้งในท้องที่ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุในขณะที่ถูกข่มขู่ ซึ่งตนและทนายเดินทางไปแจ้งความวามจะเดินทางไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในท้องที่ จ.จันทบุรี ยืนยันว่าจะต้องดำเนินคดีกับเสธเอ คนที่ข่มขู่คุกคามตนให้ถึงที่สุด.
ภาพ/ข่าว นวรัตน์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
