สุดลำเค็ญ!! ครอบครัวอยู่กลางป่าลึก รับจ้างทั่วไปเลี้ยงลูก4คน บางวันไม่มีงานต้องหาของป่าให้ลูกกินประทังชีวิต เด็กๆต้องเดินกว่า8กม.ไปรร.ทุกวัน

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันที่ 20 พ.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นางวรรณรัตน์ เกลี้ยงพร้อม อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นคนที่ บ้านหนองบัว ต.หนองบัว อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์  แต่ได้ไปทำธุรกิจ ที่ จังหวัดภูเก็ต  ว่า ตนได้จัดทำผ้าป่าเพื่อเป็นทุนการทุนศึกษาให้กับเด็กนักเรียนยากจน  และได้เดินทางมามอบให้กับโรงเรียนบ้านหนองบัวมิตรภาพ ที่ 85 ต.หนองบัว อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านเกิด โดยได้มอบเงินทุนเพื่อการศึกษาทุนละ 1,000 บาท จำนวน 50 ทุนไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้  และบังเอิญได้ทราบว่ามีครอบครัวของเด็กนักเรียนในโรงเรียนนี้ครอบครัวหนึ่ง  มีสภาพยากจน  เด็กๆต้องเดินทางไปกลับระหว่างบ้านและโรงเรียนเป็นระยะทางกว่า 8 กม. ทุกวัน เนื่องจากไม่มีรถคอยรับส่ง ซึ่งบ้านของครอบครัวนี้  อยู่กลางป่าลึกในพื้นที่เขต สปก.และป่าสงวนท้ายหมู่บ้านที่อยู่ห่างออกไปกว่า 4 กม.  และในวันนี้ตนก็ได้ตั้งใจจะนำรถจักรยานจำนวน 2 คัน  เดินทางไปมอบให้กับเด็กเพื่อใช้ปั่นไปโรงเรียน และให้ความช่วยเหลือครอบครัวนี้  โดยมีเพื่อนๆที่ทำธุรกิจด้วยกันอยู่ที่ จ.ภูเก็ต ได้ส่งเงินมาให้  เพื่อมอบเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กๆด้วยจำนวน 16,000 บาท       

 

หลังจากทราบข่าว  ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยัง บ้านของครอบครัวดังกล่าวนี้  ซึ่งอยู่กลางป่าท้ายหมู่บ้านระยะทางกว่า 4 กม.  และยังต้องเดินเท้าต่อไปอีกเป็นระยะทางเกือบ 600 เมตร จึงถึงบ้านของครอบครัวนี้  โดยสภาพบ้านที่ปลูกเป็นเพิงสังกะสีชั้นเดียว มีไม้กั้นเป็นฝาบ้านพอกันแดดกันฝนได้  ซึ่งเจ้าของบ้านคือนายทรงธรรม เกลี้ยงพร้อม อายุ 31 ปี และนางวิสา อุไรพานทอง อายุ 32 ปี  อาศัยอยู่กับลูกๆจำนวน 4 คน เป็นชาย 3 หญิง 1  ซึ่งลูกชายคนโตเป็นลูกติดของสามี  ส่วนลูกคนเล็ก 3 คนเป็นลูกติดของภรรยา  ทั้งคู่มาอยู่ด้วยกันกลางป่าแห่งนี้ได้กว่า 3 ปีแล้ว   โดยแต่ก่อนต่างก็ทำงานรับจ้างอยู่ต่างจังหวัด  จนได้มาพบรักกัน  จึงได้ชวนกันกลับมาสร้างบ้านอยู่ในที่ สปก.ที่ทางครอบครัวของบิดาสามีได้บุกเบิกทำกินมาก่อนที่จะเป็นเขต สปก. จำนวน 2 ไร่เศษ  ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิใดๆ  จึงกลายเป็นครอบครัวที่ไร้ที่ทำกินอยู่ในปัจจุบันนี้  นางวิสา ภรรยาเจ้าของบ้านได้เปิดเผยว่า  ตนและสามีมีอาชีพรับจ้างทั่วไป  ซึ่งช่วงนี้ก็รับจ้างปลูกมัน  ได้เงินค่าจ้างทั้งของตนและของสามีเพียงวันละ 200-300 บาท  บางวันก็ไม่มีใครจ้าง  ก็ต้องออกไปหาของป่ามาทำกินกันในครอบครัว  ส่วนลูกๆก็ต้องปล่อยให้อยู่บ้านกับตามลำพัง  แต่ก็ยังดีที่มีลูกชายคนโตช่วยดูแลน้องๆ  บางทีลูกๆก็ช่วยกันสับมันที่เขาเอามาจ้างให้สับ  ก็พอได้เป็นค่าขนมไปโรงเรียน ซึ่งบางวันก็ได้เงิน  บางวันก็ไม่ได้เงินไปโรงเรียน ทุกคนก็ต้องอดกัน ซึ่งการเดินทางไปโรงเรียนก็ต้องเอารถจักรยานยนต์เก่าๆที่มีอยู่ ไปส่งทีละ 2 คน ต้องไปกลับถึง 2 รอบ  บางวันรถเสีย  เด็กๆก็ต้องเดินไปโรงเรียนกันเองตามลำพัง  กลับจากโรงเรียนมาถึงบ้านลูกชายคนโตก็ต้องคอยหุงหาอาหารให้น้องๆ เพราะตนกับสามีต้องออกไปรับจ้างทำงาน บางวันก็กลับค่ำมืด เด็กๆต้องรีบทำการบ้านกันก่อนจะค่ำ  เพราะเราไม่มีๆไฟฟ้าใช้   น้ำจะใช้ก็ต้องไปหาบเอามาจากหนองน้ำในป่าที่อยู่ห่างออกไปอีกเกือบ 1 กม.  ทุกวัน

สุดลำเค็ญ!! ครอบครัวอยู่กลางป่าลึก รับจ้างทั่วไปเลี้ยงลูก4คน บางวันไม่มีงานต้องหาของป่าให้ลูกกินประทังชีวิต เด็กๆต้องเดินกว่า8กม.ไปรร.ทุกวัน

สุดลำเค็ญ!! ครอบครัวอยู่กลางป่าลึก รับจ้างทั่วไปเลี้ยงลูก4คน บางวันไม่มีงานต้องหาของป่าให้ลูกกินประทังชีวิต เด็กๆต้องเดินกว่า8กม.ไปรร.ทุกวัน

สุดลำเค็ญ!! ครอบครัวอยู่กลางป่าลึก รับจ้างทั่วไปเลี้ยงลูก4คน บางวันไม่มีงานต้องหาของป่าให้ลูกกินประทังชีวิต เด็กๆต้องเดินกว่า8กม.ไปรร.ทุกวัน

นางวิสา ยังกล่าวอีกว่า  ตอนนี้ที่ห่วงที่สุดก็คือเรื่องการเรียนของลูกๆ  ที่บางปีก็ได้รับทุนการศึกษา  แต่ก็ไม่เพียงพอ  ซึ่งตอนนี้ลูกชายคนโตเรียนอยู่ชั้น ป.5  คนที่ 2 ลูกสาวเรียนอยู่ชั้น ป.2  คนที่ 3 ลูกชายเรียนอยู่ชั้น อนุบาล 2 ส่วนลูกชายคนเล็กตอนนี้อยู่อนุบาล 1 ที่โรงเรียนบ้านหนองบัวมิตรภาพ ที่ 85 ต.หนองบัว อ.ท่าตูม ซึ่งตนเกรงว่าอนาคตอาจจะไม่ได้เรียนต่อ  เพราะฐานะครอบครัวตนยากจน  ตนและสามีไม่มีทรัพย์สินใดๆ  ตอนนี้ก็ได้แต่อาศัยอยู่ในที่ของ สปก. ซึ่งตนและครอบครัวก็ยังไม่มีเอกสารสิทธิใดๆอีกด้วย  และตนกับสามีก็ได้แต่หารับจ้างไปวันๆเท่านั้น  บางวันก็ได้บางวันก็ไม่มีคนมาจ้างเลย  จึงเป็นห่วงอนาคตของลูกๆมาก

สุดลำเค็ญ!! ครอบครัวอยู่กลางป่าลึก รับจ้างทั่วไปเลี้ยงลูก4คน บางวันไม่มีงานต้องหาของป่าให้ลูกกินประทังชีวิต เด็กๆต้องเดินกว่า8กม.ไปรร.ทุกวัน

สุดลำเค็ญ!! ครอบครัวอยู่กลางป่าลึก รับจ้างทั่วไปเลี้ยงลูก4คน บางวันไม่มีงานต้องหาของป่าให้ลูกกินประทังชีวิต เด็กๆต้องเดินกว่า8กม.ไปรร.ทุกวัน

สุดลำเค็ญ!! ครอบครัวอยู่กลางป่าลึก รับจ้างทั่วไปเลี้ยงลูก4คน บางวันไม่มีงานต้องหาของป่าให้ลูกกินประทังชีวิต เด็กๆต้องเดินกว่า8กม.ไปรร.ทุกวัน

สุดลำเค็ญ!! ครอบครัวอยู่กลางป่าลึก รับจ้างทั่วไปเลี้ยงลูก4คน บางวันไม่มีงานต้องหาของป่าให้ลูกกินประทังชีวิต เด็กๆต้องเดินกว่า8กม.ไปรร.ทุกวัน

ด้าน นางวรรณรัตน์ เกลี้ยงพร้อม ซึ่งได้ร่วมเดินทางมาที่บ้านของนางวิสาด้วย  ก็ได้มอบเงินเพื่อเป็นทุนการศึกษาให้กับลูกๆของนางวิสา ด้วยจำนวน 16,000 บาท  และยังได้มอบรถจักรยานให้อีกด้วยจำนวน 2 คัน  เพื่อให้เด็กๆได้ใช้ปั่นไปโรงเรียน  ซึ่งทำให้เด็กๆและครอบครัวนางวิสาต่างดีใจ  โดยเฉพาะเด็กๆที่บอกว่าดีใจมาก  ที่ต่อไปจะได้ไม่ต้องพากันเดินไปโรงเรียนอีกแล้ว  โดย นางวรรณรัตน์ ก็ได้กล่าวว่า  การที่ตนได้มามอบของและเงินให้กับครอบครัวนี้  ก็เพราะตนเคยลำบากมาก่อน  เมื่อตอนนี้ตนพอจะมีเงินบ้างถึงแม้จะไม่มากมาย   ซึ่งก็ได้เพื่อนๆที่ทำธุรกิจด้วยกันช่วยเหลืออีกแรง  ตนจึงอยากจะช่วยเหลือคนอื่นที่เขาลำบากบ้าง  ไม่เพียงแต่ครอบครัวนี้เท่านั้น   หากตนมีโอกาสก็อยากจะช่วยเหลือทุกๆคนที่ลำบากเช่นกัน  เพราะรู้ถึงรสชาติของความลำบากมาแล้ว  และหากทุกท่านอยากจะช่วยเหลือครอบครัวนี้  และช่วยเหลือเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กๆ ก็สามารถช่วยเหลือได้โดยผ่านทางบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์  สาขารัตนบุรี จ.สุรินทร์ เลขที่บัญชี 593-253895-9  ชื่อนางวิสา อุไรพานทอง   ซึ่งเราก็จะได้บุญร่วมกัน

สุดลำเค็ญ!! ครอบครัวอยู่กลางป่าลึก รับจ้างทั่วไปเลี้ยงลูก4คน บางวันไม่มีงานต้องหาของป่าให้ลูกกินประทังชีวิต เด็กๆต้องเดินกว่า8กม.ไปรร.ทุกวัน

สุดลำเค็ญ!! ครอบครัวอยู่กลางป่าลึก รับจ้างทั่วไปเลี้ยงลูก4คน บางวันไม่มีงานต้องหาของป่าให้ลูกกินประทังชีวิต เด็กๆต้องเดินกว่า8กม.ไปรร.ทุกวัน

ภาพ/ข่าว  สุรเดช เหลาคำ / ชูชัย  ดำรงสันติสุข    ผู้สื่อข่าวภูมิภาค    สำนักข่าวทีนิวส์   จ.สุรินทร์