- 21 พ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
กรณีเรือหางยาวล่มกลางลำน้ำโขง บริเวณหาดสลึง บ้านสองคอน ต.สองคอน อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา ทำให้นายปัญญา พิมพ์แก้ว หรือเสี่ยโค อายุ 62 ปี นักธุรกิจ 100 ล้าน ประจำอำเภอโพธิ์ไทร และเป็นประธานคณะกรรมการบริหารตำรวจ (ก.ตร.) ประจำสถานีตำรวจภูธรโพธิ์ไทร กับจ่าสิบเอก ศิริศักดิ์ ใจมั่น อายุ 55 ปี นายทหารการข่าวสังกัดกองกำลังสุรนารี จมน้ำสูญหายไป รอดชีวิตมาได้ 1 คน คือนายนายวิรัตน์ บุทองรัตน์ อายุ 64 ปี ขณะกำลังนั่งเรือยนต์หางยาวออกไปกลางลำแม่น้ำโขง แต่ถูกกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวพัดจนเรือจมน้ำหายไป ล่าสุดเจ้าหน้าที่หน่วยเรือ นรข. เขตอุบลฯ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพจ่าสิบเอก ศิริศักดิ์ ใจมั่น ลอยมาติดที่ริมฝั่งโขงสามพันโบก ต.เหล่างาม อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลฯ
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารเรือ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลุ่มน้ำโขงเขตอุบลราชธานี กองทัพเรือ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพลอยที่บริเวณริมฝั่งสามพันโบก ต.เหล่างาม อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี จึงจัดกำลังไปตรวจสอบพบศพ จ.ส.อ.ศิริศักดิ์ ใจมั่น อายุ 55 ปี นายทหารการข่าวสังกัดกองกำลังสุรนารี ที่ประสบอุบัติเหตุเรือล่มจมน้ำกลางลำแม่น้ำโขงบริเวณหาดสลึง บ้านสองคอน ต.สองคอน อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมานายวิรัตน์ บุทองรัตน์ อายุ 64 ปี ผู้รอดชีวิต และจ.ส.อ.ศิริศักดิ์ ใจมั่น อายุ 55 ปี นายทหารการข่าวสังกัดกองกำลังสุรนารีได้พบศพแล้ว
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา นายวิรัตน์ บุทองรัตน์ อายุ 64 ปี จ.ส.อ.ศิริศักดิ์ ใจมั่น อายุ 55 ปี นายทหารการข่าวสังกัดกองกำลังสุรนารี และนายปัญญา พิมพ์แก้ว หรือเสี่ยโค อายุ 62 ปี นักธุรกิจ 100 ล้าน ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) ประจำสถานีตำรวจภูธรโพธิ์ไทร ได้นั่งเรือยนต์หางยาวออกไปสำรวจพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณบ้านสองคอน ต.สองคอน อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี เพื่อสำรวจทำเล ในการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยว และยังลาดตระเวนดูความเรียบร้อย เพื่อป้องกันการลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมายตามลุ่มแม่น้ำโขง
ซึ่งขณะที่เรือได้แล่นอยู่บริเวณดังกล่าวที่กระแสน้ำไหลเชี่ยว และพัดจนเรือล่มจมน้ำหายไปกับกระแสน้ำซึ่งมีเพียงนายวิรัตน์ บุทองรัตน์ ที่รอดชีวิตมาได้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังกัน เร่งออกตระเวนค้นหาร่างของนายปัญญา พิมพ์แก้ว หรือเสี่ยโค และร่างของ จ.ส.อ.ศิริศักดิ์ ใจมั่น มาตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา แล้ว 13 วัน พึ่งพบศพ จ.ส.อ.ศิริศักดิ์ ใจมั่น แต่ยังไม่สามารถค้นหาศพของนายปัญญา พิมพ์แก้ว หรือเสี่ยโคได้
นายวิรัตน์ บุทองรัตน์ ผู้ที่รอดชีวิตมาได้ กล่าวว่า ทางญาติของนายปัญญา พิมพ์แก้ว หรือเสี่ยโค วิงวอนให้หน่วยงานต่างๆ ช่วยกันค้นหาร่างของนายปัญญา พิมพ์แก้ว เพื่อที่จะนำศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เนื่องจากนายปัญญา เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในพื้นที่และเป็นเสาหลักของครอบครัว สำหรับนายปัญญา พิมพ์แก้ว หรือเสี่ยโค มีธุรกิจหลายอย่าง เป็นเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดสองคอนวัสดุก่อสร้าง มีโรงแรม รีสอร์ท หลายแห่ง มีธุรกิจที่เมืองละคอนเพ็ง แขวงสาละวัน สปป.ลาวอีกหลายอย่าง และเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่ เป็นที่รักใคร่ของชาวบ้าน และเป็นฐานเสียงที่สำคัญของนักการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่น โดยตำแหน่งล่าสุดของนายปัญญา ยังเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) ประจำสถานีตำรวจภูธรโพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี อีกด้วย
ข่าว/ภาพ จิรวัฒน์ บุญจอง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดอุบลราชธานี
