งามตระการตา! ชาวลับแลแต่งซิ่นตีนจกสืบทอดประเพณี "แห่น้ำขึ้นโฮง" ถวาย "เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร" ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลับแล

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

ชาวลับแลแต่งซิ่นตีนจกผ้าพื้นเมือง สืบทอดประเพณี "แห่น้ำขึ้นโฮง" อายุกว่า 1,000 ปี ถวาย "เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร" ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลับแล ด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์บ่อน้ำทิพย์ผสมดอกไม้และน้ำปรุงหอมพร้อมเครื่องบวงสรวงถวาย แสดงถึงความกตัญญูกตเวที น้อมรำลึกถึงคุณงามความดี ทรงสร้างบ้านแปลงเมืองให้ลูกหลานได้อยู่เย็นเป็นสุขมาถึงปัจจุบันนี้ สุดท้าย ขอให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ ค้าขายได้กำไรดีงาม

งามตระการตา! ชาวลับแลแต่งซิ่นตีนจกสืบทอดประเพณี "แห่น้ำขึ้นโฮง" ถวาย "เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร" ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลับแล

ที่บริเวณอนุสาวรีย์ เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร หมู่ 7 บ้านท้องลับแล ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ นายชัยศิริศุภรักษ์ จินดา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)อุตรดิตถ์ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร ปฐมกษัตริย์ผู้ปกครองเมืองลับแล ภายในงานประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮง (ขึ้นโรง) สักการะเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร  ด้วยผลไม้ อาหารหวานคาว หมาก พลู บุหรี่ ผ้าสามสี พวงมาลัยเจ็ดสียาว 7 ศอก และ เครื่องบายศรีปากชาม เครื่องบายศรี 7 ชั้น 9 ชั้น เพื่อเป็นการกตัญญูกตเวทีต่อเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร และร่วมน้อมรำลึกถึงคุณงามความดีของพระองค์ที่ปกครองให้ชาวเมืองลับแลได้อยู่เย็นเป็นสุข และสืบทอดลูกหลานมาถึงทุกวันนี้ พร้อมขอให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล พืชผลทางการเกษตรและพืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์เจริญงอกงามดี ทำมาค้าขายคล่องตัวและผลผลิตได้ราคาดี สิ่งที่สำคัญเป็นการกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีคุณกับชาวลับแล โดยมีนายธาตรี  บุญมาก นายอำเภอลับแล พร้อมด้วยนายชูชาติ จันทร์วัฒนพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ฝายหลวง ร่วมทำพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร ปฐมกษัตริย์เมืองลับแล ในครั้งนี้ด้วย

งามตระการตา! ชาวลับแลแต่งซิ่นตีนจกสืบทอดประเพณี "แห่น้ำขึ้นโฮง" ถวาย "เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร" ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลับแล

งามตระการตา! ชาวลับแลแต่งซิ่นตีนจกสืบทอดประเพณี "แห่น้ำขึ้นโฮง" ถวาย "เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร" ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลับแล

งามตระการตา! ชาวลับแลแต่งซิ่นตีนจกสืบทอดประเพณี "แห่น้ำขึ้นโฮง" ถวาย "เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร" ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลับแล

งามตระการตา! ชาวลับแลแต่งซิ่นตีนจกสืบทอดประเพณี "แห่น้ำขึ้นโฮง" ถวาย "เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร" ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลับแล

งามตระการตา! ชาวลับแลแต่งซิ่นตีนจกสืบทอดประเพณี "แห่น้ำขึ้นโฮง" ถวาย "เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร" ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลับแล

ทั้งนี้ ชาวสวนผู้ปลูกทุเรียนพันธุ์หลง-หลินลับแล ลางสาด ลองกอง ผลไม้สร้างชื่อให้กับอำเภอลับแลและจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมใจกันแต่งกายด้วยผ้าทอพื้นเมืองและผ้าซิ่นตีนจกที่ชาวลับแลสร้างทอมาด้วยมือ ร่วมเดินโชว์ในขบวนแห่พร้อมกันทั้งชาย-หญิง ด้วยการนำน้ำศักดิ์สิทธิ์จากบ่อน้ำทิพย์เวียงเจ้าเงาะ ต.ทุ่งยั้ง ซึ่งเป็นน้ำจากแหล่งธรรมชาติ นำมาโรยด้วยดอกไม้ผสมน้ำหอมใส่หาบเดิน พร้อมกับขบวนแห่เครื่องบวงสรวงสักการะประกอบด้วย เครื่องบายศรี ต้นผึ้ง ต้นดอก ธงหรือตุงแบบล้านนา พืชพันธุ์ธัญญาหารนานาชนิด เช่น ผักสวนครัว ผักริมรั้ว หอมแดง กระเทียมนำมาถวายสักการะเจ้าฟ้าฮ่ามกุมารด้วยเช่นกัน ส่วนน้ำศักสิทธิ์นั้นจะถูกนำมาเทรวมในตุ่มน้ำเงินตุ่มน้ำทอง เพื่อให้ผู้มาร่วมงานได้สรงน้ำองค์อนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมารด้วยกัน 

งามตระการตา! ชาวลับแลแต่งซิ่นตีนจกสืบทอดประเพณี "แห่น้ำขึ้นโฮง" ถวาย "เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร" ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลับแล

สำหรับประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮง มีขึ้นตั้งแต่สมัยเจ้าฟ้าฮ่ามขึ้นปกครองเมืองลับแล และเป็นประเพณีที่สืบเนื่องทำต่อกันมานานกว่า 1,000 ปี หลังเจ้าฟ้าฮ่าม ปฐมกษัตริย์ ผู้ปกครองเมืองลับแล ได้เสด็จสวรรคต และชาวลับแลได้ร่วมกันจัดสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นมาแทนหุ่นปั้นเดิม เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2526 โดยนายชัยศิริ นายก อบจ.อุตรดิตถ์ นำพวงมาลัย 7 สียาว 7 ศอก ถวายคล้องที่องค์อนุสาวรีย์ พร้อมนำผ้าสามสีและพวงมาลัยสด คล้องที่ดาบประจำตัวพระองค์ จากนั้นนำน้ำศักสิทธิ์สรงลงที่อนุสาวรีย์ เป็นการเสร็จสิ้นพิธีแห่น้ำขึ้นโฮงในครั้งนี้ 

งามตระการตา! ชาวลับแลแต่งซิ่นตีนจกสืบทอดประเพณี "แห่น้ำขึ้นโฮง" ถวาย "เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร" ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลับแล

 

งามตระการตา! ชาวลับแลแต่งซิ่นตีนจกสืบทอดประเพณี "แห่น้ำขึ้นโฮง" ถวาย "เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร" ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลับแล
 

งามตระการตา! ชาวลับแลแต่งซิ่นตีนจกสืบทอดประเพณี "แห่น้ำขึ้นโฮง" ถวาย "เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร" ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลับแล

 

"เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร" ทรงเป็นพระราชบุตรใน "พระเจ้าเรืองไทธิราช" กษัตริย์ราชวงศ์สิงหนวัติแห่งอาณาจักรโยนกเชียงแสน ปัจจุบันคืออำเภอเชียงแสน  จังหวัดเชียงราย พระองค์ได้รับโปรดเกล้าฯ จากพระราชบิดาให้มาปกครองนครลับแล ซึ่งถือว่าเป็นเมืองชายแดนของอาณาจักรโยนกนาคนครเชียงแสนเมื่อปี พ.ศ. 1513 เพื่อป้องกันภัยจากการรุกรานของกำโพชนคร (ขอม) และ พม่า

งามตระการตา! ชาวลับแลแต่งซิ่นตีนจกสืบทอดประเพณี "แห่น้ำขึ้นโฮง" ถวาย "เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร" ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลับแล

งามตระการตา! ชาวลับแลแต่งซิ่นตีนจกสืบทอดประเพณี "แห่น้ำขึ้นโฮง" ถวาย "เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร" ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลับแล

จึงกล่าวได้ว่า พระองค์ทรงเป็น "ปฐมกษัตริย์" แห่งนครลับแล พร้อมอภิเษกสมรสกับนางสุมาลีเเละนางสุมาลาบุตรของหนานคำลือเเละหนานคำเเสน ซึ่งเป็นผู้นำในการพาชาวบ้านจากเมืองเชียงเเสน ลงมาเเละสร้างบ้านเเปลงเมืองในบริเวณที่เป็นเมืองลับเเลในปัจจุบัน หนานคำลือได้รับการแต่งตั้งเป็น "เจ้าแคว้น" (เทียบเท่ากับกำนัน) และหนานคำแสนได้รับการแต่งตั้งเป็น "เจ้าหลัก" (เทียบเท่ากับผู้ใหญ่บ้าน) ให้ทั้งสองคนได้ปกครองดูแลลูกบ้าน "เจ้าฟ้าฮ่าม" ได้ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยความสงบสุข โดยไม่มีเหตุภัยใดเข้ามารุกรานอีก พืชผลธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ดี ชาวบ้านอยู่ร่วมกันอย่างมีความผาสุขตลอดระยะเวลาที่พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ปกครองเมืองลับแล

งามตระการตา! ชาวลับแลแต่งซิ่นตีนจกสืบทอดประเพณี "แห่น้ำขึ้นโฮง" ถวาย "เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร" ปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลับแล

ภาพ/ข่าว นายสมภพ  สินพิพัฒนฤดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อุตรดิตถ์