- 10 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่เฟซบุ๊คชื่อดัง “ แหม่มโพธ์ดำ “ โพสต์ข้อความโดยมีข้อความว่ากรณีที่ พี่สาวของ” น้องไก่” นักเรียนหญิงชั้น ป. 4 ถูกครูหลอกลวงให้ขโมยเงินจากบ้านไปซื้อตุ๊กตาสกุชชี่และสินค้าออนไลน์รองเท้า นาฬิกา โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น รวมกว่า 400,000 บาท จนเรื่องแดงฉาวโฉ่ และมี “เสธเอ” ญาติของครูปุ๋ยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้โทรศัพท์และคุยผ่านไลน์ในลักษณะข่มขู่คุกคามขอให้ผู้เสียหายยุติการดำเนินคดีกับครูปุ๋ย จน น.ส.น้ำฝน สร้อยจำปา อายุ 27 ปีพี่สาวของน้องไก่ พร้อมทนายความ เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.เริงชัย ราชกิจจา รอง สว.สอบสวน สภ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช และแจ้งความเป็นหลักฐานกรณีเสธเอ ข่มขู่คุกคาม ที่ สภ.นบพิตำ แต่พนักงานสอบสวนแจ้งว่าให้ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในพื้นที่ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทราบว่าโดนข่มขู่ ตามที่ได้เสนอข่าวไปตามลำดับแล้วนั้น
วันนี้(10 พ.ค.) น.ส.น้ำฝน สร้อยจำปา พี่สาวของน้องไก่เด็กหญิง ป 4 ที่ถูกครูหลอกเงิน 4 แสนไปซื้อตุ๊กตาสกุชชี่และสินค้าออนไลน์ เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายวันนี้ ทาง พ.ต.ท.เริงชัย ราชกิจจา รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช เจ้าของคดี ได้นัดหมายให้ตนและน้องสาว เข้าให้ปากคำเพิ่มเติม ที่ สภ.พรหมคีรี โดย ได้นัดเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพร่วมสอบปากคำน้องไก่ ตามขั้นตอนกฎหมาย เพื่อรวบรวมหลักฐานในการดำเนินการออกหมายเรียกครูปุ๋ย ต่อไป ส่วนของการดำเนินคดีกับ เสธเอ จนท.ดีเอสไอ ที่โทรศัพท์และส่งข้อความไลน์ข่มขู่คุกคาม ตนและครอบครัวนั้น ได้แจ้งความเป็นหลักฐานกับพนักงานสอบสวน สภ.นบพิตำ และพนักงานสอบสวนแนะนำว่า จากพนักงานสอบสวน สภผ.นบพิตำว่าการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายจะต้องไปแจ้งในท้องที่เกิดเหตุ ในพื้นที่ จ.จันทบุรี คาดว่าอีก 2 – 3 วัน จะเดินทางไป จ.จันทบุรี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ เสธเอ ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
“ตนมั่นใจในหลักฐานที่มีอยู่ทั้ง 2 คดี ไม่ว่าข้อความไลน์ และเสียงบันทึกขณะที่มีการสนทนา ส่วนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนมั่นในว่าจะให้ความเป็นธรรมกับตนและครอบครัว ทั้ง 2 คดี ถึงแม้คู่กรณีครูปุ๋ยจะมีนามสกุลดัง รวมทั้ง เสธเอ ที่มียศตำแหน่งสูงในกรมสอบสวนคดีพิเศษก็ตาม แต่คดีนี้เป็นข่าวทางสื่อมวลชนครึกโครมจึงเชื่อว่าตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่กล้าทำอะไรที่ไม่ถูกต้องเป็นธรรมแน่” น.ส.สายฝนกล่าวย้ำ
ทางด้าน พ.ต.ท.เริงชัย ราชกิจจา รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.พรหมคีรี เจ้าของคดี เปิดเผยว่า คดีที่ผู้เสียหายแจ้งความให้ดำเนินคดีกับครูปุ๋ย นั้นในขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากทั้งการเก็บหลักฐานสถานจุดที่เด็กหยิบเงิน รวมทั้งมีการพูดคุยกับทางผู้บริหารของโรงเรียนีการเจรจาตกลงกัน ซึ่งผู้บริหารโรงเรียนเป็นพยานการตกลงกันในวันดังกล่าว และในวันนี้การนัดเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ เข้าร่วมสอบเพิ่มเติมในส่วนของเด็กหญิง ป 4 หลังจากนี้จะรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกครูปุ๋ย มาพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย แต่หากครูปุ๋ย ไม่ยอมมาพบพนักงานสอบสวน ทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อคือออกหมายจับต่อไป คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย และดำเนินการไปตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานไม่มีการเข้าด้วยช่วยเหลือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอย่างแน่นอน
ส่วน พ.ต.อ.ณฐกรณ์ กาญจนาภรณ์ ผกก.สภ.นบพิตำ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ครอบครัวของน้องไก่ ได้เข้ามาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2560 และวันที่ 9 พ.ค. 2560 ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นบพิตำ ได้รับเรื่องไว้และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น โดยการแจ้งความดำเนินคดีต้องไปแจ้งความที่จังหวัดจันทบุรี พื้นที่ ๆ เกิดเหตุที่ผู้เสียหายโดยข่มขู่ คุกคาม สำหรับเรื่องที่ผู้เสียหายหวาดกลัวภัยอันตรายนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ข่าว ก็ไม่นิ่งนอนใจ ได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ไปช่วยดูแลในด้านความปลอดภัยที่บ้านซึ่งเปิดเป็นแผงการผลไม้ ในท้องที่ ต.นาเหรง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช อย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดตำรวจได้นำตู้แดงไปติดตั้งเพื่อให้ตำรวจสายตรวจเข้าไปตรวจตราตลอด 24 ชม.
ภาพ/ข่าว นวรัตน์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
