- 18 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เวลา 13.30 น. วันที่ 18 พ.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งจากนางนงเยาว์ ทรงวิชา อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 151 ม.9 บ้านนาตัง ต.เขวาสินรินทร์ อ.เขวาสินรินทร์ (เขวา-สิน-นะ-ริน )จ.สุรินทร์ ว่าได้มีคนไม่หวังดี ปลอมเฟสบุ๊คของตนเอง ที่ใช้ชื่อว่า “นงเยาว์ ทรงวิชา” ไปหลอกยืมเงินจากเพื่อนที่สนิทและคนที่ตนรู้จัก จำนวนหลายราย ตอนนี้จำนวนเป็นร้อยรายแล้ว แต่มีเพียงรายเดียวที่หลงเชื่อโยนเงินให้ จำนวน 2 พันบาท ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางลงพื้นที่นัดหมายเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ศูนย์ศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน กศน.เขวาสินรินทร์ อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ กับนางนงเยาว์ฯผู้เสียหาย ซึ่งได้นำหลักฐานการโอนเงินของผู้ที่หลงเชื่อ 1 ราย ไม่เปิดเผยชื่อ ไปยังบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 402560 7051 ชื่อบัญชี นายหมูหมิ่น สุขเกิด, ใบบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับ กับ ร.ต.อ.ศิริ ดาศรี รอง สว.สส.สภ.เขวาสินรินทร์ เมื่อวันที่ 16 พ.ค.60 และเอกสารข้อมูลส่วนบุคคล ขณะขอมีบัตรของ นายหมูหมิ่น สุขเกิด อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 323/3 ม.3 ต.ปากน้ำ อ.เมืองระนอง จ.ระนอง แต่บัตรได้ทำที่จังหวัดกระบี่
นางนงเยาว์ ทรงวิชา อายุ 60 ปี ผู้เสียหายที่ถูกปลอมเฟสบุ๊ค เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวทำให้ตนเกิดความเสียหาย และอยากให้สื่อได้นำเสนอเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับอีกหลายๆคนที่ใช้เฟซบุ๊ก ให้ระวังและหมั่นตรวจสอบเฟสบุ๊คของตนเองว่าถูกแฮ๊คหรือเปล่า หรือหากมีเพื่อนในเฟสส่งขอความมาของยืมเงิน ก็ให้ชั่งใจไว้ก่อนว่า อาจจะเป็นพวกมิจฉาชีพที่มาหลอกก็เป็นได้ ทางที่ดีควรจะสอบถามกับเจ้าตัวเลย เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ใช่พวกมิจฉาชีพ แอบแฮ็คเฟสเข้าไปหลอกยืมเงิน นางนงเยาว์ ทรงวิชา บอกว่า เมื่อวันที่ 16 พ.ค.60 ที่ผ่านมา มีญาติโทรหาถามว่า เฟซพี่มีปัญหาหรือเปล่า เห็นชื่อพี่ทักไปว่าขอยืมเงิน เลยไม่แน่ใจว่ามันจะใช่หรือ คิดว่าเฟสพี่หน้าจะมีปัญหา พอคนนี้โทรมาบอกแล้ว ก็มีอีกหลายคนที่เป็นเพื่อนในเฟซโทรมาบอกอีก เลยเอาโทรศัพท์ให้ลูกชายดูให้ ลูกชายบอกประมาณว่าโทรศัพท์ถูกแฮ๊ค ตอนนี้เป็นร้อยคนแล้วที่โดนทักขอยืมเงิน จำนวนที่ยืมแต่ละรายประมาณ 2-3 พันบาท สูงสุด 3,500 บาท ส่วนคนที่โอนให้มีรายเดียว เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จำนวนเงิน 2,000 บาท หลายคนเลยแนะนำให้รีบไปแจ้งตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และคนที่ทำงานในอำเภออยู่ฝ่ายทะเบียนก็โดนทักยืมด้วย ความที่เจ้าหน้าที่อำเภอไม่เชื่อเลยโทรมาถาม เพราะตั้งแต่รู้จักกันมานานไม่เคยเห็นขอยืมเงินแบบนี้ พอเช็คตามเลขที่บัญชีที่มีการโอนเงินไป พบว่าเลขบัญชีที่หลายๆคนได้รับเป็นเลขบัญชีเดียวกันทั้งหมด จึงตรวจสอบที่ฝ่ายทะเบียนอำเภอเขวาสินทรินทร์ จึงทราบชื่อเจ้าของบัญชี คือ นายหมูหมิ่น สุขเกิด อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 323/3 ม.3 ต.ปากน้ำ อ.เมืองระนอง จ.ระนอง แต่บัตรได้ทำที่จังหวัดกระบี่ ก็เลยส่งเอกสารทางไลน์ให้ลูกชายที่เป็นตำรวจ ชื่อ ร.ต.อ.พัชรพล ทรงวิชา รอง.สว.ฝ่ายจัดการสอบ สนง.ตำรวจแห่งชาติ เช็คให้ โดยลูกชายบอกว่าคนๆนี้ไม่มีประวัติอะไรในทางเสียหายเลย แต่ตนเองไม่ทราบว่า เจ้าตัวรู้เห็นกับการหลอกลวงดังกล่าวหรือไม่ หรืออาจจะถูกจ้างหรือถูกขโมยบัตรขโมยสมุดธนาคารและบัตรเอทีเอมไป โดยไม่รู้ตัวหรือไม่ ก็ขอฝากหากถึงบุคคลที่เป็นเจ้าของบัญชีนี้ หากว่าตนเองไม่ใช่และไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องดังกล่าว ก็ขอให้ไปแจ้งความไว้ เพื่อความบริสุทธิ์ใจ เพื่อที่จะหาคนที่เป็นมิจฉาชีพตัวจริงให้เจอ และก็ขอฝากเตือนหลายๆคนให้ระมัดระวังกันให้มากๆ เพราะเห็นว่าเจอกันในลักษณะนี้มาหลายรายแล้ว ทางที่ดีหากมีเพื่อนหรือคนที่รู้จักขอยืมเงินทางเฟส ก็ให้โทรไปสอบถามเจ้าตัวเลยว่าจริงไหม จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพ
ด้าน พ.ต.อ.บุญสินธุ์ ผดุงสุข ผกก.สภ.เขวาสินรินทร์ กล่าวว่า ช่วงนี้มีการปลอมเฟสบุ๊คกันหลายราย หากมีคนมาขอยืมเงินทางเฟซทางไลน์ ก็ให้ตั้งขอสังเกตไว้ก่อนว่า อาจจะไม่ใช่เจ้าตัวจริงที่มาขอยืม เพื่อให้แน่ใจก่อนที่จะโอนเงินให้ ควรที่จะโทรศัพท์ไปสอบถามกับเจ้าตัวเลย หรือหากเจอเหตุลักษณะนี้ สามารถที่จะมาขอคำปรึกษากับทางเจ้าที่ตำรวจของเราได้ เพื่อที่ไม่ตกเป็นเหยื่อให้กับพวกมิจฉาชีพ
ภาพ/ข่าว ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
