อันตราย!!!กำนันทับสะแกจี้ฝ่ายปค.เร่งย้ายสาร บีทีปลอม พ้นเมรุร้าง ก่อนรร.บ้านนาหูกวางเปิดเทอม!!หลังผู้ว่า สตง.ชี้เป็นวัตถุอันตรายควรเร่งกำจัด

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันที่ 11 พฤษภาคม นายธีรศักดิ์ ฑีฆายุวัฒนา กำนันตำบลนาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้ประสานงานกับกำนัน ต.เขาล้าน ทำหนังสือถึงนายอำเภอทับสะแก เพื่อขอให้พิจารณาเร่งรัดเคลื่อนย้ายสาร บีที ออกจากเมรุร้าง ที่วัดนาหูกวาง หมู่ 2 ต.เขาล้าน ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อกับ ต.นาหูกวาง และพื้นที่เก็บสาร บีที ดังกล่าวห่างจากโรงเรียนบ้านนาหูกวางเพียง 100 เมตร จึงขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเคลื่อนย้ายสาร บีที โดยด่วน ก่อนเปิดภาคเรียนใหม่ หลังจากเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้เข้าตรวจสอบพร้อมยืนยันว่าสารบีที เป็นวัตถุอันตรายประเภท 2 ถือเป็นขยะพิษ ที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งนำมาทิ้งกองไว้โดยไม่รับผิดชอบกับปัญหาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากที่ผ่านมาฝ่ายปกครองอำเภอทับสะแกไม่ได้ลงนามในสัญญาจัดซื้อจากงบประมาณ 24.7 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2555 จากการจัดซื้อหลังการประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน เพื่อใช้สาร บีที ดังกล่าวกำจัดหนอนหัวดำในสวนมะพร้าว

อันตราย!!!กำนันทับสะแกจี้ฝ่ายปค.เร่งย้ายสาร บีทีปลอม พ้นเมรุร้าง ก่อนรร.บ้านนาหูกวางเปิดเทอม!!หลังผู้ว่า สตง.ชี้เป็นวัตถุอันตรายควรเร่งกำจัด

 

“ เมื่อไม่มีการจัดซื้อชาวบ้านจึงข้องใจว่าทำไมทางราชการ จึงไม่แจ้งบริษัทมาทำการเคลื่อนย้ายออกนอกพื้นที่ แต่เก็บไว้นาน 5 ปีจนหดอายุการใช้งาน และ กรณีดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่เสียโอกาสในการใช้งบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหา ทำให้ปัจจุบันพื้นที่ อ.ทับสะแก มีการะบาดของหนอนหัวดำมากที่สุดเกษตรกรชาวสวนได้รับเดือดร้อนเป็นอย่างมาก และล่าสุดมีการแจ้งขอความร่วมมือให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เร่งสำรวจความเสียหายของมะพร้าวแต่หน่วยงานของรัฐยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ว่าจะมีการจัดซื้อสารเคมีเพื่อแก้ไขปัญหาได้เมื่อใด ขณะมะพร้าวถูกแมลงระบาดได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง”นายธีรศักดิ์ กล่าว

อันตราย!!!กำนันทับสะแกจี้ฝ่ายปค.เร่งย้ายสาร บีทีปลอม พ้นเมรุร้าง ก่อนรร.บ้านนาหูกวางเปิดเทอม!!หลังผู้ว่า สตง.ชี้เป็นวัตถุอันตรายควรเร่งกำจัด

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการกำจัดสาร บีที ปลอม ในระดับจังหวัดมีนายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการจัดเก็บ สารบีที โดยจัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดในการเคลื่อนย้ายตามคำแนะของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หลังจากมี สาร บีที 32.8 ล้านบาท เก็บไว้ในหอประชุมอำเภอเมืองประจวบฯ พื้นที่ใจกลางเมือง ใกล้กับโรงเรียนอนุบาลจังหวัด และพบสารชนิดเดียวกันกองไว้ในเมรุร้างใกล้โรงเรียน ที่วัดนาหูกวาง ล่าสุดคณะกรรมการฯยังไม่มีแนวทางในการเคลื่อนย้ายที่ชัดเจน หลังจากฝ่ายปกครองตังหวัดได้ทำหนังสือแจ้งให้บริษัทคู่สัญญามาทำการเคลื่อนย้าย ขณะที่กรมวิชาการเกษตร ระบุว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บและทำลายสาร บีที ดังกล่าว เนื่องจากไม่เคยรับขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร และทราบว่าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีการซื้อสาร บีที ตั้งแต่ปี 2553 - 2554 จาการประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน โดยใช้งบทดรองราชการของสำนักงาน ป้องกัน/////ภาพ/ข่าว ศวิษฐ สำราญรมย์ ข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ. ประจวบคีรีขันธ์ 

อันตราย!!!กำนันทับสะแกจี้ฝ่ายปค.เร่งย้ายสาร บีทีปลอม พ้นเมรุร้าง ก่อนรร.บ้านนาหูกวางเปิดเทอม!!หลังผู้ว่า สตง.ชี้เป็นวัตถุอันตรายควรเร่งกำจัด

อันตราย!!!กำนันทับสะแกจี้ฝ่ายปค.เร่งย้ายสาร บีทีปลอม พ้นเมรุร้าง ก่อนรร.บ้านนาหูกวางเปิดเทอม!!หลังผู้ว่า สตง.ชี้เป็นวัตถุอันตรายควรเร่งกำจัด