- 17 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 นายวีระ ขุนไชยรักษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง มอบหมายให้นายชุมพร ขาวผ่อน ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง นายนิตย์ชัย พันธุเดช หัวหน้าสายตรวจส่วนกลาง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง นำกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างจากหน่วยต่างๆจำนวน 40นาย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน 116 ประจำอำเภอเกาะช้าง เจ้าหน้าที่ทหารชุดเฝ้าตรวจพื้นที่ฝึกนาวิกโยธินเกาะช้าง พร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ในการรื้อถอนสิ่งก่อสร้าง เข้าทำการรื้อถอนอาคารที่พักบริเวณปลายสะพานบ้านบางเบ้า ม.1ต.เกาะช้างใต้ อ.เกาะช้างจ.ตราด ซึ่งเป็นบ้านพักแบบบ้านไม้2ชั้น1 หลัง และอาคารซุ้มนั่งพัก จำนวน 2 หลัง รวมพื้นที่ทั้งหมด 286.44ตารางเมตร
ทั้งนี้เนื่องจากอาคารบ้านพักและซุ้มนั่งพักในบริเวณดังกล่าว เป็นพื้นที่บุกรุกเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ปัจจุบัน มีนายธีรธัช พูลเกษม เป็นเจ้าของผู้ครอบครอง เป็นคดีอาญาที่ 71/2557 ลงวันที่ 13พฤษภาคม 2557 โดยมีนายชาลี เม่นขำ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน เป็นผู้จับกุมและร้องทุกข์กล่าวโทษ มีร.ต.ท.เอื้ออังกูร แก้วเมืองกลาง เป็นเจ้าพนักงานสอบสวน เจ้าของคดี โดยคดีได้ถึงที่สุดแล้ว หลังนายธีรธัช ได้ยื่นเรื่องอุธรณ์ศาลจังหวัดตราด แต่ศาลอุธรณ์ยืนยันตามศาลชั้นต้น และนายธีรธัช ได้ส่งเรื่องฟ้องศาลปกครองจังหวัดระยองและศาลปกครองสูงสุด แต่สุดท้ายศาลปกครองมีคำสั่งพิจารณาตามศาลจังหวัดตราด ให้นายธีรธัชออกจากพื้นที่และทำการรื้อถอนอาคารออกจากพื้นที่ และปรับสภาพพื้นที่ให้กลับคงเดิม แต่นายธีรธัช ไม่ยอมทำการรื้อถอนอาคารดังกล่าว วันนี้ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จึงใช้มาตรา22 พระราชบัญญัติอุทยาน ฯ ทำการรื้อถอนอาคารบ้านพักและสิ่งก่อสร้างทั้งหมด โดยจะนำสิ่งที่ถูกรื้อถอนไปเก็บไว้ที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง และจะต้องทำการส่งฟ้องทางแพ่งเรียกค่าเสียหายจากนายธีรธัช ที่เกิดความเสียหายกับทรัพย์สินของทางราชการ ตลอดจนค่าใช้จ่ายจากการรื้อถอนอาคารดังกล่าวต่อไป
สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับอาคารบ้านพักและสิ่งก่อสร้างดังกล่าว เดิมเป็นบ้านพักของนายรัชวุฒิ แซ่ตั้ง ทำการก่อสร้างในพื้นที่ดังกล่าว และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมส่งฟ้องศาลดำเนินคดี เมื่อปี 2546 โดยศาลสั่งให้นายรัชวุฒิ แซ่ตั้งออกจากพื้นที่ และให้ทำการรื้อถอนอาคารดังกล่าว แต่นายรัชวุฒิ กลับไม่รื้อถอนอาคารดังกล่าว และยังขายอาคารดังกล่าวให้กับนายธีรธัช ในเวลาต่อมา โดยนายธีรธัช ได้เข้ามาทำการปรับปรุง ต่อเติมอาคารขยายใหญ่ขึ้น รุกล้ำออกไปในทะเลและตกแต่งเป็นบ้านพักสวยหรู จนเป็นที่มาของการจับกุมดำเนินคดีในที่สุด โดยอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ตั้งข้อล่าวหา ยึด ครอบครองที่ดิน ก่นสร้าง ในเขตอุทยาน ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 16 (1) มาตรา 24 มาตรา 54และมาตรา72 มูลค่าความเสียหายต่อรัฐ 26,853.75บาท และหลังคดีถึงที่สุดแล้ว รวมเวลาทั้งสิ้น 14 ปี อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จึงนำเจ้าหน้าที่มาทำการรื้อถอนอาคารหลังดังกล่าวเพื่อปรับสภาพพื้นที่ สภาพแวดล้อมบริเวณปลายสะพานบ้านบางเบ้า ให้กลับคืนเดิมต่อไป ในส่วนของค่าเสียหายจะได้ทำการฟ้องคดีแพ่งเอาผิดกับนายธีรธัช พูลเกษมเจ้าของอาคารหลังดังกล่าวต่อไป
ภาพ/ข่าว พูลศักดิ์ บุญลอย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดตราด
