- 16 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 16 พ.ค. 2560 นายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วยนายเผด็จ สุขเกษม วัฒนธรรมจังหวัดหนองคาย, พระครูประธีปเตจิวาภิบาล เจ้าอาวาสวัดพระธาตุบุ (พระธาตุโพนจิกเวียงงัว) บ้านโคกป่าฝาง ม.3 ต.ปะโค อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแก่คณะขุดค้นศึกษาโบราณสถาน นำโดยนายศุภชัย นวการพิศุทธิ์ นักโบราณคดี ซึ่งได้ขุดค้นศึกษาพระธาตุหัวงัวภายในบริเวณวัดพระธาตุบุ ด้วยการขุดหาทุกส่วนของพระธาตุหัวงัวเพื่อศึกษาหาความรู้ และจะได้อนุรักษ์ไว้เพื่อให้ลูกหลานได้ศึกษาเล่าเรียนประวัติศาสตร์ของบรรพบุรุษของตนเอง ทั้งนี้การขุดค้นศึกษาและวิจัยดังกล่าวอยู่ในความดูแลของสำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น, โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดหนองคาย โดยเริ่มทำการขุดตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค.2560 จะสิ้นสุดในเดือนกันยายน 2560
สำหรับพระธาตุโพนจิกเวียงงัวนั้น ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 99 ตอนที่ 172 วันที่ 18 พฤศจิกายน 2525 มีเนื้อที่โดยรอบประมาณ 1 ไร่ 1 งาน 58 ตารางวา เป็นพระธาตุที่เชื่อกันว่าบรรจุพระธาตุเขี้ยวฝาง (พระทันตธาตุ) ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประดิษฐานอยู่ที่วัดป่าพระธาตุบุ บ้านโคกป่าฝาง ต.ปะโค อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ตามตำนานอุรังคธาตุ มีลักษณะทางศิลปกรรมเป็นเจดีย์ทรงระฆังสูง ก่ออิฐสอด้วยดินและยางไม้ มีฐานประทักษิณเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดกว้าง 17.50 เมตร ยาว 17.50 เมตรนอกจากนี้ยังมีซากโบราณสถานอิฐ อยู่บริเวณด้านทิศตะวันออกของพระธาตุโพนจิก เป็นฐานอาคารก่ออิฐ ขนาดกว้าง 5.30 x ยาว 5.30 เมตร สูง 80 เซนติเมตร สันนิษฐานเบื้องต้นว่าฐานอาคารอิฐหลังนี้น่าจะเป็นสิม (โบสถ์) เพื่อการทำสังฆกรรม พระธาตุโพนจิกเวียงงัวจึงเป็นอีกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์โบราณสถานทางพุทธศาสนาที่สำคัญ 1 ใน 3 แห่ง ของ จ.หนองคาย ได้แก่ พระธาตุบังพวน, พระธาตุหล้าหนองคาย และพระธาตุบุ หรือพระธาตุเขี้ยวฝาง หรือพระธาตุโพนจิกเวียงงัว ณ แห่งนี้
ทั้งนี้ตามประวัติเมืองเวียงงัว เมืองพะโค หรือเมืองปะโค เมืองที่ปรากฏชื่อในตำนานอุรังคธาตุ เมืองที่ปรากฏในนิทานปรัมปราเรื่องนางอุสา-ท้าวบารส เมืองที่ในพงศาวดารล้านช้างกล่าวถึงไว้หลายเล่ม เมืองนี้เป็นเมืองที่มีความสำคัญเมืองหนึ่งในอดีต ด้วยได้มีการเชิญพระธาตุมาประดิษฐานไว้ถึง 3 องค์ หนึ่งในนั้นคือพระธาตุโพนจิกเวียงงัวเมืองที่พระพุทธศาสนารุ่งเรือง ในป่าที่นักโบราณคดีขุดค้นแห่งนี้มีซากโบราณมากมาย จุดใหญ่ๆ ที่กำลังขุดค้นมี 3 จุด ซึ่งเมืองนี้ล่มสลายไปด้วยเหตุผลกลใดมิมีการบันทึกไว้ เรื่องราวของเมืองโบราณแห่งนี้ค่อยๆเลือนหายไป จนชาวบ้านแจ้งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย จึงได้มีการขุดค้นสำรวจเมืองแห่งนี้ขึ้นมาอีกครั้ง สร้างความยินดีให้กับชาวจังหวัดหนองคายทุกคน
ภาพ/ข่าว ภัทรวินทร์ ลีปาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดหนองคาย
