- 13 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ 13 พ.ค. 60 ที่ ห้องเรียนรวม ชั้น 5 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 56 พรรษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายกฤษณ์ ธนาวณิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการแถลงข่าวสรุปโครงการ“17วัยใสพิชิตภัยห่างไกลแอลกอฮอล์”ตามที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาได้พัฒนาโครงการเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษารู้เท่าทันปัญหาแอลกอฮอล์ภาคเหนือตอนบนปีที่2(17วัยใสพิชิตภัยห่างไกลแอลกอฮอล์)
ซึ่งสนับสนุนงบประมาณโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ(สสส.) ได้รับความร่วมมือจาก17สถาบันอุดมศึกษาอันได้แก่ มหาวิทยาลัยราชมมงคลล้านนา(เชียงใหม่)มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา เชียงราย มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนาลำปางมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา น่าน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่มหาวิทยาลัยพายัพมหาวิทยาลัยนอร์ทเชียงใหม่มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์นมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตเชียงใหม่มหาวิทยาลัยพะเยา วิทยาลัยชุมชนแพร่ และวิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอนเป็นเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษารู้เท่าทันปัญหาแอลกอฮอล์ภาคเหนือตอนบนปีที่ 2
จากการลงนามความร่วมมือ (MOU) เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2559 ที่ผ่านมานั้น ทำให้เกิดโครงการย่อยกว่า 50 โครงการ และได้สร้างการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 2,000 คน โดยมีรูปแบบกิจกรรม คือ สร้างเครือข่ายแกนนำบุคลากรและแกนนำนักศึกษาในการป้องกันและลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของนิสิตนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในเขตภาคเหนือตอนบนยังมีศักยภาพและต่อเนื่อง
รวมไปถึงขับเคลื่อนกระบวนการรณรงค์ป้องกันและแก้ปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และส่งเสริมกิจกรรมป้องกันปัจจัยเสี่ยงของนิสิตนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาสนับสนุนมาตรการนโยบายและการจัดกิจกรรมในการขับเคลื่อน ผลักดัน กฎระเบียบเกี่ยวกับการควบคุมร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งภายในสถาบันและรอบสถาบันการศึกษา และรณรงค์ การไม่ดื่ม การงดดื่มในที่สาธารณะขนาดแต่งกายเครื่องแบบนักศึกษา ผ่านทางสื่อต่างๆ และสร้างความร่วมมือกับชุมชนรอบสถาบันอุดมศึกษางดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่นิสิตนักศึกษาและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปี
ทั้งนี้การดำเนินโครงการสามารถบ่งบอกจำนวนโครงการและผู้เข้าร่วมโครงการได้แต่ไม่สามารถลดจำนวนนักดื่มลงได้ 100% ดังนั้นสิ่งที่เป็นประโยชน์มากที่สุดคือการสร้างตระหนักรู้แกเยาวชนให้ตระหนักถึงโทษภัยอันตรายของเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และยังคงต้องอาศัยพลังอันเข้มแข็งจากภาคีเครือข่ายร่วมศึกษาเอง ชุมชนใกล้เคียง องค์กรทุกภาคส่วน ร่วมกันพัฒนาโครงการในครั้งต่อๆไปเพื่อรณรงค์ต่อสู้สร้างความตระหนักรู้และสร้างภูมิคุ้มกันแก่เด็กและเยาวชนอนาคตของชาติ ให้ห่างไกล พิชิตไทยแอลกอฮอล์ อย่างมีศักยภาพและยั่งยืนต่อไป
ภาพ ข่าว ฟงหวิน ศักดิ์อัสวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดเชียงใหม่
ชัด ราชวงษ์ เรียบเเรียง
