- 21 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณี นายสุเทพ รอดสุข อายุ 29 ปี ถูกกลุ่มคนร้ายไล่ยิงถล่มหวังฆ่ายกครัว โดยนายสุเทพ เสียชีวิตพร้อมกับ ด.ช.ณรงค์ฤทธิ์ หรือน้องสไปร์ท บุตรชายอายุ 2 ขวบ ส่วนนางวาสนา โสภิญ อายุ 26 ปี ภรรยา และด.ญ.วิภัชชา รอดสุข หรือน้องน้ำอิง อายุ 7 ขวบ บาดเจ็บสาหัส เพราะวิ่งไปหลบซ่อนในป่าจนมือปืนหาไม่เจอแม้ว่าจะถูกยิงเข้าร่างกายไปแล้ว
เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 1 พ.ค.2559 บริเวณถนนเลียบทางรถไฟ หมู่ 1 ต.มะม่วงสองต้น อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ส่วนสาเหตุมาจากมีเรื่องทะเลาะกับหลานเจ้าของร้าน“ลานนม” ริมถนนเทวบุรี ต.โพธิ์เสด็จ ซึ่งนายสุเทพและนางวาสนา ทำงานอยู่ ต่อมาศาลออกหมายจับ นายศิริชัย บุรินทร์โกษฐ์ หรือ “ปุ๋ม ลานนม” อายุ 30 ปี หลานเจ้าของร้าน ก่อนที่เจ้าตัวจะเข้ามอบตัวและปฏิเสธทุกข้อหา โดยศาลได้พิพากษาผู้ต้องหากระทำความผิดจริงตามฟ้อง จึงตัดสินให้ประการชีวิต และชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งเป็นเงิน 5.9 ล้านบาท เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2560 ที่ผ่านมาตามที่เสนอข่าวต่อเนื่องแล้วนั้น
ล่าสุดวันนี้ (21 พ.ค.60) นางวรรรณา โสภิญ อายุ 58 ปี แม่ยายของนายสุเทพ พร้อมด้วยหลาน ๆ ได้เดินทางเข้าพบนายธนาชัย เกตุโรจน์ กรรมการสภาทนายความภาค 8 ประธานชมรมทนายความเมืองคอนเพื่อประชาชน เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ร่วมก่อเหตุที่เหลืออย่างน้อย 1 คนโดยเฉพาะนายตำรวจนายหนึ่งที่ร่วมก่อเหตุ ซึ่งนางวรรณา ได้เดินทางไปยื่นร้องเรียนขอความเป็นธรรมที่กองปราบปราม อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
นายธนาชัย กล่าวว่า หลังศาลพิพากษาประหารชีวิต นายศิริชัย บุรินทร์โกษฐ์ หรือ “ปุ๋ม ลานนม” อายุ 30 ปี จำเลยสามารถยื่นอุทธรณ์คดีได้ภายใน 30 วัน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยื่นอุทธรณ์แต่อย่างใด ซึ่งฝ่ายจำเลยคงจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอเลื่อนการยื่นอุทธรณ์ แต่หากไม่มีการยื่นอุทธรณ์ถือว่าคดีนี้สิ้นสุด นายศิริชัย หรือ “ปุ๋ม ลานนม” ก็จะรับโทษประหารชีวิตไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนเรื่องค่าเสียหายทางแพ่งตามคำสั่งศาลที่ให้จำเลยชดใช้ 5.9 ล้านนั้นก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทรัพย์ว่าจำเลยมีทรัพย์สินอะไรบ้างเป็นของตัวเอง เพื่อบังคับคดีนำมาชดใช้ตามคำพิพากษาต่อไป แต่เชื่อว่าจำเลยคงมีทรัพย์สินมูลค่าไม่เพียงพอตามคำพิพากษาศาล ทางฝ่ายโจทก์จะต้องทำใจในเรื่องนี้
นางวรรรณา โสภิญ กล่าวว่า ตนได้สอบถามความคืบหน้าไปยังเจ้าหน้าที่กองปราบปรามในการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ร่วมกระทำผิดที่เหลือ โดยเฉพาะนายตำรวจนายหนึ่ง ก็ได้รับคำตอบว่ายังไม่มีอะไรคืบหน้ามากนัก อย่างไรก็ตามตนพยายามที่จะหาพยานหลักฐานยื่นให้กับกองปราบ อาทิ คลิปเสียงของนายตำรวจคนดังกล่าวที่พูดกับกิ๊กสาวหลังเกิดเหตุ เพื่อให้ทางพนักงานสอบสวนเรียกสาวคนดังกล่าวมาพบเพื่อให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม
ล่าสุดตนได้ส่งภาพที่นายตำรวจผู้ต้องสงสัยร่วมก่อเหตุถ่ายกับกิ๊กสาวคนดังกล่าว ซึ่งเป็นภาพที่มีการกอดจูบกันซึ่งสามารถยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างนายตำรวจกับกิ๊กสาวคนดังกล่าวอย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ตนยังมีพยานหลักฐานเด็ดอีกจำนวนหนึ่งที่จะทยอยส่งให้กับตำรวจกองปราบเพื่อมัดตัวนายตำรวจนายดังกล่าว
“ตนขอกราบวิงวอนผู้หลักผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และในกองปราบปราม ให้เร่งลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานในคดีนี้ เพื่อดำเนินคดีกับนายตำรวจที่ต้องสงสัยร่วมก่อเหตุโดยเร็ว ตนอยากให้คดีถึงที่สุดและจบ ๆ โดยเร็ว ยอมรับว่าหากนายตำรวจผู้ร่วมก่อเหตุยังลอยนวลครอบครัวตนก็ยังหวาดผวาภัยคุกคาม ซึ่งมีข่าวว่าญาติ ๆ ของนายศิริชัย หรือ “ปุ๋ม ลานนม” ประกาศตามร้านน้ำชา-กาแฟว่าคดีนี้จะทุ่มเงินก้อนใหญ่วิ่งสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์ และศาลกีฏาให้พ้นผิดให้จนได้”
นางวรรรณา โสภิญ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุครอบครัวตนอยู่กันอย่างหวาดผวาและได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส เพราะตนคนเดียวต้องรับภาระเลี้ยงดูหลาน ๆ ลูกของนายสุเทพที่เหลืออีก 2 คน ในขณะที่นางวาสนา ภรรยานายสุเทพ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ถูกไล่ยิงถล่มด้วยนั้น ยังไม่สามารถทำงานหนักได้ จึงออกทำงานรับจ้างหารายได้เล็ก ๆ น้อย
อย่างไรก็ตามตนได้รับแจ้งจากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดเกี่ยวกับการมอบเงินกองทุนยุติธรรมช่วยเหลือจำเลยในคดีอาญาว่าในส่วนของนายสุเทพ และด.ช.ณรงค์ฤทธิ์ หรือน้องสไปร์ท บุตรชายอายุ 2 ขวบ ที่เสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือคนละ 110,000 บาท ส่วนคนเจ็บประกอบด้วยนางวาสนา ภรรยานายสุเทพ จะได้รับ 84,000 บาท และ ด.ญ.วิภัชชา หรือน้องน้ำอิง อายุ 7 ขวบจะได้รับ 21,000 บาท รวมเป็นเงิน 300,000 บาทเศษ โดยจะได้รับอีกประมาณ 3 เดือนข้างหน้า โดยเงินจำนวนดังกล่าวจะนำมาเป็นทุนในการใช้จ่ายในครอบครัวและเลี้ยงดูหลาน 2 คนต่อไป.
ภาพ/ข่าว ไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
