- 10 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้(9 พ.ค.60) ที่ พระอุโสถวัดเสนาสนาราม ราชวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา พระมหาสมพร ยโสธโร อายุ 67 ปี ซึ่งจบ ป.ธ. 9 ประโยคครั้งล่าสุด ได้เดินทางกลับมา ที่วัดเสนาสนาราม ราชวรวิหาร หลังจากที่ได้รับพระราชทานประกาศนียบัตร พัดเปรียญ ในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม แล้วเข้ากราบถวายเครื่องสักการะ พระเทพมงคลโสภณเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดเสนาสนาราม ราชวรวิหาร เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฝ่ายธรรมยุต ได้ทำพิธีฉลองเปรียญธรรม 9 ประโยค(ป.ธ.9) โดยมีพระสงฆ์ผู้ทรงสมณศักดิ์ 9 รูป เจริญชัยมงคลคาถา พ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่านประกาศวุฒิบัตร
พระมหาสมพร ยโสธโร ซึ่งจบ ป.ธ. 9 เปิดเผยว่า ตนเป็นชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยกำเนิด เดิมอยู่บ้านเลขที่ ฏ 67 ม.5 ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วได้อุปสมบทครั้งแรกเมื่อตอนอายุ 20 ปี ที่วัดในจังหวัดชุมพร เรียนเปรียญธรรมได้ ประโยค 4 แล้วย้ายไปอยู่วัดชนะสงครามจนกระทั้งสอบได้ประโยค 8 เมื่อปี พ.ศ.2526 แล้วพยายามสอบประโยค 9 มา5 ปีแต่สอบไม่ได้เลยเกิดอาการท้อ หลังจากนั้นเลยลาสิกขาบทเพื่อมาดูแลกิจการรถตู้ ตอนอายุ 36 ปี รวม 23 ปี จนกระทั่งเจ้าคุณสมเด็จมหาธีราจารย์ท่านมาเข้าฝันดลใจว่าอุปนิสัยอย่างตน ไม่เหมาะกับการเป็นฆราวาส ตนจึงตัดสินใจบวชเป็นพระอีกครั้งหนึ่ง แล้วหมั่นศึกษาพระธรรมวินัยบาลีอีกครั้งหนึ่งเพื่อจะสอบเปรียญธรรม 9 ประโยคให้ได้ โดยใช้เวลาในการสอบ ประโยค 9 หลังจากบวชอีกครั้ง เป็นเวลา 5 ปี จึงสอบได้ในปีนี้
นับเป็นการสอบแค่ประโยคเดียว ใช้เวลายาวนานที่สุดโดยครั้งแรก 5 ปี บวชครั้งหลังแล้วสอบใหม่อีก 5 ปี เป็น 10 ปี และช่วงเวลาที่พักไปที่ไม่ได้สอบอีก 23 ปี รวมแล้วแค่การสอบเปรียญธรรมประโยค8 ถึงประโยค 9 แค่ชั้นเดียวแต่ใช้เวลานานถึง 34 ปี ถึงจะสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคได้นับว่าใช้เวลานานที่สุด และ เป็นพระที่มีอายุ 67 ปีคนแรกที่สอบได้ เปรียญธรรม 9 ประโยค นอกจากนั้นส่วนมากจะมีอายุที่น้อยกว่าตน สำหรับเคล็ดลับของความสำเร็จที่สามารถพิชิตเปรียญธรรม 9 ประโยคมาได้ เพราะตนยึดหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าคือ อิทธิบาท 4 เป็นหัวใจสำคัญ คือ ฉันทะ คือความพอใจ พอใจที่ได้ทำในสิ่งนั้น หากมีความรักความพอใจในสิ่งที่กำลังกระทำอยู่นั้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเกิดผลดียิ่งๆขึ้นจนประสบผลสำเร็จ หากเราลองตั้งคำถามขึ้นมาง่ายง่ายว่า ชอบในงานที่กำลังทำอยู่รึไม่ หากคำตอบคือใช่แล้วก้าวไปข้างหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมาย วิริยะ หมายถึงความเพียรพยายาม ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรคที่คอยเข้ามาการหกล้มสักกี่ครั้งหากมี วิริยะ ไม่ย่อท้อต่อการทำในสิ่งที่รักแล้วจะถึงเป้าหมาย ไม่ไกลเกินจะคว้า จิตตะ การควบคุมจิตใจให้แน่วแน่ มุ่งมั่นกับสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าหนทางจนยากแค่ไหน จะต้องพยายามสักเท่าไหร่ หากว่าใจที่แน่วแน่มั่นคงแล้วละก็ไม่ว่าปัญหาใดใดจะเข้ามาก็จะไม่ย่อท้อ ประคองจิตใจไปจนถึงเป้าหมายที่กำลังพยายามตามหา วิมังสา การวิเคราะห์ตรึกตรองว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่มันถูกต้องหรือไม่ มีผลเป็นเช่นไร หากไม่ดีไม่เข้าท่าก็ปรับปรุงแก้ไขคล้ายกับการขับรถหากขับออกนอกเส้นทางหากมองดูระหว่างทางรอบข้างไม่คุ้นตา ไม่ใช่เส้นทางที่จะพาไปยังเป้าหมายก็แก้ไขปรับเลือกเส้นทางใหม่ย่อมดีกว่าทนเดินในเส้นทางที่ผิด
ภาพ/ข่าว เกียรติยศ ศรีสกุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าว ที นิวส์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
