กระทบทั้งชุมชน!! ชาวบ้านชายทะเลตันหยงโปทำแผนที่ทำมือ แสดงจุดบ้านเรือนชายฝั่งที่ต้องโดนรื้อ เพราะกฎหมายใหม่ว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันที่ 20 พ.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอิดริส อุเส็น อายุ 50 ปีประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลตันหยงโปได้รวมกับกลุ่มสมาชิกและพี่น้องประชาชนที่อาศัยปลูกบ้านบริเวณริมชายฝั่งหมู่ที่ 3 บ้านบากันเคย ตำบลตันหยงโป อำเภอเมือง จังหวัดสตูล เพื่อหารือแนวทางการหาทางออกเพื่อความยั่งยืนกับวิถีชีวิตคนชายขอบฝั่งทะเลในจังหวัดสตูล พร้อมกับเตรียมเข้าร่วมกับพี่น้องชาวประมงที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดสตูลทั้งชายฝั่งติดบนบกและทางทะเลตามเกาะแก่งในเรื่องร้องหยุดกฎหมายกรมเจ้าท่า ทำชาวประมงเดือดร้อนหนัก ทั้งที่อยู่อาศัย สิ่งปลูกสร้างอื่น พร้อมเรียกร้องรัฐบาลเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบเพื่อปรับลดมาตรการหาวิธีการให้เกษตรกร และชาวบ้านสามารถอาศัยทำมาหากิน มีอาชีพได้ไม่กระทบต่อความเป็นอยู่  พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมกับพี่น้องชาวบ้านริมชายฝั่งหมู่ที่ 3 จัดทำแผนที่ทำมือหรือแผนที่เดินดิน ที่ทำจากการระดมสมองของภาคประชาชนที่วาดแผนที่ตนเองอาศัยอยู่อย่างคร่าวๆ ซึ่งทำแสดงสัญลักษณ์รูปสีเหลือนั่นหมายถึงแนวเขต บ้านที่จะถูกเสี่ยงต้องรื้อถอนออกหากกฎหมายกรมเจ้าท่าผ่านหรือเห็นด้วยของทางรัฐบาลมีคำสั่งขึ้นมา

กระทบทั้งชุมชน!! ชาวบ้านชายทะเลตันหยงโปทำแผนที่ทำมือ แสดงจุดบ้านเรือนชายฝั่งที่ต้องโดนรื้อ เพราะกฎหมายใหม่ว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย

นายอิดริส อุเส็น อายุ 50 ปี ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลตันหยงโป กล่าวเพิ่มเติมว่า หากพื้นที่บริเวณบ้านที่สร้างแนวเขตชายฝั่งก็ต้องโดนผลกระทบเต็มๆและยิ่งบ้านหลังไหนที่ทำการประมง ในกระชังที่ทำมานาน ซึ่งชาวบ้านเองได้รับความเดือดร้อน หากไม่รื้อถอนจะมีโทษทางอาญาสำหรับบุคคลปรับ 500 บาท/ตร.ม. พาณิชย์ 1,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำ 1 ห้อง มีเนื้อที่ 9 ตร.ม. ทำให้เกษตรกรต้องจ่ายค่าปรับทางอาญาห้องละ 4,500 บาท นอกจากนี้ ยังมีค่าปรับทางปกครอง ตร.ม.ละ 1,000 บาท สำหรับที่อยู่อาศัย หรือสิ่งปลูกสร้างอื่นรวมถึงสิ่งที่ปลูกสร้างของทางภาครัฐมีผลบังคับใช้เหมือนกัน จึงเรียกร้องขอให้รัฐบาลเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบเพื่อปรับลดมาตรการ หาวิธีการให้เกษตรกร และชาวบ้านสามารถอาศัยทำมาหากิน มีอาชีพได้ ไม่กระทบต่อความเป็นอยู่  นายอิดริส อุเส็น อายุ 50 ปี ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลตันหยงโป กล่าวอีกว่า กล่าวว่า ตนเองในฐานะผู้นำท้องที่ ที่เป็นตัวแทนชาวบ้านที่จะไปร่วมการเข้ายื่นหนังสือเรียกร้องผ่านจังหวัด ก็เพื่อให้รัฐบาลทบทวนกฎหมายเจ้าท่า เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวกระทบความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนริมฝั่งทะเล โดยวิถีชาวบ้านในพื้นที่มีการสร้างที่อยู่อาศัยติดชายฝั่ง ซึ่งขัดต่อกฎหมายเจ้าท่ากรณีรุกล้ำลำน้ำ และมีโทษปรับ การรื้อถอน ต่อไปชาวบ้านจะไม่มีที่อยู่อาศัย รวมถึงอาชีพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ทำให้ชาวบ้านไร้ที่อยู่ ไร้อาชีพ ไม่มีรายได้ จึงอยากให้รัฐบาลเห็นใจพี่น้องประชาชนที่มีผลกระทบต่อกฎหมายดังกล่าวด้วย

กระทบทั้งชุมชน!! ชาวบ้านชายทะเลตันหยงโปทำแผนที่ทำมือ แสดงจุดบ้านเรือนชายฝั่งที่ต้องโดนรื้อ เพราะกฎหมายใหม่ว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย

พร้อมกันนี้ในที่ 21 พฤษภาคม 2560 เวลา 14.00 น.ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลตันหยงโปจะมีการรวมตัวนำแผนที่ทำมือหรือแผนที่เดินดินที่ได้ร่างจุดผลกระทบและจัดเวทีเสวนาใหญ่ในตำบลเพื่อรับฟังความคิดเห็นและร่วมปรึกษาหาแนวทางออกต่อไปและผลสรุปที่จะนำไปยื่นหนังสือแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลในวันที่ 22 นี้ ส่วนตลตันหยงโป มี 3 หมู่บ้าน 600 กว่าครัวเรือนที่ชาวบ้านชายฝั่ง รวมมัสยิดก็โดนเช่นกันเพราะปัจจุบันพื้นที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งรวมทั้งหากกฎหมายออกเขาก็จะวัดจุดใกล้พื้นที่ทะเลมากที่สุดและในพื้นที่ตำบลตันหยงโปบ้านเรือนที่เสี่ยงโดนรื้อจริง 382 กว่าครัวเรือน


กระทบทั้งชุมชน!! ชาวบ้านชายทะเลตันหยงโปทำแผนที่ทำมือ แสดงจุดบ้านเรือนชายฝั่งที่ต้องโดนรื้อ เพราะกฎหมายใหม่ว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย

ข่าว/เอนก  ขันทสิกรรม   ภาพ/นนทพัทธ์ จันทรกุล   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค   สำนักข่าวทีนิวส์   จังหวัดสตูล