ผู้กำกับหัวหินคุมสอบปากคำพ่อบ้านมูลนิธิดังต้องหาอนาจรเด็กหญิงไม่เกิน15ปี เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ อ้างว่าแค่เป็นคนรักเด็ก ชอบกอด/หอมแก้ม(คลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผกก.สภ.หัวหิน เปิดเผยว่า สำหรับคดีดังกล่าวเกิดขึ้นกับเด็กหญิงอายุระหว่าง 12และ 13 ปี  ซึ่งเด็กหญิงวัย 13ปีเกิดเหตุ เมื่อ2ปีที่แล้ว ขณะที่เด็กหญิงวัย 12ปี เกิดขึ้นระหว่างคืนวันที่ 7 ต่อเนื่องกับคืนวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาชื่อ นายป้อม อายุ 38ปี มีตำแหน่งเป็นพ่อบ้านหรือคนดูแลมูลนิธิเด็กชื่อดัง สาขาหัวหิน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณบ้านเขาเต่า ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีหน้าที่ดูแล เลี้ยงดู เด็กหญิงในมูลนิธิฯ ซึ่งเป็นสาขาย่อย ที่ได้ก่อตั้งที่หัวหินมาได้ประมาณ​5ปี ซึ่งมีเด็กที่อยู่ในการดูแล เป็นเด็กกำพร้า เร่ร่อนและด้อยโอกาส รวม 12 ราย อายุ 10ปีขึ้นไป จนถึง เด็กที่เรียนระดับปริญญาตรี ตัวมูลนิธิฯ เป็นอาคารพาณิชย์ 3ชั้น มีห้อง 2ห้องใหญ่ เป็นที่พัก และมีครอบครัวของนายป้อมและภรรยา เป็นผู้ดูแล ซึ่งทั้งคู่มีลูก 2คน และมีเด็กที่ต้องดูแลอีก 12คน 

โดยในวันเกิดเหตุ ที่เพิ่งมีการนำตัวมาแจ้งความดำเนินคดีนั้น พบว่า เป็นวันที่ 7 พฤษภาคม ลูกสาว ของแม่บ้านทำความสะอาดได้นำลูกสาว วัย 12ปี ซึ่งไม่ใช่เด็กที่อยู่ในการดูแลของมูลนิธิฯ และไม่ได้อยู่ประจำที่มูลนิธิฯดังกล่าว แม่ได้นำลูกสาวมาฝากให้นอนค้างที่มูลนิธิฯ เนื่องจากช่วงเช้าต้องเดินทางไปแข่งขันกีฬาฟุตบอล  กระทั่งเวลาราวตี 3ตามคำกล่าวอ้างของเด็กหญิง วัย 12 ปี ว่านายป้อมได้ก่อเหตุกระทำอนาจาร ล่วงละเมิดทางเพศ ด้วยการเข้าไปหอมแก้ม แล้วถกเสื้อชั้นในออก กระทั่งรุ่งเช้าเด็กจึงได้แจ้งผู้ปกครองให้ทราบเรื่อง ทางครอบครัวจึงได้แจ้งเรื่องให้หน่วยงานต้นสังกัดได้ทราบ จึงเป็นที่มาของการถูกสั่งให้พักงาน ก่อนที่ครอบครัวจะตัดสินใจพากันมาจ้างความไว้ที่ สภ.หัวหิน 

โดยยืนยันว่าในคดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการด้วยความรอบคอบเนื่องจากเป็นคดีเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน อีกทั้งอยู่ในความสนใจของประชาชน

ผู้กำกับหัวหินคุมสอบปากคำพ่อบ้านมูลนิธิดังต้องหาอนาจรเด็กหญิงไม่เกิน15ปี เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ อ้างว่าแค่เป็นคนรักเด็ก ชอบกอด/หอมแก้ม(คลิป)

ต่อมา พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผกก.สภ.หัวหิน พร้อมด้วย พ.ต.ท.เสมอ อยุ่สำราญ รอง ผกก.สภ.หัวหิน และ พ.ต.ท.ชัยวัฒน์​ สืบยิ่ว สารวัตรสอบสวน สภ.หัวหิน คุมตัวนายป้อม พ่อบ้านมูลนิธิเด็ก ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอนาจารเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15ปี มาสอบปากคำ เบื้องต้นได้ให้การปฏิเสธในชั้นพนักงานสอบสวนไม่ได้กระทำอนาจารเด็กหญิงตามที่ถึงเกี่ยวหา

ทั้งนี้ระหว่างสอบปากคำ นายป้อม ให้การว่า เป็นคนรักเด็ก เนื่องจากมีลูกสาวในวัยไล่เลี่ยกัน ตนรักลูกตนเอง และเด็กทุกๆคนเหมือนลูก และมักจะหอมแก้ม กอดลูกตนเองบ่อยครั้ง และเด็กๆในความดูแลเป็นประจำ จึงอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ เบื้องต้นสำนักงานใหญ่ของมูลนิธิได้สั่งพักงานตน และได้ย้ายออกไปอยู่ข้างนอก โดยยอมรับว่ายังกลับมาที่มูลนิธิแห่งนี้ เนื่องจากเด็กโทรศัพท์ไปหาบอกว่าคิดถึงพ่อป้อม พ่อป้อมหายไปไหน ทำให้ตนยังคงวนเวียนไปมาที่มูลนิธิแห่งนี้ และยืนยันจะไม่ได้กระทำอนาจารเด็กหญิง และขอสู้คดีในชั้นศาลต่อไป 

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมนำตัวผู้ต้องหาฝากขังที่ศาลจังหวัดหัวหินในวันพรุ่งนี้ ซึ่งผู้ต้องหามีสิทธิของประกันตัวได้ คาดว่าจะใช้เงินประกันตัวราว 2แสนบาท แต่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล โดยโทษสูงสุดในคดีคือจำคุกไม่เกิน 10ปี

ผู้กำกับหัวหินคุมสอบปากคำพ่อบ้านมูลนิธิดังต้องหาอนาจรเด็กหญิงไม่เกิน15ปี เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ อ้างว่าแค่เป็นคนรักเด็ก ชอบกอด/หอมแก้ม(คลิป)

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นางสาวไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พร้อมด้วยผู้อำนวยการกองสวัสดิการและสังคม และ นักสังคมสงเคราะห์เทศบาลเมืองหัวหิน ลงพื้นที่ตรวจสอบมูลนิธิเด็กฯที่เกิดเหตุ พร้อมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยได้เข้าตรวจสอบสถานที่ตั้งของมูลนิธิดังกล่าว โดยพบว่าวันนี้ปิดทำการ 

นางสาวไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่ามูลนิธิดังกล่าวยังไม่ได้จดทะเบียนขออนุญาตอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย โดยพบว่าเคยได้พูดคุยกับตัวเทนของมูลนิธินี้และระบุว่า เป็นเพียงสำนักงานสาขาหนึ่งเท่านั้น ที่ตั้งกระจายอยู่ตามต่างจังหวัด ซึ่งเทศบาลเมืองหัวหิน จะต้องร่วมกับหน่วยงานปกครองอำเภอหัวหิน และ พมจ.ประจวบคีรีขันธ์ ในการเข้ามาตรวจสอบและให้ดำเนินการให้ถูกต้อง รวมทั้งจะต้องเข้ามาดูแลไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเช่นนี้อีก

ผู้กำกับหัวหินคุมสอบปากคำพ่อบ้านมูลนิธิดังต้องหาอนาจรเด็กหญิงไม่เกิน15ปี เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ อ้างว่าแค่เป็นคนรักเด็ก ชอบกอด/หอมแก้ม(คลิป)

ข่าว/ภาพ พิมพร อยู่รุ่ง ผู้สื่อข่าว จ.ประจวบคีรีขันธ์