- 17 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสถาพร อินทสูตร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา พร้อมด้วยแกนนำชาวประมงพื้นบ้าน ร่วมหารือหาทางออก เพื่อยุติความรุนแรง ที่กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านไม่พอใจการแก้ไข และบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย ฉบับที่ 17 พ.ศ. 2560 ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 โดยมีสาระสำคัญส่งผลกระทบต่ออาชีพรายได้ ของชาวประมงพื้นที่บ้านที่ประกอบอาชีพเลี้ยงปลาในกระชัง โดยจะต้องถูกดำเนินคดี เสียค่าปรับ และค่าธรรมเนียม สูงถึงตารางเมตรละ 20,000 บาท เนื่องจากชาวประมงพื้นบ้านที่ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ไม่มีความสามารถชำระค่าปรับ และค่าธรรมเนียมที่สูงขนาดนั้นได้ อาจต้องเลิกประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน ที่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีพตลอดมา
ทั้งนี้ ชาวประมงพื้นบ้านทั้งหมดเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวเป็นการทำลายอาชีพท้องถิ่น วิถีชุมชน สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวม เอื้อประโยชน์ให้นายทุนผูกขาดอาชีพเลี้ยงปลาในกระชัง ส่งผลกระทบต่อชุมชน สังคม และการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง ถึงขั้นทำให้ราษฎรในตำบลคุระ ร้อยละ 30 ต้องสิ้นเนื้อประดาตัว ครอบครัวแตกแยก มีปัญหาหนีสินที่ไม่สามารถชำระเงินต้นและดอกเบี้ยได้ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสังคม การเพิ่มขึ้นของอาชญากรรม และการกระทำผิดกฎหมาย อาทิ การแพร่ระบาดของยาเสพติดในท้องถิ่น เนื่องจากราษฎรหลายร้อยครอบครัวจะไม่มีอาชีพ รายได้ และไร้ที่อยู่อาศัย ในทันที
นายสถาพร อินทสูตร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ได้นำตัวแทนชาวประมงพื้นบ้าน ออกเยี่ยมเยียน และชี้แจงทำความเข้าใจกับราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายฉบับนี้ เพื่อรับฟังปัญหา และหาแนวทางแก้ไขโดยสันติวิธี เพื่อป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรง และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นภายในชุมชน ทั้งนี้ พบว่าหากมีการบังคับใจกฎหมายดังกล่าวของกรมเจ้าท่าก็จะเกิดปัญหาสังคมตามมาหลายด้าน
ภาพข่าว นายพงษ์ศักดิ์ ประทีป ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดพังงา
