ราษฏรวังใหม่-วังสมบูรณ์ถวายฏีกาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ปกป้องอาชีพพระราชทาน คัดค้านก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันที่ 11 พ.ค.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวกนกกาญจน์ วงษ์ชัยยะ อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 4 ตำบลวังใหม่ อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว ,เครือข่ายพิทักษ์สิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชน สาขาวังสมบูรณ์ ในนามราษฎรตำบลวังใหม่ อำเภอวังสมบูรณ์ และพื้นที่ใกล้เคียง ได้ยื่นทูลเกล้าฯถวายฎีกา เพื่อกราบบังคมทูลทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ระหว่างเสด็จทรงเยี่ยมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านสารภี ม.3 ต.ทับพริก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว กรณีราษฏรชาวตำบลวังใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง คัดค้านโครงการขยายการก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำตาลทรายขนาด 12,500 ตันอ้อย/วัน และโรงไฟฟ้าชีวมวล ขนาด 60 เมกกะวัตต์ ที่ ตำบลวังใหม่ อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว เนื่องจากเกรงว่า จะส่งผลกระทบต่ออาชีพเลี้ยงโคนม ซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 กว่า 2,000 ครัวเรือน ,อาชีพทำมะม่วงส่งออก และอาชีพทำลำไยนอกฤดู ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของพื้นที่

           ราษฏรวังใหม่-วังสมบูรณ์ถวายฏีกาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ปกป้องอาชีพพระราชทาน คัดค้านก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล

โดย นางสาวกนกกาญจน์ วงษ์ชัยยะ ผู้ยื่นถวายฏีกา ระบุว่า สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้พิจารณาไม่เห็นชอบโครงการนี้ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา เนื่องจากการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะ (อีไอเอชุมชน) แตกต่างจากการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ ของบริษัทเอกชน ซึ่งมีข้อมูลที่บิดเบือนและขั้นตอนหลายประการที่อาจเข้าข่าย ทุจริตฉ้อฉล และดำเนินการก่อนที่จะได้รับใบอนุญาตในปัจจุบัน มีการร้องเรียนไปยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วยแล้ว ซึ่ง สผ.มีมติไม่เห็นชอบโครงการดังกล่าว  โดยมีเหตุผลและข้อโต้แย้งหลายประการ ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายและระเบียบ เช่น ผลการศึกษาและจัดทำรายงานสรุปประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะ (อีไอเอชุมชน) เบื้องต้น ซึ่งผลการศึกษา ไม่สอดคล้องกับอีไอเอของบริษัทที่ปรึกษาฯชัดเจน และประชาชนไม่รับรู้ในรายละเอียดของอีไอเอของบริษัทฯ

ราษฏรวังใหม่-วังสมบูรณ์ถวายฏีกาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ปกป้องอาชีพพระราชทาน คัดค้านก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล

 น.ส.กนกกาญจน์ กล่าวอีกว่า กรณีการใช้พื้นที่โครงการฯก่อนการพิจารณาอนุญาต โดยพบว่า บริษัทเข้าไปดำเนินการก่อนการพิจารณาเสร็จสิ้น โดยการเช่าพื้นที่สหกรณ์โคนมฯ เพื่อดำเนินการตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2559 ซึ่งพบว่า การขออนุญาตใช้น้ำ บริษัทมีการดำเนินการก่อนการได้รับอนุญาตและก่อนการพิจารณาของ คชก.ชัดเจน โดยเฉพาะการวางท่อและส่งน้ำมาเพื่อใช้ยังพื้นที่โครงการฯ ตามหลักฐานรูปถ่ายและหนังสือขออนุญาตสูบน้ำจากคลองพระสะทึง ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2559 และรายละเอียด ระวางและโฉนดที่ตั้งโรงงานฯ ซึ่งมีการเช่าใช้พื้นที่สหกรณ์โคนมฯ รวมทั้งยังพบข้อมูลการขออนุญาตใช้พื้นที่กับแผนที่ในรายงานอีไอเอไม่ตรงกัน โดยพบแผนที่การขออนุญาตกับ อบต.และแผนที่การนำเสนอโครงการในการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมล่าสุด ไม่ตรงกันชัดเจน โดยเฉพาะบ่อบำบัดน้ำเสียบริเวณวัดพัฒนาและพื้นที่สีม่วง

 

ดังนั้น จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น ข้าพระพุทธเจ้าฯ จึงกราบบังคมทูลถวายฎีกา เพื่อทรงพระกรุณาตรวจสอบความไม่โปร่งใส ของหน่วยงาน ข้าราชการและองค์กรที่เกี่ยวข้อง อันเป็นสิทธิของประชาชน และหน่วยงานราชการพึงปฏิบัติโดยชอบ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและโปร่งใส เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว ไม่มีความเหมาะสมกับการก่อสร้างโรงงานขนาดใหญ่และโรงไฟฟ้าชีวมวล เพราะสร้างติดกับสถานที่ผลิตนมโรงเรียนและสหกรณ์โคนมฯ ที่ส่งผลกระทบชัดเจนต่อความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์และอาชีพเลี้ยงโคนม ซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช รัชกาลที่ 9  โดยรอบพื้นที่กว่า 2,000 ครอบครัว เสี่ยงต่อการล่มสลายชัดเจน   โดยยังมีอาชีพหลักอีก 2 อาชีพ คือ การผลิตมะม่วงส่งออกนอกประเทศกว่า 100 ตันต่อปี และแหล่งปลูกลำไยนอกฤดูของสระแก้วที่มีเกือบ 40,000 ไร่ ที่อ่อนไหวกับความเสี่ยงชัดเจนต่อปัญหามลพิษและฝุ่นละออง จนกระทบต่อการติดดอกออกผล อันจะทำให้เกษตรกรและผลผลิตทางการเกษตรที่เป็นรายได้หลักของพื้นที่ได้รับผลกระทบไปด้วย และสิ่งที่ชาวบ้านพบจากการจับจีพีเอส ร่วมกับสหพันธ์ที่ดินจังหวัดสระแก้ว และนักวิชาการอิสระจากมหาวิทยาลัยบูรพา ในการจัดทำอีไอเอชุมชน พบว่า พื้นที่จุดก่อสร้างโครงการดังกล่าว เป็นแหล่งต้นน้ำลุ่มน้ำสาขาของคลองพระสะทึง ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำไปยังจังหวัดสระแก้วและลุ่มน้ำปราจีนบุรี ไหลลงสู่แม่น้ำบางปะกง หากเกิดปัญหามลพิษจะส่งผลกระทบต่อลุ่มน้ำดังกล่าวทั้งระบบชัดเจน  อย่างไรก็ตาม ผู้ยื่นถวายฏีกา ยังระบุอีกว่า เนื่องจากโครงการ มีผลกระทบต่อพื้นที่แหล่งผลิตอาหารปลอดภัยของจังหวัดสระแก้ว และวิถีชีวิตของประชาชนหลายสาขาอาชีพจำนวนมาก ประกอบกับ จังหวัดสระแก้วได้มีการประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษแล้ว จึงอยากให้โรงงานและอุตสาหกรรมทุกประเภทไปตั้งในพื้นที่เดียวกัน หรือดำเนินการขยายโรงงานในพื้นที่เดิม ที่ ตำบลห้วยโจด อำเภอวัฒนานคร เช่นเดิม รวมทั้งควรพิจารณายกเลิกพื้นที่สีม่วงและตรวจสอบการประกาศผังเมืองปี 2558 พื้นที่ ตำบลวังใหม่ อำเภอวังสมบูรณ์  ซึ่งประชาชนในพื้นที่ไม่มีส่วนร่วมแต่อย่างใดด้วย  ทั้งนี้ ยังพบว่า มีประชาชนในพื้นที่ร่วมลงชื่อด้วยตนเอง ในการถวายฏีกาครั้งนี้จำนวน 166 คน ซึ่งไม่รวมรายชื่อคัดค้านก่อนหน้านี้ ซึ่งมีการนำแนบมาด้วยกว่า 1,000 คน  ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ก่อนหน้าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จถึงโรงเรียน ตชด.ฯ หัวหน้าชุดล่วงหน้าประจำขบวนเสด็จฯ ได้เข้ารับฎีกาจาก น.ส.กนกกาญจน์ วงษ์ชัยยะ และราษฎรตำบลวังใหม่ รวม 9 คน และเตรียมส่งให้ราชเลขาฯ นำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป

ราษฏรวังใหม่-วังสมบูรณ์ถวายฏีกาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ปกป้องอาชีพพระราชทาน คัดค้านก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล

ภาพ/ข่าว ยุทธนา พึ่งน้อย    ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์   จังหวัดสระแก้ว