- 18 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 18 พ.ค. 2560 ตำรวจชะอำขออายัดตัวสาวแสบที่ก่อเหตุฉ้อโกงการทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่ดินรวมทั้งปลอมแปลงเอกสารนำไปขอกู้เงินโดยมีผู้เสียหายในหลายจังหวัดอาทิ นครปฐม ชะอำ หัวหิน และพัทยา มูลค่าความเสียหายนับร้อยล้านบาท ขณะที่เจ้าทุกข์ทราบรุดดูตัวและยื่นขอคัดค้านการให้ประกันตัวต่อศาลจ.เพชรบุรี วันนี้ (18 พ.ค.60) ที่สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี กลุ่มผู้เสียหายในคดีฉ้อโกการทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่ดิน การปลอมแปลงเอกสารเกี่ยวกับเงินกู้จำนวนมาก ได้เดินทางไปยังสภ.ชะอำ เพื่อยื่นคัดค้านการให้ประกันตัวต่อศาลจ.เพชรบุรี ในการฝากขังของพสง.สภ.ชะอำ ซึ่งผู้ต้องหารายนี้คือ น.ส.ปวีร์สุดา โชควัฒนาสุข อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 671 ซ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า 2 ถ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร โดยก่อนหน้าผู้ต้องหารายนี้ถูกนางรานี อรชร อายุ 51 ปี 90/178 ม.4 ต.บางกระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม ฟ้องต่อศาลจังหวัดหัวหิน ในคดีฉ้อโกงเช็คมูลค่า 6 ล้านเศษ ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลได้พิพากษาให้นางปวีร์สุดา ชดใช้เงินแก่ผู้ฟ้อง ซึ่งต่อมานางปวีร์สุดาเบี้ยวการชำระหนี้ จึงถูกแจ้งความดำเนินคดีและระหว่างการให้ประกันตัวในชั้นศาล ก็ถูกพนักงานสอบสวนสภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี แจ้งขออายัดตัวในคดีฉ้อโกงประชาชนในพื้นที่จ.เพชรบุรีอีกหลายสิบคดี ซึ่งพงส.สภ.ชะอำ ได้เดินทางไปรรับตัวมาเมื่อเย็นวานนี้ และได้นำตัวส่งฝากขังต่อศาลจ.เพชรบุรี ผลัดแรกในชั้นพนักงานสอบสวน
นางรานี กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้เดิมชื่อนางวรรพรรณ จ้อยสองสี ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นน.ส.ปวีร์สุดา โชควัฒนาสุข ส่วนนางรานี มีสามีเป็นชาวต่างประเทศและพำนักอยู่ที่ประเทศเดนมาร์ค ส่วนนางปวีร์สุดา เป็นหลานสะใภ้ เริ่มต้นก็ชักชวนให้ร่วมลงทุนในการรับจดจำนองที่ดิน ซื้อขายที่ดิน แรกๆก็รายได้ดี ตนเองไว้ใจเพราะอยู่ในบ้านตนเองมาตั้งแต่อายุ 15 ปีและต่อมาแต่งงานกับหลานชายตนเอง การทำธุรกิจซื้อมาขายไปเกี่ยวกับที่ดิน ต่อมาก็มีการนำเอกสารของตนเองไปปลอมแปลงและขายรวมทั้งนำไปกู้เงินจากคนอื่น จนในที่สุด ตนเองจับได้ว่าถูกโกง สร้างความเสียหายให้ตนเองเกือบยี่สิบล้านบาท และต่อมาทราบว่า มีการกระทำการฉ้อโกงกับรายอื่นๆจำนวนมาก ตนเองจึงลงประกาศในโซเชียลมีเดียว่า บุคคลนี้มีพฤติกรรมในการฉ้อโกง ซึ่งมีผู้เสียหายในหลายจังหวัดทราบเรื่อง เช่นในพื้นที่ จ.นครปฐม จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และพัทยา จึงได้ประสานมาที่ตนเองและร่วมกันติดตามหาเพื่อดำเดินคดี โดยในวันนี้ก็ได้มารวมกันเพื่อเสนอศาลในการพิจารณาขอประกันตัว เพราะก่อนหน้านี้ ผู้ต้องหาได้ขอประกันตัวและหลบหนีมาแล้ว รวมทั้งมีผู้เสียหายจำนวนมาก วงเงินมูลค่าความเสียหายเกือบหนึ่งร้อยล้านบาท ในส่วนของต้นเองก็เกือบยี่สิบล้านบาทแล้ว
ขณะที่ผู้เสียหายอีกรายคือ ดาบตำรวจธรรมศักดิ์ ศรีจำพลัง อายุ 69 ปี ชาวตำบลสามพระยา อ.อะชำ จ.เพชรบุรี กล่าวว่า ตนเองลูกสาวต้องการหาเงินทุนมาประกอบธุรกิจหนึ่งแสนบาท นางปวีร์สุดาก็อ้างว่า มีนายทุนและจะหาเงินให้โดยให้หลานสาวตนเองนำโฉนดที่ดินมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ตนจึงมอบให้ไป แต่พบว่านางปวีร์สุดา ไปทำสัญญาเงินกู้มาสองแสนบาท และหลบหนีไป ทำให้ตนเองต้องไปไถ่ถอนโฉนดดังกล่าวในวงเงินสองแสนบาท และยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายกำลังเดินทางมายังสภ.ชะอำ เพื่อชี้ตัวและแจ้งให้พงส.ดำเนินคดีฉ้อโกงอีกจำนวนมากมูลค่าความเสียหายนับร้อยล้านบาท ซึ่งเชื่อว่ามีการกระทำเป็นขบวนการมีผู้ร่วมขบวนการอีกจำนวนมากเพราะไม่สามารถทำได้เพียงผู้เดียว ขณะที่พงส.สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ได้ทำคำคัดค้านการให้ประกันตัว เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมากและมีวงเงินความเสียหายจำนวนมากเช่นกันในระหว่างนำตัวขอฝากขังต่อศาลจ.เพชรบุรี
ภาพ/ข่าว ดาราวรรณ เข็มตรง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.เพชรบุรี
